SHARE
หาเรื่องเที่ยวเขาใหญ่ Part 2 | ที่นี่ มีแต่ของกิน

การมาเที่ยวเขาใหญ่นี่เป็นอะไรที่ไม่ต้องคิดโปรแกรมอะไรกันมากมายเลย เพราะคนที่มาเที่ยวที่นี่ ส่วนใหญ่มาเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ เข้าใกล้ธรรมชาติ อากาศเย็นๆ และได้พบกับหลากหลายร้านอาหารและร้านขนมที่ผุดขึ้นเรียงรายจนเลือกกันไม่ถูก ไม่มีใครจะได้ไปทุกร้าน จะไปทีเลยต้องเลือกร้าน “ดังๆ” แต่ก็ใช่ว่าจะ “โดนๆ” และบางครั้งการเลือกแบบไม่ตั้งใจ กลับได้พบความสุขมากกว่า…

นีระ นารา รีสอร์ท ปากช่อง ที่พักในคืนนี้ของเรา

ที่นี่ มีบริการหลายหลาก ทั้งที่พักแบบต่างๆ ตั้งแต่หรูหรายันแอดเวนเจอร์ แต่ที่แน่ๆ มีหลายหลากเมนูให้มาลิ้มลอง ตั้งแต่เมนูหรูเลิศสไตล์ฝรั่งมังค่า ไปจนถึงอาหารไทยๆ ที่เราคุ้นลิ้นกันดี

การมาเที่ยวเขาใหญ่ในทริปแบบสั้นๆ หนนี้ จึงอาจจะไม่ได้แวะไปทานทุกร้าน แต่ก็ได้พบกับบรรยากาศของร้านดังที่ได้ยินชื่อมานาน กับร้านใหม่ๆ ทั้งที่มีคนแนะนำ หรือทั้งที่เข้าไปโดยไม่รู้จักมาก่อน

มาลองรู้จักกันไปทีละร้านแล้วกันนะครับ

ร้านอาหาร ‘บ้านไม้ชายน้ำ’

ร้านอาหารร้านแรกที่อยู่ในรายชื่อที่เราตั้งใจจะไปเยือน ‘บ้านไม้ชายน้ำ’ หลังเคยได้เห็นภาพที่มีคนไปเยือนมาก่อนถ่ายเอาไว้ เราขับรถคดเคี้ยวไปตามถนนเล็กๆ ในหมู่บ้าน มุ่งหน้าออกจาก ‘นีระ นารา รีสอร์ท’ เพื่อออกไปสู่ถนนใหญ่แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยและข้ามสะพานไปจนเจอกับร้านที่อยู่ในบริเวณเดียวกับรีสอร์ทที่พัก มีที่จอดรถมากพอจะให้บริการ ดูจากภายนอกก็รู้ได้ว่าพื้นที่ใหญ่ไม่ใช่เล่น

บ้านไม้ชายน้ำ

‘บ้านไม้ชายน้ำ’ ประกอบไปด้วยพิพิธภัณฑ์ของเก่ามากมายให้ถ่ายรูปเล่นจนเพลิน มีร้านขายของที่ระลึกให้ช้อปปิ้ง และมีร้านอาหารมีชื่อให้เราได้อิ่มอร่อยกับมื้อกึ่งเที่ยงกึ่งบ่ายวันนั้น และเมนูที่เราสั่งก็คือ

หลนปลาอินทรีย์ – เมนูแนะนำที่ผมได้รับข้อมูลมา จึงเป็นชื่อแรกที่เอ่ยปากสั่ง เป็นหลนปลาที่ค่อนข้างเข้มข้น มีผักดิบมากมายรายรอบ เหมาะกับคนที่ชอบกินผักดิบ ทั้งขิง มะเขือ แตงกวา และถั่วพู รสชาติของหลนยังไม่ถึงกับถูกปากเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็ทานจนเกลี้ยง

