รีวิวหนัง Project Hail Mary ภารกิจกู้สุริยะ | ไซไฟของดี มิตรภาพต่างดาว
ขึ้นชื่อว่าหนังไซไฟที่เล่าเรื่องในอวกาศ ไม่ว่าจะมาในแบบไหน ก็เป็นหนังที่นายแพทสนใจอยู่แล้ว สำหรับเรื่องนี้เป็นหนังที่ดัดแปลงสร้างจากนิยายของนักเขียนดัง เล่าเรื่องราวของครูวิทยาศาสตร์ที่ถูกส่งขึ้นไปเพื่อหาทางรอดให้กับทุกชีวิตบนโลก หลังพบดวงอาทิตย์กำลังหรี่แสง ‘Project Hail Mary’ หรือชื่อไทย ‘ภารกิจกู้สุริยะ’ หลังดูพบว่าเป็นหนังไซไฟอวกาศที่ให้ความประทับใจกับเราได้จริง

Source|TMDB
คิดเห็นเช่นไรกับหนังไซไฟเรื่องนี้
มันอาจเป็นภารกิจของคุณครูวิทย์ที่ต้องไปสืบหาสาเหตุที่ดวงอาทิตย์ถูกกิน แต่อีกด้าน มันก็เป็นภารกิจที่เขาต้องต่อสู้และเอาชนะคะคานกับจิตใจตัวเองไปด้วย เพราะมันคือตั๋วเที่ยวเดียว กำลังทำเพื่อทุกคนแต่เขาไม่มีวันได้กลับโลกอีกแล้ว นึกว่าตัวเองจะตายอย่างโดดเดี่ยวแต่ได้มาเจอมิตรภาพดีๆ จากสิ่งมีชีวิตต่างดาว โอ ทั้งใจบางและใจฟู นี่ไม่ได้เป็นหนังไซไฟของมนุษย์ที่แบกความหวังของคนทั้งโลก แต่เป็นหนังที่ใส่หัวใจเข้าไปแบบจัดเต็ม
คนดูเลยได้ทั้งหัวเราะ ลุ้นระทึกตื่นเต้น และเสียน้ำตา น่าประทับใจมากๆ เลยกับหนังเรื่องนี้
เรื่องย่อหนัง ‘Project Hail Mary’
ท่ามกลางความหวาดหวั่นของคนทั้งโลกและ NASA เมื่อค้นพบว่าดวงอาทิตย์กำลังจะดับ แสงของมันกำลังหรี่ลง และคำบอกเล่าที่ว่า ถ้าเราไม่ทำอะไร ทุกสิ่งบนโลกจะดับสูญ รวมทั้งเรา ส่งผลให้ คุณครูวิทยาศาสตร์ ไรแลนด์ เกรซ (ไรอัน กอสลิง จากหนังเรื่อง ‘La La Land’ และ ‘The Fall Guy’) ผู้มีวุฒิปริญญาเอกสาขาชีววิทยาโมเลกุล ต้องตื่นขึ้นมาในยานอวกาศซึ่งห่างจากโลกหลายปีแสง โดยที่จำอะไรไม่ได้เลย ไม่รู้แม้กระทั่งว่าตัวเองเป็นใคร และขึ้นไปอยู่บนนั้นได้ยังไง ก่อนที่ความทรงจำนั้นจะเริ่มกลับมา
เขาจึงได้เข้าใจว่า ตนเองต้องใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่มีเพื่อไขความลับของสสารลึกลับที่กำลังทำให้แสงของดวงอาทิตย์ดับลง แต่แล้วในระหว่างภารกิจอันสำคัญยิ่งยวดต่อความอยู่รอดของมนุษยชาติและทุกสิ่งบนโลกนั้น เขาก็ได้พบกับ สิ่งมีชีวิตจากนอกโลก เขาตั้งชื่อให้ว่า ร็อกกี้ เพราะรูปร่างที่คล้ายกับก้อนหินนั่น
ด้วยการสื่อสารของสองชีวิตจากคนละดวงดาว พวกเขาจะร่วมกันทำภารกิจนี้ให้สำเร็จได้หรือไม่นะ
รีวิวหนัง ‘ภารกิจกู้สุริยะ’
