คงไม่ต่างกันคนทั่วไปนัก เรารู้จักกับ วิลเลียม เชกสเปียร์ เช่นเดียวกับทุกคน แต่ไม้ได้รู้จักเรื่องราวชีวิตของเขาอะไรมากนัก การได้มานั่งดู ‘Hamnet ‘ ชื่อไทยอย่างตรงตัว ‘แฮมเน็ต‘ จึงเป็นการเปิดตัวเองไปรู้จักกับกวีชื่อก้องของโลกคนนี้ และยังได้ไปสัมผัสกับโลกของอังกฤษในยุคอดีตไปพร้อม ๆ กันด้วย ผ่านสายตาและฝีมือของผู้กำกับระดับออสการ์
คิดเห็นเช่นไรกับหนังเรื่องนี้?
นอกจากหนังมันพาผู้ชมไปพบกับโลกของ วิลเลียม เชกสเปียร์ พาไปรู้จักกับประวัติของกวีชื่อก้องโลกคนนี้แล้ว มันยังพาเราไปเจอกับช่วงเวลาเก่าๆ ของอังกฤษในวันก่อนๆ ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ความคิดความเชื่อ ไปเจอกับโรงละครและละครที่มีวิลเลียมเป็นทั้งผู้ประพันธ์ เป็นนักแสดง เป็นพ่อที่ต้องสูญเสีย ขณะเดียวกัน ก็ถ่ายทอดความเจ็บปวดทุกข์ระทมของคนเป็นแม่ได้อย่างบาดลึก
หนังถ่ายภาพในป่าออกมาได้สวยงาม ถ่ายทอดความเจ็บปวดได้สะเทือนอารมณ์ ปลอบประโลมความโศกเศร้า เยียวยาหัวใจคนสูญเสียได้อย่างทรงพลัง
เรื่องย่อหนัง ‘Hamnet’
มันเป็นเรื่องราวชีวิตคู่ของ แอกเนส (Jessie Buckley จากซีรีส์ ‘Fargo’ และหนังเรื่อง ‘The Lost Daughter’) และ วิล (Paul Mescal จากหนังเรื่อง ‘Aftersun’ และ ‘All of Us Strangers’)
แอกเนสเป็นลูกสาวคนโตและอยู่ภายใต้การดูแลของแม่เลี้ยง หญิงสาวผู้รักอิสระ มีชีวิตอยู่กับป่ากับเหยี่ยวของตัวเอง พบกับวิลที่มาสอนละตินใช้หนี้ ทั้งสองต่างตกหลุมรักกันลึกซึ้ง ก่อนจะกลายเป็นสามีภรรยาที่มีลูกด้วยกัน 3 คน จูดิธ (Olivia Lynes) ซูซานนา (Bodhi Rae Breathnach จากหนังเรื่อง ‘Shelter’) และแฮมเน็ต (Jacobi Jupe) ลูกชายคนเดียวของพวกเขา
หลังสูญเสียลูกชายคนเดียว แอกเนสจมจ่อมอยู่กับความโศกเศร้า ส่วนวิลตัดสินใจเข้าลอนดอนเพื่อสร้างละครเรื่องยิ่งใหญ่ที่กลายเป็นงานชิ้นเอกของชายที่ชื่อ วิลเลียม เชกสเปียร์
รีวิวหนัง ‘แฮมเน็ต‘
หนังชีวประวัติของวิลเลียม เชกสเปียร์ ที่นำมาจากนิยายขายดีของ แม็กกี้ โอ’ฟาร์เรลล์ ชื่อ “แฮมเน็ต” บอกเล่าตั้งแต่แรกเริ่มที่แอกเนสและวิลพบกัน ความรู้สึกที่เร่าร้อนและเพิ่มพูนอย่างรวดเร็ว นำทางไปสู่สถานะการเป็นสามีภรรยาและพ่อแม่ของลูกๆ ในเวลาต่อมา
ท่ามกลางบรรยากาศของอังกฤษในช่วงศตวรรษที่ 16 เราได้เห็นบ้านเมืองแถบชนบทที่ยังมีป่าเขาอยู่ข้างๆ ยอมรับเลยว่า หนังถ่ายภาพของป่าได้สวยงามมาก สัมผัสได้ถึงความชุ่มชื้นของผืนป่า มองเห็นแมกไม้ที่รกครึ้ม แผ่กิ่งก้านเข้ามาชนประสาน และมีแสงส่องลอดเข้ามา กล้องจะแช่อยู่สักแว้บนึง แล้วจึงค่อยแพนไปอีกด้าน ผมเลยชอบช่วงเวลานั้นมาก ..มากจริงๆ
