SHARE

บางคนอาจจะมองชีวิตว่า “ทุกสิ่งเป็นไปได้” แต่บางคนอาจจะมองอีกแบบว่า ชีวิตมันมีเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เข้ามาเสมอ สิ่งที่เรามิอาจทำอะไรได้นอกจาก… “อยู่กับสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้ไหว” ประคับประคองมันกับสิ่งที่พอเป็นไปได้อย่างสมดุล เพื่อชีวิตที่ต้องก้าวเดินต่อนั่นเอง

ชีวิตที่เริ่มหมดพลังในบางด้านกำลังต้องการเยียวยา ผมจึงต้องออกเดินทางอีกครั้ง เพราะชีวิตยังต้องเดินต่อ ครั้งนี้ จุดมุ่งหมายของการเติมพลังคือ “เชียงใหม่” อีกครั้ง

นัดเจอกันที่อาคารจามจุรี 5 จุฬาฯ

ค่ำของวันที่ 4 ธันวาคม ณ อาคารจามจุรี 5 คือ เวลาและสถานที่นัดหมายของผมกับเพื่อนๆ เรารวมตัวกันจนได้ 8 คนด้วยสมาชิกที่แตกต่างไปจากปีที่แล้วเล็กน้อย บางส่วนเดินไปหาอะไรกินกันก่อนแถวสวนหลวง อดนึกถึงบรรยากาศที่คุ้นเคยตอนเรียนอยู่ไม่ได้ ทุกวันนี้ ร้านรวงต่างๆ ยังคงเปิดขายให้คนผ่านมาเติมท้อง อาหารก็แสนอร่อยเหมือนเดิม เมื่ออิ่มท้องก็ได้เวลารวบรวมสัมภาระใส่รถตู้คันเอี่ยม แล้วก็ออกเดินทาง

20.30 น. ล้อหมุน

เป้าหมายของเราคราวนี้ คือ “ดอยผ้าห่มปก” จ.เชียงใหม่ ที่มียอดเขาสูง 2,285 เมตรจากระดับน้ำทะเล สูงอันดับที่ 2 ของประเทศ เป็นเป้าหมายสำคัญของการพิชิตยอดเขาอันดับต้นๆ ของไทยของพวกเรา ด้วยความที่มีคนเคยไปแล้วบอกว่าสวย และลำบากลำบนน้อยกว่า “ภูสอยดาว” นั่นเอง

…แล้วผมก็หลับๆ ตื่นๆ คนขับจอดให้เราเข้าห้องน้ำและหาไรกินรองท้องแถวนครสวรรค์ ก่อนจะไปแวะอีกทีแถวลำปาง และพบว่า

“ลำปางหนาวมาก” จริงๆ ด้วย

—————————————-

06.53 น. เช้าวันที่ 5 ธันวาคม วันพ่อแห่งชาติ

เราแวะล้างหน้าแปรงฟันกันที่ปั๊มแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ วันนี้ เราจะต้องเดินทางกันต่อ หลังจากตักบาตรกันแล้ว ก็ได้เวลาโซ้ยโจ๊กกันที่ร้าน “โจ๊กศรีพิงค์” โจ๊กร้อนๆ พอช่วยให้หายทั้งหนาวและหิวไปได้พร้อมๆ กัน

เอาล่ะ เริ่มทริปของเราได้เสียที ล้อหมุนไปถึง ถ.ห้วยแก้ว มุ่งหน้าขึ้นสู่ “พระธาตุดอยสุเทพ” ที่ต้องมาเยี่ยมทุกครั้งเมื่อมาเยือนเชียงใหม่ ช่วงนี้ องค์พระํธาตุอยู่ในระหว่างบูรณะซ่อมแซม เราจึงเห็นไผ่สีทองเต็มองค์พระธาตุไปหมด…

พระธาตุดอยสุเทพ ระหว่างการบูรณะซ่อมแซม

ลงจากดอยสุเทพ เราแวะอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยกันเล็กน้อย ก่อนออกเดินทางต่อ แวะซื้ออาหารที่เราจะนำไปกินบนดอยกันที่ตลาดแม่มาลัย ของกินที่เราซื้อก็เป็นพวกที่ไม่ต้องเตรียมการอะไรให้ยุ่งยาก เพียงอุ่นเท่านั้นก็เพียงพอ อย่างเช่น ไส้อั่ว, ปลาทอดหมูทอด, ข้าวเหนียว 1 โลครึ่ง, ส้มสายน้ำผึ้ง กับน้ำขวดอีกปริมาณหนึ่ง ซึ่งถือว่ามากเกินพอด้วยซ้ำ (ยังไม่เล่าว่าเกิดไรขึ้นนะครับ)