เหตุผลที่หนังสือและหนังเรื่องนี้ มันได้รับการตั้งชื่อว่า ‘Project Hail Mary’ นั้นมีที่มาจากกีฬาอเมริกันฟุตบอลที่พูดถึงการขว้างบอลระยะไกลเพื่อเสี่ยงดวงครั้งสุดท้าย และมันถูกนำมาใช้เป็นชื่อภารกิจก็เพราะความเป็นไปได้ไม่รู้จบที่จะล้มเหลว ขณะที่โลกไม่เหลืออะไรให้หวัง คุณครูวิทยาศาสตร์กลายเป็นความหวังเดียวที่มีอยู่ แม้โอกาสสำเร็จจะมีอยู่น้อยนิด จะเรียกมันว่าเป็นภารกิจฆ่าตัวตายก็คงไม่ผิดนัก
มันคือนิยายของ แอนดี้ เวียร์ ผู้เขียน ‘The Martian’ ที่ได้ ดรูว์ ก็อดดาร์ด (ที่ก็เคยเขียนบท ‘The Martian’) มาเขียนบทให้ และได้ผู้กำกับเป็น ฟิล ลอร์ด และ คริสโตเฟอร์ มิลเลอร์ ผู้มีเครดิตจากการเป็นผู้สร้าง/ผู้กำกับ/ผู้เขียนบทหนังหลายต่อหลายเรื่อง อาทิ ‘Spider-Man: Across the Spider-Verse’, ’22 Jump Street’ และ ‘The Lego Movie’ จะไม่ให้มันน่าดูได้เยี่ยงไร

Source|Sony Pictures Thailand
มันเป็นหนังที่เล่าถึงความทรงจำที่ทะยอยฟื้นฟูไปพร้อมๆ กับภารกิจ “Save the Star” หนังใช้มันเล่าสลับไปมาได้อย่างน่าสนใจ เริ่มต้นที่การตื่นขึ้นมาในยานอวกาศโดยที่จำอะไรไม่ได้เลย ก่อนที่จะค่อยๆ จำได้ทีละอย่าง ระหว่างนั้นภารกิจก็ดำเนินไป กระทั่งตอนท้ายๆ ก็ยังหลงเหลือบางความทรงจำที่เพิ่งกลับมา ทำให้คนดูเองก็ไม่ต่างอะไรกับ ดร.ไรแลนด์ เกรซ ที่ก็รู้พร้อมๆ กับด็อกเตอร์นั่นแหละ หนังมันเลยเดินเรื่องสนุกไง
คนดูต่างก็เห็นใจ ดร.เกรซ ที่ต้องหาทางช่วยเหลือกอบกู้โลก ทั้งๆ ที่ตัวเองก็รู้ว่าคงตายก่อนจะได้กลับไป ภารกิจที่เป็นเหมือนตั๋วเที่ยวเดียว และภารกิจที่โอกาสทำสำเร็จมันช่างน้อยนิดจนแทบมองไม่เห็น

Source|TMDB
แต่การเดินทางเพื่อช่วยโลกครั้งนี้ของ ดร.เกรซ ไม่ได้โดดเดี่ยว ตัวอย่างหนังเปิดเผยมาก่อนแล้วว่าเขาจะได้พบกับเพื่อนต่างดาวท่ามกลางความเวิ้งว้างของอวกาศ การสื่อสารที่เริ่มต้นขึ้นอย่างน่ารัก พาคนดูหัวเราะคิกคัก ก่อนจะกลายเป็นเรื่องมิตรภาพต่างดาวที่แน่นแฟ้น จนทำให้หนังไซไฟเรื่องนี้ ไม่ได้เน้นแต่จะเล่าเรื่องภารกิจในอวกาศ หากใช้เวลาช่วงใหญ่ๆ ไปกับการสื่อสาร ทำความรู้จัก และผูกพัน
บนจอเกือบจะมีแค่ ไรอัน กอสลิง และเพื่อนต่างดาวหน้าตาคล้ายหินที่ถูกตั้งชื่อว่าร็อกกี้เท่านั้น และมันก็ทำถึงพอจะชักชวนคนดูอินจนต้องเสียน้ำตาให้..มากกว่า 1 ครั้ง
Taglines: Believe in the Hail Mary