ต้มข่าปลาสลิด ที่ บ้านไม้ชายน้ำ

ต้มข่าปลาสลิด – เนื้อปลาสลิดทอดชิ้นโตในน้ำต้มข่าระดับเข้มข้น รสชาติเค็มและเผ็ดที่ผสานกันได้อย่างน่าแปลก แม้จะรู้สึกว่าน้ำยังไม่กลมกล่อมพอ แต่ก็เป็นเมนูที่ชอบรองลงมาจากเมนูสุดท้าย

หมูสะเต๊ะ – เนื่องจากประเมินว่ามากันสองคน ไม่น่าจะทานหมดถ้าจะสั่งกับข้าวสามอย่าง จึงสั่งเมนูเรียกน้ำย่อยมาร่วมโต๊ะ หมูสะเต๊ะที่มาพร้อมน้ำจิ้มเข้มข้น ขนมปังและอาจาด รสชาติโดนใจที่สุดก็คือเมนูนี้นี่แหละ

หมูสะเต๊ะ ที่บ้านไม้ชายน้ำ

เวลาที่เหลือคือการถ่ายรูปกับข้าวของเครื่องใช้ที่จัดวางไว้ในพิพิธภัณฑ์ อาจจะดูเก่าฝุ่นจับไปบ้าง แต่หลายจุดก็น่าทึ่งที่เขาเก็บเอามารวมกันไว้ได้มากขนาดนี้

ร้าน Ribs mannn

มื้อค่ำของวันแรกที่เขาใหญ่ มีอีกชื่อหนึ่งในใจหลังได้รับคำแนะนำจากพี่ตุ่ม เมเนเจอร์ที่ “นีระ นารา รีสอร์ท” เลยลองจัดดูสักหน่อย ร้าน “Ribs mannn” (ริบส์แมน) เป็นร้านอาหารขนาดใหญ่ที่ออกตัวว่าเป็น ‘ราชาแห่งอาหารรมควัน’ ด้วยพื้นที่กว้างใหญ่มีหลายชั้น ทำให้เราที่ไปกันแค่สองคนเหมือนยิ่งตัวเล็กไปเลย

แต่พนักงานก็ช่วยเหลือได้มาก ได้กลิ่นเหมือนว่าจะมาที่นี่ต้องจองโต๊ะไว้ก่อน แต่พนักงานก็จัดโต๊ะให้เราได้นั่ง เมนูสีแดงและเมนูสีดำที่วางตรงหน้า กับรายการอาหารที่เราไม่คุ้นเคย อาหารสไตล์ยุโรปนี่ไม่ใช่อะไรที่เราถนัดเลย พอเจออันไหนคุ้นๆ ก็พอจะสั่งได้ง่ายหน่อย

คาเปลินี่ ผัดหอยแมลงภู่ดำอเมริกัน : เมนูนี้ที่เราลองสั่งดู เส้นคาเปลินี่กลมๆ กับหอยแมลงภู่สีดำ ถ้าทานเฉพาะเส้นอาจจะรู้สึกว่ารสชาติเฉยๆ ต้องทานร่วมกันกับหอยเท่านั้น ซึ่งไม่เลวเลย

คาเปลินี่ ผัดหอยแมลงภู่ดำอเมริกัน ที่ร้าน Ribs mannn

ไก่อบรมควัน : เมนูที่พนักงานส่งข้อเสนอมาให้หลังเรายังไม่ได้ตกลงใจจะสั่งอะไรเป็นอย่างที่สอง เรารับข้อเสนอด้วยความไม่รู้จะสั่งอะไรเพิ่ม

มันเป็นไก่อบรมควัน 2 ชิ้นของไก่ 1 ตัว มีทั้งเฟรนช์ฟรายด์ และผักสด กลิ่นควันหอมมาก เนื้อไก่ก็อร่อยมากเช่นกัน แต่ความเหนียวของมันทำให้หมดความอดทนจะใช้มีดฉีกมากลืนกินจนหมด

