SHARE

เพิ่งกลับมาได้หมาดๆ กับทริปที่สองในรอบเดือน ช่วงนี้ ผมเที่ยวบ่อย เพื่อหย่อนใจและหลุดพ้นจากภาระที่หนักอกมาตลอดปี เป็นครั้งแรกที่ได้ไปเยือนดินแดนข้างเคียงที่ไม่เคยได้ไปถึง แลกกับการพักร้อน ที่น่าจะเรียกว่า การพักหนาวเสียมากกว่า เดินทางไปกลับกลุ่มคนที่เคยร่วมทำงานกันมาในช่วงหนึ่งของชีวิต

ยังรู้สึกเหนื่อยๆ อยู่เลย…

แต่ก็ขอบอกเล่าประสบการณ์ที่เกิดขึ้นให้อ่านกัน ก่อนจะเดินทางอีกครั้ง และอาจจะได้มาเล่าต่ออีกที หลังจากกลับมากรุงเทพฯ อีกครั้ง

———————-

22.12.2008
เวลา 18.00 น.

จอดรถแวะปั๊มระหว่างทางไปหนองคาย

ภาพของหมาน้อยและหมูน้อย สองตัวจ้อยบนโลกใบใหญ่ แบกกระเป๋าพะรุงพะรังขึ้นรถไฟฟ้า รีบรุดเดินทางไปยังสถานที่รวมตัว ปรากฏแก่สายตาชาวกรุงผู้โดยสารรถไฟฟ้าขบวนนั้น ทั้งสองตัวลงสถานีสนามกีฬาฯ แล้วเรียกตุ๊กตุ๊กไปแถวโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ

เลยเวลานัดหมายไปแล้ว แต่ทั้งสองตัวยังติดแหงกอยู่บนถนน…

กว่าจะถึงจุดหมาย ก็ล่วงเลยมาถึงหกโมงครึ่ง ยังดีที่ยังมีผู้ช้ากว่า เช็คชื่อกันเรียบร้อย เป็นอันรู้กันว่า เราได้เดินทางกับบริษัททัวร์ Sun Smile ที่จะดูแลเราตลอดเส้นทาง ทริปนี้ ออฟฟิศของหมูน้อยเขาจัดขึ้น เรียกให้หรูว่าเป็นการสัมนา (แท้จริงคือไปเที่ยว) เขาให้หมาภายนอกไปเที่ยวได้ ก็เลยขอไปเที่ยวด้วยตัวนึง

จุฬาฯ ยามนี้ ตึกใหม่ๆ ผุดขึ้นเยอะมาก นานๆ จะมาเยือนสามย่านแถวนี้ที ดูแปลกตาไปเยอะทีเดียว

แวะซื้อแซนด์วิชรองท้องกันสองตัว ก่อนล้อหมุนออกจากจุฬาฯ เมื่อถึงเวลาเดินทาง แต่เจ้ากรรมรถดันติดมากๆ กว่าจะขยับออกไปได้ ก็ผ่านไปร่วมชั่วโมง

หมูกะหมา นั่งด้วยกันบนชั้น 2 รถทัวร์คันโตคันที่สอง มุ่งหน้าสู่หนองคาย..

———————-

ถึงแม้ว่ารถของเราจะมีห้องน้ำในตัว แต่บางครั้งก็ส่งกลิ่นขึ้นมารบกวนจมูก จึงมักจอดปั๊มน้ำมันเพื่อให้สมาชิกได้เข้าห้องน้ำเป็นระยะๆ ซึ่งส่วนมากก็มักเป็นปั๊ม ปตท. ที่มากระจายทั่วไปในภาคอีสาน

เพิ่งมารู้ว่า ปตท. เทคโอเวอร์ Jet เราจึงเห็น Jiffy ในปั๊ม ปตท.

บนรถ อื้ออึงไปด้วยเสียงโหวกเหวกของเหล่าสมาชิกที่เป็นเพื่อนร่วมงานกัน ต่างคนต่างสนิทสนม เพราะทำงานร่วมกันมานาน ขณะที่เรารู้จักแค่บางคน บางคนรู้จักหน้า บางคนรู้จักตัว แต่ทุกๆ คนรู้ว่า เราเป็นใคร หมูน้อยโดนเย้าไปหลายดอก เลยต้องเล่นบทเป็นผู้คุ้มครอง ฮาๆ กันไปตามน้ำ

รถคันนี้ มี SelfSat รับสัญญาณทีวีและ True Vision ได้ แต่ทุกคนไม่มีใครสนใจ สนเพียงร้องเพลงคาราโอเกะ แล้วทั้งคันก็เต็มไปด้วยความสนุกสนาน กับเสียงร้องเพี้ยนๆ ผิดคีย์ๆ แต่อบอวลไปด้วยความสนุก

แล้วความหิวมาเยือน ก็แหกปากร้องกันมายาวนานนี่นา

————————–

23.12.2008
เวลา 23.40 น.

รถจอดให้พวกเราหยุดหิวกันที่ร้านข้าวต้ม ชื่อ “ปึงโอชา” แถวๆ โคราช อิ่มแล้วก็เดินทางกันต่อ แต่ดูเหมือนความอิ่มจะทำให้ทุกคนเริ่มง่วง ไม่นาน เสียงบนรถก็เงียบลง แต่รถทัวร์ก็ยังคงจอดให้เข้าห้องน้ำเป็นระยะๆ

23.12.2008
เวลา 06.10 น.

