นานๆ ครั้งที่นายแพทจะลองหาอะไรที่แตกต่างจากตัวเองมานั่งดูกันสักที หนึ่งในนั้นคือหนังญี่ปุ่นแนวต่อยตีของแก๊งอันธพาล สำหรับหนังเรื่องนี้ ‘Wind Breaker’ หรือชื่อไทย ‘นักเลงผู้พิทักษ์’ มันเป็นหนังที่ดัดแปลงสร้างจากมังงะชื่อดัง เล่าเรื่องของแก๊งนักเรียนนักเลงที่มีคุณธรรม ต้องการจะปกป้องเหล่าพ่อค้าแม่ค้าในตลาดของชุมชน พวกเขารับสมาชิกคนใหม่เข้ามา พร้อมกับต้องรับมือกับอีกแก๊งที่ยึดถือในสิ่งที่แตกต่าง
คิดเห็นเช่นไรกับหนังญี่ปุ่นจากมังงะดังเรื่องนี้?
หนังญี่ปุ่นที่สร้างมาจากมังงะเรื่องดังระดับยอดขาย 10 ล้านเล่มทั่วโลก เล่าเรื่องแก๊งอันธพาลวัยรุ่นที่ก่อกรรมดีมุ่งเน้นปกป้องคุมครองชาวบ้านในตลาดของชุมชน แต่ต้องรับมือกับอีกแก๊งอยู่ข้างเคียง โดยมีพระเอกเป็นคนใหม่ที่ย้ายเข้ามาแถมมุ่งหวังจะขึ้นไปยังจุดสูงสุด ก่อนจะพบเจอความจริงในใจตัวเอง และมิตรภาพที่เขาค้นพบในแก๊งนักเลง
หนังใช้โทนสีสันสดใส ท่ามกลางเรื่องราวต่อยตีของแก๊งนักเลง มีแฟลชแบ็กให้พอเข้าใจเบื้องหลังตัวละคร และมีเพลงประกอบที่โดนใจ แม้จะไม่ค่อยอินเท่าไหร่กับเรื่องราว
เรื่องย่อหนัง ‘Wind Breaker’
ซากุระ ฮารุกะ (Koshi Mizukami จากซีรีส์ ‘Meet Me After School’ และหนัง ‘Lesson in Murder’) เด็กหนุ่มผมและตาสองสีผู้มาพร้อมจิตวิญญาณนักสู้ เขาก้าวเข้ามาสู่โลกของโบฟูริน (หรือ Wind Breaker) แก๊งนักเรียนอันธพาลที่คอยปกป้องย่านตลาดท้องถิ่นให้ปลอดภัย ทั้งเป็นที่รักของคนในเมืองนี้
แม้ซากุรามีจุดมุ่งหมายในใจที่จะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด แต่เขากลับได้พบกับมิตรภาพ การยอมรับ ทั้งค้นพบตนเองในการต่อสู้เพื่อคนอื่น แทนที่จะเชื่อว่าการพึ่งพาคนอื่นเป็นจุดอ่อน
รีวิวหนัง ‘นักเลงผู้พิทักษ์’
ต้องออกตัวไว้ก่อน แม้หนังญี่ปุ่นเรื่องนี้จะถูกดัดแปลงสร้างจากมังงะ และมันเป็นอะนิเมะซีรีส์มาก่อน แต่นายแพทก็ยังไม่เคยอ่านและดูมันมาก่อน จึงไม่ขอเขียนรีวิวในเชิงเปรียบเทียบใดๆ นะครับ
ใช่แล้ว มันคือมังงะแนวโชเน็นผลงานของ Satoru Nii เมื่อมันกลายมาเป็นหนังความยาว 2 ชั่วโมงนิดๆ มันบอกเล่าเรื่องของแก๊งอันธพาลนามโบฟุริน ที่คอยปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยให้กับชาวบ้านร้านตลาด ซึ่งนั่นก็ทำให้พ่อค้าแม่ค้าต่างชื่นชอบและขอบคุณพวกเขาเป็นอย่างมาก จนถึงวันที่มีเด็กหนุ่มคนใหม่ก้าวเข้ามา … ซากุระ ฮารุกะ