ไก่อบรมควัน ที่ร้าน Ribs mannn

ด้วยความที่ไปถึงร้านเอาช่วงค่ำแล้ว และต้องรีบเอารถไปจอดในลานที่กว้างพอสมควร เมื่อกลับก็ต้องขับออกมา เลยไม่มีโอกาสได้ถ่ายรูปร้านนี้แบบเต็มๆ

คาเปลินี่ ผัดหอยแมลงภู่ดำอเมริกัน ที่ร้าน Ribs mannn

แต่ห้องน้ำสวยมาก มีทางเดินออกมาสูดอากาศข้างนอก และมองไปเห็นลานจอดได้ด้วย ก็เลยเก็บภาพมาฝาก

ร้าน เป็นลาว

สายๆ ของวันที่สองในทริปเขาใหญ่ เราเลือกจะเดินทางกลับผ่านถนนธนะรัชต์ เพื่อไปเที่ยว “Primo Piazza” ที่ยังไม่เคยไปเยือน หลังจากนั้นจึงขับออกมานิดหน่อยก็ถึงร้านชื่อดังที่ใครๆ ก็รู้จักแต่เรายังไม่เคยไปลิ้มลอง ร้านอาหารอีสานที่ชื่อ “เป็นลาว”

ที่นี่มีที่จอดรถรองรับพอสมควร แต่ต้องทำใจอย่างหนึ่งว่าร้านเขาดัง ยามกลางวันรถจอดเต็มที่จอด และอาจจะต้องนั่งรอโต๊ะและรออาหารนานหน่อยนะ ถ้ารีบร้อนก็อาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่ เริ่มกันที่เมนูแรกเลยละกัน

ส้มตำโคราช : ด้วยรสชาติที่ไม่คุ้นลิ้นเพราะชินกับตำโคราชแถวบ้านในกรุงเทพฯ แต่นี่คือรสชาติในแบบส้มตำโคราชแถวโคราช มันออกจะเค็มๆ ไปหน่อยสำหรับเรา แต่ด้วยความหิวก็จัดไปหมดจาน

ร้านอาหารเป็นลาว

ต้มยำไก่ใบมะขาม : ไก่เนื้อนุ่ม น้ำต้มยำรสชาติโอเคไม่ได้พิเศษอะไร น่าเสียดายที่ถ่ายมามุมไม่สวย ขอไม่ลงแล้วกัน

ไก่นาย่างสมุนไพร : เป็นเมนูที่รอนานที่สุดเนื่องด้วยกรรมวิธีของการทำที่กินเวลา เป็นเมนูที่ใช้ความอดทนในการรอพอสมควรเลย แต่เมื่อได้ลิ้มรสแล้ว รู้สึกว่านี่คือเมนูที่อร่อยที่สุดของมื้อนี้ ต้องลองเองแล้วรู้ซึ้งครับ

ร้านอาหารเป็นลาว

ร้านเป็นลาวจริงๆ แล้วหาไม่ยากเลย เลย Primo Piazza มานิดเดียวเองนะ

Yellow Submarine Coffee Tank

มีร้านกาแฟร้านหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยม ถูกพูดถึงว่าชิคมากในเขาใหญ่ นามนั้น คือ “Yellow Submarine Coffee Tank” ที่ตั้งอยู่ในซอยเล็กๆ ที่ถัดไปจากสวนกุหลาบกลางพนา ขับช้าๆ มองหาป้ายข้างทางสีดำๆ แล้วเลี้ยวเข้าไป

Yellow Submarine Coffee Tank

ด้วยรูปลักษณ์ของร้านกาแฟที่ออกแบบสุดชิค ออกแบบพื้นที่และตัวอาคารรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า เน้นแต่สีดำกับเทา เดินเข้าไปภายในมีโต๊ะยาวสำหรับนั่งทานนั่งคุย ตรงกลางคือพื้นที่ขายของ ส่วนใหญ่เป็นเมนูกาแฟ ขนมเป็นเพียงส่วนน้อย อีกครึ่งเปิดโล่ง