นอกเหนือจาก ดร.เกรซ กับร็อกกี้แล้ว ก็ยังมีอีกหนึ่งตัวละคร ผมพบว่า แซนดร้า ฮึลเลอร์ ในบท เอวา ทำได้ดีเลยทีเดียว แม้บทจะไม่มากแต่พอจะทำให้เธอได้แสดงมันออกมา ถ้าได้เขาชิงออสการ์สมทบหญิงก็คงจะไม่แปลกใจ
เท่าที่นั่งดู หนังก็ค่อนข้างเนิร์ดอยู่พอสมควร ไหนจะศัพท์แสง ไหนรายละเอียดของภารกิจ แต่การเลือกตัดสินใจของตัวละคร มันคือใช้ความเป็นมนุษย์เนี่ยแหละ ทำให้หนังดูสมจริง คนดูซึมซับความรู้สึกได้ง่าย มันเลยไม่ได้ยากเกินจะเข้าใจ เราสามารถเดินตามหนังได้ไม่ถูกทิ้งให้งงได้นานนัก มันจึงไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กวิทย์ก็สามารถสนุกกับหนังได้
ด้านเทคนิคงานภาพ เมื่อดูบนจอใหญ่ IMAX จัดได้ว่าไม่มีที่ติ เช่นเดียวกับดนตรีประกอบ มันส่งเสริมมาก ทั้งหมดหลอมรวมกันทำให้รู้สึกได้ว่านี่มันเป็นหนังไซไฟที่สร้างมาเพื่อฉาย IMAX แห่งปีได้เลยนะเนี่ย
รายละเอียดเกี่ยวกับหนัง
| ชื่อภาพยนตร์ | Project Hail Mary / โปรเจกต์เฮลแมรี่ ภารกิจกู้สุริยะ |
| กำกับ | Phil Lord, Christopher Miller |
| เขียนบท | Drew Goddard |
| แสดงนำ | Ryan Gosling, Milana Vayntrub, Ken Leung, Sandra Hüller, James Ortiz, Liz Kingsman |
| แนว/ประเภท | ระทึกขวัญ, ไซไฟ, ดราม่า |
| เรท | PG-13, น13+ |
| ความยาว | 156 นาที |
| ปี | 2026 |
| สัญชาติ | สหรัฐอเมริกา |
| เข้าฉายในไทย | 19 มีนาคม 2026 |
| ผลิต/จัดจำหน่าย | Amazon MGM Studios, General Admission, Lord Miller |
คะแนนรีวิวหนัง ภารกิจกู้สุริยะ
พล็อตและบท - 9.1
การแสดง - 9.1
การดำเนินเรื่อง การตัดต่อ - 10
เพลงและดนตรีประกอบ - 9
งานถ่ายภาพ เทคนิคพิเศษและโปรดักชั่น - 9.5
9.3
Project Hail Mary
มันอาจเป็นภารกิจของคุณครูวิทย์ที่ต้องไปสืบหาสาเหตุที่ดวงอาทิตย์ถูกกิน แต่อีกด้าน มันก็เป็นภารกิจที่เขาต้องต่อสู้และเอาชนะคะคานกับจิตใจตัวเองไปด้วย เพราะมันคือตั๋วเที่ยวเดียว กำลังทำเพื่อทุกคนแต่เขาไม่มีวันได้กลับโลกอีกแล้ว นึกว่าตัวเองจะตายอย่างโดดเดี่ยวแต่ได้มาเจอมิตรภาพดีๆ จากสิ่งมีชีวิตต่างดาว โอ ทั้งใจบางและใจฟู นี่ไม่ได้เป็นหนังไซไฟของมนุษย์ที่แบกความหวังของคนทั้งโลก แต่เป็นหนังที่ใส่หัวใจเข้าไปแบบจัดเต็ม คนดูเลยได้ทั้งหัวเราะ ลุ้นระทึกตื่นเต้น และเสียน้ำตา น่าประทับใจมากๆ เลยกับหนังเรื่องนี้










