SHARE

และแล้วก็ได้เวลาของการเล่าเรื่องราวประสบการณ์ ในงานเทศกาลดนตรีระดับ “มันใหญ่มาก” อีกครั้ง หลังเคยได้พบพานกับความใหญ่มาแล้วครั้งหนึ่ง นี่คือ ครั้งที่สองใน “บิกเมาน์เทน มิวสิก เฟสติวัล” เทศกาลดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

เทศกาลดนตรีเขาใหญ่ ครั้งที่สอง

เทศกาลดนตรีที่ครั้งแรก จัดขึ้นราวเดือนกุมภาของปี 2553 ก่อนจะจัดอีกครั้งภายในปีเดียวกัน แต่เป็นเดือนธันวาคม ณ จุดเดิม โบนันซ่า / Bonanza (ข้างๆ) เขาใหญ่ ด้วยพื้นที่ราว 1 ตารางกิโลเมตร ถูกจัดเป็นพื้นที่ความสนุก โดยการปรับจุดด้อยจากครั้งที่แล้ว และเพิ่มเติมระดับของบางสิ่งเสริมเข้าไป วันนี้ นายแพทที่ยังคงไม่หายเนือยและเพลียดีนัก จะลุกขึ้นมาเขียนเล่าสู่กันอ่านที่นี่ครับ

พฤหัสบดี 9 ธ.ค. 2553

ออกเดินทางด้วยรถส่วนตัวของเพื่อน จากกรุงเทพฯ เพื่อไปพักบ้านเพื่อน ด้วยวิธีนี้ เราจะประหยัดทั้งค่าเดินทางและค่าที่พักไปได้อย่างมากมาย ทำไงได้ ก็คนมันจน ออกเดินทางตั้งแต่ห้าโมงเย็น ไปถึงบ้านเพื่อนเอาประมาณ 2 ทุ่ม ชิลล์ๆ นอนดู “กวน มึน โฮ” จนจบ ตลกและน้ำตาไหลได้อีก แล้วก็หลับไป

ศุกร์ 10 ธ.ค. 2553

ตื่นมาอย่างเช้า ทานข้าวแล้วก็นั่งดูทีวี ชิลล์ๆ จนถึงบ่ายจึงได้เวลาออกเดินทาง ด้วย GPS ที่เพื่อนเตรียมมา จึงทำให้เราได้พบกับเส้นทางที่ไม่เหมือนใคร และพาเราไปยังร้านก๋วยเตี๋ยวเพชร เพื่อทันก๋วยเตี๋ยวชามสุดท้ายได้ทันเวลา แม้จะต้องกินเส้นหมี่ที่ปกติไม่เคยสั่งก็ตาม หลังล่อจนท้องตึงแล้วล้อก็หมุนอีกครั้ง GPS พาเราไปยังเส้นทางที่ไม่มีใครรู้จัก …”ไร่ข้าวโพด”

โอ้ เราจะพลาดโชว์ของ เบล สุพล มั้ยนี่

ในที่สุดก็ไปถึงงานประมาณบ่ายสี่ จอดรถแล้วเดินไปต่อแถว รับสายรัดข้อมือและโบรชัวร์หน้าตาเหมือนพาสปอร์ต แล้วเดินเข้างาน งานนี้ อาหารข้างนอกถูกห้ามนำเข้า (แต่ถ้ายี่ห้อตรงกับสปอนเซอร์ก็เข้าได้นะเออ) ผมเองก็ลืมข้อห้ามนี้ไปจนลืมบอกเพื่อนอีกทอดหนึ่ง ในที่สุดก็ต้องเอาขนมและน้ำดื่มที่หยิบติดตัวไปฝากไว้ที่ริมข้างทาง และได้แต่หวังว่ามันจะยังอยู่ตรงนั้นเมื่อเรากลับออกมา

เดินตัวปลิวผ่านอุโมงค์ต้นไม้เข้าสู่พื้นที่งาน เจอ Dancing Tree และ Main Stage ก่อนเลย