The Birder's Lodge

วันนั้นที่ไปเป็นช่วงหยุดยาว พบว่าคนไปร้านนี้กันเยอะมาก ขนาดนี้จะสั่ง พนักงานยังบอกว่ารอนานนะครับ เกือบๆ ชั่วโมงเลยทีเดียว เราจึงตัดสินใจไม่สั่งและถ่ายรูปกันพอเป็นพิธีแล้วอำลา

ด้านข้างเป็นป่าปลูก ดูชิลดี แต่ที่จอดรถแทบไม่มี จอดกันข้างถนนบนพื้นที่เอียงๆ นั่นแล

The Birder’s Lodge

ในเมื่อเราไม่สมหวังกับ “Yellow Submarine Coffee Tank” เราก็เลยเลี้ยวรถกลับไปทางเดิมเพื่อพบกับอีกร้านที่ไม่ใช่จุดหมายที่วางไว้ แต่แอบเห็นแววความน่าสนใจเมื่อขับผ่าน นั่นคือร้านที่ชื่อ “The Birder’s Lodge” ด้วยรูปลักษณ์การออกแบบที่เน้นไม้ เน้นความเอียงของสามเหลี่ยม

มีอาคารหลังใหญ่ๆ มีไม้เลื้อยเขียวๆ ปกคลุมอยู่

The Birder's Lodge

ที่นี่มีลานจอดรถ มีอาคารขายกาแฟ เครื่องดื่มพวกชา และขนมอีกนิดหน่อย แต่บรรยากาศดี แต่ออกแบบไว้สวยงาม ผสานกับตกแต่งด้วยพืชพันธุ์เก๋ๆ มีมุมให้นั่งเล่นนั่งทานหลากแบบทั้งในห้องแอร์ ทั้งโอเพ่นแอร์

แถมเมนูที่เลือกสั่งก็ถูกใจเสียอีก

The Birder's Lodge

Honey Latte : มันก็คือลาเต้ที่ใส่น้ำผึ้งนั่นแหละ รสชาติกลมกล่อม ไม่หวานไป มันๆ แบบพอดีๆ

The Birder's Lodge

Cream Cheese-Filled Banana Bread : ขนมที่หน้าตาดีมาตั้งแต่เป็นตัวอย่างตั้งไว้ให้ดูแล้ว จึงเลือกสั่งมา ซึ่งคือ “อร่อยมาก” ส่วนสีน้ำตาลคือเค้กกล้วยหอม ห่อหุ้มชั้นสีเหลืองซึ่งเป็นครีมชีส เข้ากันได้ดีจนต้องขอแนะนำ

The Birder's Lodge

ประทับใจกับการออกแบบร้านนี้มากๆ ดูแล้วรู้สึกได้ว่าเจ้าของน่าจะรักต้นไม้มากๆ จัดวางได้ลงตัวสุดๆ เพิ่งมารู้ทีหลังว่าเขามีส่วนรีสอร์ทที่พักอยู่ด้วย มัวแต่สนใจร้านกับกาแฟตรงหน้า เลยไม่ได้สนใจส่วนอื่นเลย

อีกอย่างก็คือ มันเริ่มจะเย็นแล้ว ต้องรีบกลับแล้วน่ะสิ

—————————

ไม่ว่าจะอย่างไร นี่มันก็คงจะเป็นแค่มุมมองของลิ้นที่เป็นส่วนตัว คงจะไม่ใช่อะไรที่จะบ่งบอกตายตัวพอจะเป็นบรรทัดฐานสำหรับการเลือกของใครต่อใครได้ และบางครั้ง จุดหมายที่ตั้งใจอาจจะไม่ได้ที่ที่เราจะประทับใจ แต่จุดหมายที่เจอระหว่างทาง ดุ่มๆ เข้าไป อาจจะพบว่า “ใช่” ที่ที่ต้องการ…

…ก็เป็นได้

PatSonic Blog Comment

LEAVE A REPLY