เขาเป็นเด็กหนุ่มเกเรที่มีรูปลักษณ์แปลกประหลาด ครึ่งหนึ่งผมดำ อีกครึ่งผมขาว เช่นเดียวกับสีคิ้วและตา ซึ่งทำให้เขาโดนรังเกียจจากถิ่นที่จากมา แต่การมาที่นี่ก็ทำให้เขาได้รู้จักกับร้านข้าวห่อไข่แสนอร่อยของโคโตฮะ (Rikako Yagi จากซีรีส์ ‘First Love’) และนอกจากได้เจอกับแก๊งโบฟุรินที่นำโดย อุเมมิยะ (Shuhei Uesugi) กับ ฮิอิรากิ (Motoki Nakazawa) แถมมีตัวละครเหยาะแหยะอย่าง นิเรอิ (Taisei Kido จากซีรีส์ ‘First Love’) เข้ามาเป็นสีสัน เขาก็ยังได้พบกับแก๊งคู่อริอย่างชิชิโทที่มีแกนนำเป็น โจจิ และ โทกาเมะ อีกด้วย
น่าเสียดายอยู่หน่อย ตรงๆ ที่เรื่องราวมันเน้นการต่อยตีมากกว่า ทำให้โคโตฮะไม่ค่อยมีบทในมุมอื่น นอกจากเป็นส่วนหนึ่งของการโดนแก๊งอริก่อกวน กับเป็นเจ้าของร้านข้าวห่อไข่ที่แก๊งโบฟุรินมาฝากท้องสานมิตรภาพ
อีกหนึ่งผลงานจากการกำกับของ Kentaro Hagiwara ผู้ฝากผลงานไว้กับ ‘Blue Period’ และ ‘Tokyo Ghoul’ ที่หนนี้ใช้โลเกชันแถวโอกินาว่ามาเป็นพื้นที่ของเหตุการณ์ในเรื่อง แถมยังเน้นสีสันสดใสจนทำให้หนังสไตล์นักเลงดูไม่หนักหน่วงมืดมน กับเรื่องราวที่เน้นกันเรื่องชกต่อยตามสไตล์หนัง ทว่ามันก็น่าเสียดายหน่อยๆ ที่ฉากแอ็คชันต่อสู้ที่ควรจะเป็นจุดขายกลายเป็นฉากต่อยตีกันปลอมๆ แม้จะออกมาเท่ในบางช็อตก็ตามที
คนดูที่เคยอ่านมังงะและดูอะนิเมะมาก็น่าจะชอบหนังเรื่องนี้ เพราะหนุ่มๆ ที่เล่นก็ถือว่าหล่อไม่เบา หนังแอบเล่นฉากซีนจิ้นๆ ระหว่างสองหนุ่มในแก๊งชิชิโทซึ่งก็เล่าได้ไม่ชวนอินเท่าไหร่ ขณะที่ฉากต่อสู้ก็ออกมาสไตล์การ์ตูนไปนิด เลือกจะทำไลฟ์แอ็คชันแล้วแต่ขาดความสมจริงไปพอสมควรเลย
หนังเดินเรื่องด้วยเหตุแอ็คชันระหว่างสองแก๊งคู่อริ สลับไปกับเหตุแฟลชแบ็กเรื่องราวในอดีต ซึ่งก็ดีที่ทำให้คนดูได้รู้เบื้องหลังความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร แต่ก็ยังน่าเสียดายที่มันไม่ได้กระตุ้นเร้าในเรารู้สึกว่าน่าสนใจมากพอ ในบางขณะ เราก็ยังไม่เข้าใจความคิดและพัฒนาการของตัวละครมากนัก ประมาณว่า เขาพูดกันเรื่องนี้แต่ทำไมเราไม่เจอเหตุการณ์อะไรที่อธิบายมันเลยล่ะ จนบางทีก็แอบคิดไปว่า อาจเป็นเพราะเราไม่ค่อยได้ดูหนังแนวนี้รึเปล่านะ