ช้อปปิ้งซื้ออาหารไปทานบนดอยผ้าห่มปก

ได้เวลามุ่งสู่ดอยผ้าห่มปกกันแล้ว… รถตู้พาเราข้ามผ่านแม่ริม ไปถึงเชียงดาว ที่นั่น เราแวะพักหาอะไรกินกัน เลือกร้านข้าวซอยแสนอร่อยข้างทาง

14.30 น. มาถึงแล้ว…?

นั่งรถตู้มาตั้งไกล ในที่สุดก็มาถึงสำนักงานอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก ที่นี่มีบ่อน้ำพุร้อนฝางที่ไม่ได้เก็บภาพมาเท่าไหร่นัก เพราะเป็นเพียงทางผ่านเท่านั้นในตอนนี้ คนเยอะมาก จนเจ้าหน้าที่ขอเบอร์ไว้ เมื่อรถกระบะ 4WD พร้อมจะโทรกลับมาหา พวกเราว่าจ้างกระบะได้คันหนึ่ง เพื่อบรรทุกสัมภาระและสหายทั้งแปดขึ้นสู่ลานกางเต็นท์ เป็นกระบะแบบที่มีแ็ค็บ และมีส่วนของกระบะที่สั้น แถมไม่มีตระแกรงเหล็กให้ยึดเกาะ

อีก 18 กม. จะถึงลานกางเต็นท์บนดอยผ้าห่มปก

เหล่าผู้ชายเลือกนั่งกระบะท้าย เสียสละให้ผู้หญิงนั่งในแค็บ หนทางยาว 18 กิโลเมตรจากเชิงดอยไปจนถึงลานกางเต็นท์ช่างแสนเหนื่อย ผ่านหมู่บ้านของชาวเขาเผ่าหนึ่ง มีเหล่าเด็กๆ โบกไม้โบกมือให้พวกเราด้วย

หฤโหดไม่น้อยโดยเฉพาะกับคนนั่งในกระบะ คนขับขับรถขึ้นดอยเร็วมากๆ สภาพถนนที่เต็มไปด้วยฝุ่น และขรุขระอย่างมาก ทำให้เราต้องกระเด้งกระดอน หลังกระแทกกับขอบกระบะไปหลายหนจนเป็นรอยช้ำ ต้องหาผ้าหรืออะไรต่อมิอะไรมาปิดจมูกไว้กันฝุ่น หนทางเหมาะกับรถ 4WD มากกว่า ทางอุทยานฯ ปล่อยให้ขับรถขึ้นไปเองได้ด้วย แต่เราก็มักเห็นหลายคันจอดอยู่ข้างทาง ระหว่างทางได้กลิ่นไหม้ คนขับพยายามเว้นระยะห่างของรถแต่ละคัน เพื่อไม่ให้ฝุ่นเยอะเกินไป ในที่สุด เราก็ได้รู้ที่มาของกลิ่นไหม้นั้น

ระหว่างทางขึ้นสู่ดอยผ้าห่มปก ด้วยรถ 4WD

มันเป็นของรถกระบะ Isuzu ขับเคลื่อนสองล้อคันนั้นนั่นเอง ทำให้เราได้รู้ว่า การขับรถขึ้นเนิน ต้องปิดแอร์เปิดกระจก เพื่อให้รถได้ใช้กำลังเต็มที่ และคลัชต์ไม่ไหม้ ไม่รู้ว่า กระบะคันนั้นจะขึ้นถึงลานกางเต็นท์หรือเปล่า

16.30 น. เรามาถึงลานกางเต็นท์เรียบร้อยแล้ว

เราได้พื้นที่กางเต็นท์แถบ Zone D พบว่าผู้คนมาแย่งที่กันกางเต็นท์ที่ลานนี้กันเยอะมากๆ นั่นคงเป็นเพราะนี่เป็นช่วงหยุดยาวนั่นเอง อากาศก็หนาวเย็นได้ใจ เพราะเป็นช่วงที่อุณหภูมิลดลงพอดิบพอดี ช่วงที่เราเริ่มกางเต็นท์กัน อุณหภูมิของอากาศรอบกายก็ลดลงเรื่อยๆ ในที่สุด นักกางเต็นท์มือใหม่ที่กลายเป็นลูกมือก็กางเต็นท์เสร็จลง พื้นที่กางเต็นท์ใน Zone D มีลักษณะเป็นชั้นๆ ลดหลั่นกันไป มีลมเย็นๆ พัดผ่านเท่าๆ กันหมด มีคนเดินมาแนะนำให้เรากางเต็นท์หันหน้าไปอีกทาง ไม่ให้ลมเข้าเต็นท์เพราะมันจะหนาว