ไม่นาน เราก็มาถึง จ.หนองคาย ดินแดนที่เป็นรอยต่อกับลาว

ที่นี่ หมูกะหมาได้กินข้าวต้มกัน ที่ร้าน “เรือนริมน้ำ” ร้านอาหารริมแม่น้ำโขง (หรือน้ำของ ที่ชาวลาวเรียกกัน) ข้าวต้มอร่อยพอใช้ กินกับปาท่องโก๋และกาแฟที่อร่อยกว่าข้าวต้มนิดหน่อย

ภาพบรรยากาศแม่น้ำโขง ณ ร้านเรือนริมน้ำ

อิ่มหนำกับอาหารตรงหน้า หมากะหมูก็ออกมาถ่ายรูปที่ริมแม่น้ำ มองออกไปเห็นสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว ที่อยู่ไม่ไกล อีกไม่นาน เราจะข้ามฝั่งข้ามประเทศกันแล้ว..

แสงตะเว็นของวันใหม่สาดส่องมาแล้ว ล้อหมุนอีกครั้ง เราไปเที่ยวรอเวลากันที่ วัดโพธิ์ชัย นมัสการหลวงพ่อพระใส พระคู่บ้านคู่เมืองที่มีประวัติและตำนานเกี่ยวเนื่องกับลาว

พระอุโบสถ วัดโพธิ์ชัย จ.หนองคาย หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย

เมื่อถึงเวลา ก็ได้เวลาหมูกะหมาข้ามเขตเข้าลาวกันเสียที

รถทัวร์พากว่า 60 ชีวิตผ่าน “สะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว” (Friendship Bridge) ข้ามสู่เขต “ปะเทดลาว” บ้านพี่เมืองน้องของไทย

สะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว จากด้านหน้าของรถ

หมาน้อยวิ่งไปที่หน้ารถ และถ่ายภาพเอาไว้ทันการณ์ สะพานแห่งนี้มีทางรถไฟอยู่ตรงกลางด้วย แต่ยังไม่ได้เปิดใช้ กลับมาที่ที่นั่งอีกครั้ง ถ่ายภาพแม่น้ำโขง (น้ำของ) จากด้านข้างของรถ

สะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว จากด้านข้างของรถ

เรามาถึงลาวแล้ว….

ทีมงานทัวร์จัดการทุกอย่างไว้เรียบร้อย สมาชิกทัวร์วีไอพีอย่างเราไม่ต้องทำอะไรมาก นอกจากลงรถ แล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ เสียกันคนละ 5 บาทเป็นค่าปลดปล่อยของเสียหนแรกบนแผ่นดินลาว

ที่นี่ ทุกคนต้องทำตัวให้คุ้นชินกับหน้าตาของอักษรที่ไม่คุ้นเคย

ป้ายหน้าห้องน้ำชาย

———————

เรื่องพาสปอร์ตต่างๆ แทบไม่ต้องทำอะไร ด้วยเพราะทีมงานทัวร์จัดการไว้ให้หมด พวกเราเปลี่ยนจากรถไทยที่มาเพียงส่งเรา ไปเป็นรถลาวที่จะพาทัวร์ในประเทศนี้แทน

รถพาทัวร์ลาว จะเป็นรถยี่ห้อ Hyundai คันเล็กกว่า มีผู้สาว “ตามน” (แปลเป็นไทยว่า “ตากลม”) ไกด์ลาวคนแรกมาทักทาย และเริ่มบรรยายให้พวกได้รู้จักกับ “ปะเทดลาว” สอดแทรกด้วยมุขต่างๆ เพื่อความครื้นเครงประกอบสาระ

ข้อมูลที่หลั่งไหลมิอาจเก็บได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากนัก แต่วลีัที่ดูจะติดหูชาวเรามากที่สุด ก็คงจะเป็น คำว่า..

“ฮัลโหล โป่งโป๊ง”

ที่มีความหมายประมาณว่า “ฮัลโหล เทสต์” ไกด์ตามนมักพูดเมื่อจะเริ่มบรรยาย อีกมากมายที่บ่งบอกถึงความแตกต่างของภาษา และวิถีชีวิต ที่นี่ ขับรถฝั่งขวา เวลาข้ามถนน ก็ถูกเตือนให้มองขวาก่อนเสมอ ระวังรถจะ “ตำ” (ชน) เอาได้

ถึงแม้ตอนนี้ เราจะอยู่ในนครหลวงเวียงจันทน์แล้ว แต่ก็เป็นเพียงชานเมืองเท่านั้น เรากำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางเมืองกันครับ

[จบตอน 1 จ้า]

PatSonic Blog Comment

9 COMMENTS

  1. ผมของให้ @au8ust พิมพ์ให้ฮะ เขาเป็นคนลาวที่เล่น twitter ฮะ follow ได้เลยคับ ^_^

  2. เห็นเขียนไว้นานแล้วแต่ยังไม่ได้อ่าน
    มาตามอ่านย้อนหลังครับ
    ฮัลโหล โป่งโป๊ง นี่ฟังดูน่ารักโคตร
    ภาษาไทยน่าจะมีอะไรที่ฟังแล้วสนุกกว่า ทดสอบๆ นะ

LEAVE A REPLY