ด้วยความหนังเล่าแต่เพียงในโซนตลาดชุมชน จนไม่เคยออกนอกโซนนั้นเลย โลเกชันจึงซ้ำไปซ้ำมาอยู่หน่อยๆ โปรดักชันก็ดูเซฟๆ อย่างเห็นได้ชัด
แต่ข้อดีของมันก็พอมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็น การที่หนังเล่าถึงแก๊งนักเลงที่ไม่ได้มีขึ้นเพื่อหาเรื่องเดือดร้อนชาวบ้านไปวันๆ แต่กลับเลือกจะเป็นฮีโร่ของชาวตลาด เรียกว่าใช้ความรุนแรงให้ก่อประโยชน์ว่างั้นเถอะ ข้อต่อมาก็คือ โคโตฮะในเรื่องน่ารักไม่เบาเลยนะ ข้าวห่อไข่ก็น่ากินมาก อยากทำอยากกินเลยแหละ
อ่อ แล้วอีกข้อนึง ผมชอบดนตรีประกอบ มีความร็อกแต่ก็ใสเคลียร์ดี ขณะที่เพลงสุดท้ายก็ซาวด์ดีเลย
รายละเอียดเกี่ยวกับหนัง
| ชื่อภาพยนตร์ | WIND BREAKER / ウィンドブレイカー / นักเลงผู้พิทักษ์ |
| กำกับ | Kentaro Hagiwara |
| เขียนบท | Yosuke Masaike, Satoru Nii |
| แสดงนำ | Koshi Mizukami, Motoki Nakazawa, Taisei Kido, Keito Tsuna, JUNON, Shuhei Uesugi, Coki Yamashita |
| แนว/ประเภท | แอ็คชัน, ผจญภัย, คอเมดี้ |
| เรท | |
| ความยาว | 130 นาที |
| ปี | 2025 |
| สัญชาติ | ญี่ปุ่น |
| เข้าฉายในไทย | 8 มกราคม 2026 |
| ผลิต/จัดจำหน่าย | Flag Pictures, Warner Bros., Movie Copyright Thailand |
คะแนนรีวิวหนัง นักเลงผู้พิพักษ์
พล็อตและบท - 6
การแสดง - 6.5
การดำเนินเรื่อง - 5.5
เพลงและดนตรีประกอบ - 7
โปรดักชัน งานถ่ายภาพ และเทคนิคพิเศษ - 6
6.2
Wind Breaker
หนังญี่ปุ่นที่สร้างมาจากมังงะเรื่องดังระดับยอดขาย 10 ล้านเล่มทั่วโลก เล่าเรื่องแก๊งอันธพาลวัยรุ่นที่ก่อกรรมดีมุ่งเน้นปกป้องคุมครองชาวบ้านในตลาดของชุมชน แต่ต้องรับมือกับอีกแก๊งอยู่ข้างเคียง โดยมีพระเอกเป็นคนใหม่ที่ย้ายเข้ามาแถมมุ่งหวังจะขึ้นไปยังจุดสูงสุด ก่อนจะพบเจอความจริงในใจตัวเอง และมิตรภาพที่เขาค้นพบในแก๊งนักเลง หนังใช้โทนสีสันสดใส ท่ามกลางเรื่องราวต่อยตีของแก๊งนักเลง มีแฟลชแบ็กให้พอเข้าใจเบื้องหลังตัวละคร และมีเพลงประกอบที่โดนใจ แม้จะไม่ค่อยอินเท่าไหร่กับเรื่องราว