แล้วจากนั้นไม่นาน หนังแปรเปลี่ยนช่วงรักที่เอ่อล้นของแอกเนสกับวิล ไปสู่สุขและโศกนาฏกรรมของคนเป็นแม่ เมื่อแอกเนสได้ให้กำเนิดชีวิตทั้งสามขึ้นมา และต้องสูญเสียหนึ่งในนั้นอย่างไม่มีวันกลับ ความโศกเศร้าหม่นหมองทั้งหมดนั้น เจสซี บัคลีย์ ถ่ายทอดเอาไว้ได้อย่างหมดจดเหลือเกิน
และก็ไม่ใช่แค่เจสซี่ แต่ตัว พอล เมสคัล เองก็มีช่วงเวลาทำได้โดดเด่น เขาสวมบทเป็นทั้งคนรักของแอกเนส คนที่ไม่สามารถแสดงออกหรือทำให้เมียรักรู้สึกถึงความโศกเศร้าหม่นหมองได้ คนที่ก้าวออกไปทำละครในลอนดอน แต่ไม่ใช่ว่าเขาจะเป็นแค่คนหนีปัญหา ไม่รู้สึกรู้สาต่อความสูญเสียแต่อย่างใด
ท่ามกลางความเนิบช้า และความเรียบดังคลื่นลมสงบของผิวน้ำทะเล เมื่อถึงเวลา คลื่นลูกใหญ่ถาโถมกระแทกใจคนดูอย่างจังในองก์สุดท้าย ช็อตท้ายสุดนั้นทำเราอึ้ง และน้ำตาไหลอย่างไม่อาจสกัดกลั้น ดั่งทำนบที่อ่อนแออยู่แล้ว โดนแรงผลักอย่างจังเลยพังทลาย มองไปรอบตัว ทุกคนสะอึกสะอื้นแทบไม่ต่างกัน
โคลอี เจา เธอทำถึงจริง ๆ
รายละเอียดเกี่ยวกับหนัง
| ชื่อภาพยนตร์ | Hamnet / แฮมเน็ต |
| กำกับ | Chloé Zhao |
| เขียนบท | Chloé Zhao, Maggie O’Farrell |
| แสดงนำ | Jessie Buckley, Paul Mescal, Justine Mitchell, Joe Alwyn |
| แนว/ประเภท | ดราม่า, ชีวประวัติ, ประวัติศาสตร์, โรแมนติก |
| เรท | PG-13 |
| ความยาว | 125 นาที |
| ปี | 2025 |
| สัญชาติ | สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา |
| เข้าฉายในไทย | 19 กุมภาพันธ์ 2026 |
| ผลิต/จัดจำหน่าย | Focus Features, Hera Pictures, Neal Street Productions |
คะแนนรีวิวหนัง แฮมเน็ต
พล็อตและบท - 9
การแสดง - 9.5
การดำเนินเรื่อง - 8.5
เพลงและดนตรีประกอบ - 8.5
งานถ่ายภาพ โปรดักชั่นและเทคนิคพิเศษ - 9
8.9
Hamnet
นอกจากหนังมันพาผู้ชมไปพบกับโลกของ วิลเลียม เชกสเปียร์ พาไปรู้จักกับประวัติของกวีชื่อก้องโลกคนนี้แล้ว มันยังพาเราไปเจอกับช่วงเวลาเก่าๆ ของอังกฤษในวันก่อนๆ ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ความคิดความเชื่อ ไปเจอกับโรงละครและละครที่มีวิลเลียมเป็นทั้งผู้ประพันธ์ เป็นนักแสดง เป็นพ่อที่ต้องสูญเสีย ขณะเดียวกัน ก็ถ่ายทอดความเจ็บปวดทุกข์ระทมของคนเป็นแม่ได้อย่างบาดลึก หนังถ่ายภาพในป่าออกมาได้สวยงาม ขณะที่ถ่ายทอดความเจ็บปวดได้สะเทือนอารมณ์ ปลอบประโลมความโศกเศร้า เยียวยาหัวใจคนสูญเสียได้อย่างทรงพลัง