ลานกางเต็นท์บนดอยผ้าห่มปก

การที่มาเจอผู้คนมากมายบนดอยแห่งนี้ ก็มีดีอยู่อย่างหนึ่ง คือ “สาวๆ” เยอะมากครับ

ความที่เราจับจองได้เพียงพื้นที่ใกล้ห้องน้ำ ทำให้ผู้คนเดินผ่านเต็นท์ของเรามากมาย ห้องน้ำที่นี่ดีใช้ได้ อยู่ใกล้ๆ แต่ไม่ได้กลิ่นเลย มีน้ำธรรมชาติที่ส่งมาให้ใช้ แต่น้ำเย็นมากๆ จนพวกเราไม่กล้าจะอาบน้ำกันเลย ได้แต่ล้างหน้าแปรงฟันเท่านั้น

ค่ำๆ พวกเราก็อุ่นอาหารทานกัน ด้วยความหิว อะไรก็อร่อยหมด สมาชิกบางส่วนที่ทานเจ/มังสวิรัติ พกอาหารมาเอง เราทุกคนก็ยังร่วมแจมความอร่อยแบบเจๆ ไปด้วย

21.00 น. แล้วก็ได้เวลานอน

เป็นธรรมดาที่ทุกครั้งที่มาเที่ยว หรือมาต่างถิ่น การขับถ่ายเป็นปัญหาสำหรับผมเสมอ แม้จะรู้สึกว่ากำลังอยากปลดปล่อย แต่ก็ไม่สามารถทำภารกิจให้สำเร็จได้

ตระเตรียมแผนการกันไว้แล้ว ติดต่อทีมงานที่พาเราขึ้นยอดดอยเอาไว้แล้ว เห็นเรียกว่า “แม้ว” แต่ไม่รู้ว่าเป็นเผ่านี้จริงๆ หรือเปล่า พรุ่งนี้เช้า เขาจะมาปลุกตี 3 แล้วเดินแบบมืดๆ ขึ้นไปถึงยอดดอย ดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกัน….

[ติดตามตอนต่อไป]

PatSonic Blog Comment

9 COMMENTS

  1. อากาศหนาวๆ แบบนี้ สนุกแน่ๆ แค่อ่านตอนเดียวผมก็อยากไปแล้ว เสียดายไม่มีเวลา อีกอย่างสังขารคงไม่ไหวแล้วครับ

  2. จะรอดูภาพพระอาทิตย์ขึ้นตอนต่อไปนะพี่ ท่าทางจะสวย… ตอนนี้อยู่ปายหนาวมาก…

  3. อาจจะผิดหวังนะครับ สำหรับคนอยากดูภาพพระอาทิตย์ขึ้น เพราะว่ามันอาจจะไม่สวยอย่างที่อยากเห็น เหอๆ

  4. มาแล้ว มาแล้ว หนึ่งในสมาชิก trip นี้ จ้า
    เชียงใหม่ หนาวมาก อิอิ

  5. สวัสดีครับคุณ patsonic สบายดีไหมครับ ไม่ได้แวะมานาน(แวะมาบ้างแต่ไม่ได้ comment) ตอนนี้เริ่มมีเวลาบ้างแล้ว ยังคงความเป็น blog คุณภาพเช่นเดิมเลยนะครับ(ทำ content เอง)อิอิ

    ตอนนี้เพื่อนๆ blogger เก่าๆมีการ update น้อยกันมาก หายกันไปหมดเลย – -“

  6. ขอบคุณที่มาเยี่ยมกันครับ คุณ BigNose ผมพยายามจะรักษาพื้นที่นี้เอาไว้ เป็นเหมือนแหล่งสุดท้ายที่จะยังคงความเป็นตัวเองอยู่อะครับ ยังชอบการเขียน ก็เลยยังเขียนเองเหมือนเดิมครับ อิอิ อย่าลืมเข้ามาเยี่ยมบ่อยๆ ละครับ

    หวัดดีจ้า sipang อย่าลืมมาอ่านตอนต่อๆ ไปนะจ๊ะ

LEAVE A REPLY