เล่าเรื่อง บิกเมาน์เทน มิวสิก เฟสติวัล ครั้งที่ 2 | วันแรก

พบความเปลี่ยนแปลงบางสิ่งของพื้นที่จัดงาน เพราะถนนราดยางเส้นใหม่ที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า พื้นที่นี้คงใช้ทำอะไรสักอย่างในระหว่างที่ไม่ได้จัดงานเป็นแน่แท้ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ต้องสนใจ ด้วยประสบการณ์การเข้าชมงานและจริตส่วนตัว ผมถูกชะตากับเวทีวัว Cow Stage มากกว่า จึงไปจับจองพื้นที่ก่อนเลยซึ่งพบว่า ขณะนั้นศิลปินญี่ปุ่นนาม Rieco กำลังเล่นเพลงสุดท้ายอยู่

เป็นเรื่องน่าเซอร์ไพรส์ที่มีการสลับคิวกันเล็กน้อย เพื่อนๆ ผมเลยได้ดูโชว์ของ เบล สุพล สมใจหวัง

เล่าเรื่อง บิกเมาน์เทน มิวสิก เฟสติวัล ครั้งที่ 2 | วันแรก

ความสุขอย่างหนึ่งของการชมโชว์คอนเสิร์ตที่เวทีวัว คือ มีแต่ศิลปินที่ร้องเพลงป็อปฟังสบายๆ เข้ากับบรรยากาศป่าเขา และลมพัดเย็นๆ ไม่ต้องเจอกันผู้คนเยอะๆ แถมยังได้แต่มองอยู่ไกลๆ อย่างเวทีใหญ่ Main Stage

แต่ทว่า ไม่นาน ผมก็ได้เวลาย้ายก้น…

เดินเท้าไปยังอีกจุด นั่นคือ “ผับอโคจร” ของน้าเน้ก ก่อนจะได้รับรู้ว่า ที่นี่ช่างเป็นที่อโคจรจริงๆ มีทุกสิ่งที่ไม่มีผับที่ไหนจะมี เมื่อเจ้าของเริ่มเปิดผับตัวเองด้วยภาษาหยาบคาย ส่งไมค์ให้สองพิธีกรอย่าง พล่ากุ้ง และเฮียเผือก สองคนนี้ก็ผรุสวาทไม่แพ้กัน รวมทั้งเมนูเหล้ายาที่สรรหาชื่อมาตั้งกัน (ขออนุญาตไม่ออกอากาศ) ช่างเป็น “หยาบคายสถาน” อย่างแท้จริง

อ้อ เกือบลืมบอก ผมมาเยี่ยมผับนี้เพื่อมาดูน้องๆ ผมเล่นโชว์แรกของผับครับ

“Good Morning” คือชื่อของวงน้องใหม่ แม้ว่าจะเล่นไม่กี่เพลง แต่ผมก็พบว่า เพลงของพวกเขาก็เพราะดี สั่งสมประสบการณ์อีกสักหน่อย คงได้เวลาออกอัลบั้มกับเขาบ้างล่ะนะ

เล่าเรื่อง บิกเมาน์เทน มิวสิก เฟสติวัล ครั้งที่ 2 | วันแรก

เปลี่ยนจากผับอโคจร ผมก็ย้ายตัวเองไปเรื่อยๆ แวะเวียนไปยังโซนตลาด ที่มีทั้งร้านขายอาหาร แพงบ้าง ถูกบ้าง ตามประสา รวมไปถึงแผงและบูธขายของต่างๆ ทั้งสินค้าแฮนด์เมด และสินค้าจากหลากหลายค่ายเพลงค่ายหนัง แวะไปบูธ GTH อุดหนุนเสื้อ “It’s Me” มาตัวนึง ได้เป็นเจ้าของจนได้หนอเรา

ว่าแล้วก็ซื้อของกินมาฝากเพื่อนๆ ที่เวทีวัวนิดหน่อย

กลับมาก็พบกับโชว์ของหนุ่มๆ จาก LOVEiS ไม่ว่าจะเป็น เบน โต๋ ตู่ และแสตมป์ ต่างโชว์กันได้ดีตามมาตรฐานของตัวเอง ช่วงนี้ มีแขกรับเชิญ เป็น อุ๋ย Buddha Bless ที่มาในช่วงเพลง “ลืมไปก่อน” เพราะเขา featuring กับแสตมป์เอาไว้ รู้จักใช่มั้ย เกรียนpeace น่ะ

เล่าเรื่อง บิกเมาน์เทน มิวสิก เฟสติวัล ครั้งที่ 2 | วันแรก

ต่อด้วยภาพของนักร้องทั้งสี่มาร้องเพลงด้วยกันเป็นการปิดท้าย

แล้วก็มาถึงวงที่ผมรอคอย…

นี่คือ ศิลปินที่ผมโปรดปรานมาเป็นเวลาหลายปี และยังไม่มีวงไหนก้าวขึ้นมาแทนที่ในใจผมได้ “Soul After Six” พวกเขากลับมารวมตัวอีกครั้ง จะเพื่อเล่นโชว์ในบิกเมาน์เทนครั้งแรกโดยเฉพาะหรือไม่ตาม ช่วงนี้ก็มีแขกรับเชิญเซอร์ไพรส์อีกแล้ว เป็น ลุลา ที่มาร่วมร้องกับพี่ปึ๋งในเพลง “คงรักตลอดไป” ผมยืนแหกปากร้องทุกเพลง สลับกับการกดชัตเตอร์อยู่หน้าเวทีอย่างมีความสุข

โดยเฉพาะเพลงสุดท้าย… “ก้อนหินละเมอ” เพลงเดียวที่หลายๆ คนรู้จัก

เล่าเรื่อง บิกเมาน์เทน มิวสิก เฟสติวัล ครั้งที่ 2 | วันแรก

แต่อนิจจา การจัดแสงที่มืดกว่าทุกวง ทำให้คนถ่ายรูปไม่เก่งอย่างผม กดชัตเตอร์อย่างเสียๆ หายๆ ไปหลายสิบรูปเลยทีเดียว

หลังจากนั้น เวทีวัวก็สนุกสนานพร้อมๆ กันไปกับศิลปินมากหน้าหลายตา ที่แต่ละวงก็ได้รับการยอมรับในคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น ETC หรือจะ Friday แต่เวลาที่ล่วงเข้าสู่วันใหม่ ทำให้เราเริ่มจะต้องยักย้ายไปจุดอื่นๆ กันบ้าง

เดินผ่านไปยังเวทีใหญ่ ที่พบว่าเวลาของโชว์ก็เลทไปพอๆ กัน พวกเรายืนดู “25 Hours” อยู่ไกลๆ ลิบๆ เสียงแหลมมาแทบเดินทางมาไม่ถึงพวกเราที่ยืนอยู่ เวทีใหญ่ Main Stage คนเยอะมาก จนคิดว่า ถ้าปักหลักที่นั่น การเข้าออกคงยากมาก ถึงจะมีคนจองไว้ให้ก็ใช่จะหาเจอกันง่ายๆ จึงเกิดการค้นพบขึ้นในใจว่า ต่อให้ “Bodyslam” มาโชว์ดีแค่ไหน ผมก็คงไม่อยากมายืนดูไกลๆ มองแทบไม่เห็นตูนถอดเสื้อโชว์แบบนี้…

พวกเราอุดหนุน McDonald’s ที่หอมฉุยอย่างข้างหลังประทังหิวกันเล็กน้อย ก่อนจะเดินกลับออกมานอกงาน

ขนมและน้ำดื่มยังอยู่ที่เดิม ขอบคุณเจ้าหน้าที่คนนั้นมากๆ ครับ ยืนโหนรถสองแถวออกมาสู่ลานจอดรถ ก่อนจะขับกลับสู่บ้านของเรา อาบน้ำนอนอย่างหนาวๆ ช่างมีความสุขเสียจริงๆ กับการนอนบนฟูก ห่มผ้าห่มสองชั้น

นานๆ จะพบอากาศหนาวก็เป็นเช่นนี้แล

PatSonic Blog Comment

3 COMMENTS

  1. โอว เล่าเรื่องได้ดีมากเลยครับ
    ตอนแรกผมกะว่าจะวิ่งไปวิ่งมาเวทีโน้นๆ นี้ๆ แต่หลายอย่างไม่เอื้อ ก็เลยไม่วิ่งแล้ว เดินเอาดีกว่า ทันก็ทัน ไม่ทันก็ไม่ทัน อันไหนคนเยอะ เบียดไม่ได้ก็ช่างมัน อิอิอิ

  2. โอ้ย อยากดูRieco มาก ๆ แต่เข้างานมาไม่ทันรถ มัน ติด มาก 555

    พึ่งรู้ว่าไปคนเดียวมันเหงานะเนี่ย

LEAVE A REPLY