SHARE

หลังจากแวะที่ศูนย์ส่งเสริมหัตถกรรม บ้านผานม กันพักเล็กๆ คณะนี้ก็เดินทางกันต่อ มุ่งหน้าสู่ “อุทยานแห่งชาติ น้ำตกตาดกวงสี” (Kouang Si Waterfall) น้ำตกที่สวยงามและมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของลาว

ที่นี่ เข้าไปก็เจอเลย “หมีดำ” สัตว์ป่าที่ทางลาวอนุรักษ์ไว้ เสียดาย เวลาโพล้เพล้ เป็นช่วงเวลาที่หมาน้อยปรับตั้งกล้องได้ยาก เลยหาภาพดีๆ ไม่ได้ เลยได้แต่ถ่ายคนคล้ายหมีมาแทน

คนกับหมีปลอมๆ ที่น้ำตกตาดกวงสี

น้ำตกกวงสีนี้ ค่อนข้างพิเศษนิดหน่อย ตรงที่สีของน้ำนั้น เป็นสีฟ้าอมเขียวเหมือนกับมรกตขุ่นๆ ไม่เคยเห็นที่ไหน น่าจะเกิดจากแร่ธาตุบางอย่างที่ประกอบอยู่ในน้ำ ส่งให้มันมีสีที่สวยงามไม่เหมือนใครอย่างนี้

น้ำตกตาดกวงสี

น้ำตกตาดกวงสี

ทางเดินที่พาเราเข้าสู่ป่า และชั้นต่างๆ ของน้ำตก มันช่างเป็นภาพสวยงาม แต่ความอ่อนด้อยของหมา ทำให้ถ่ายภาพออกมาไม่สวยเท่าของจริงไปได้

23.12.2008
เวลา 17.25 น.

เวลาล่วงเลยมาเย็นมากแล้ว แสงเริ่มน้อยเต็มที ทั้งสองเหล่ามารวมกันที่นี่ รถทัวร์คันย่อม 2 คันมุ่งสู่ตัวเมือง “หลวงพะบาง” (หลวงพระบาง ในภาษาไทย) เพื่อเข้าเช็คอินที่โรงแรม ด้วยความที่กลุ่มทัวร์ของเรามันใหญ่ แต่โรงแรมแต่ละที่มักมีขนาดเล็ก จึงต้องแบ่งไปพัก 2 แห่ง คือ ที่โรงแรมหายโศก และโรงแรมดาวเหนือ หมูกะหมาเข้าพักที่โรงแรมหลัง

โรงแรมดาวเหนือ

โรงแรมขนาดเล็ก เป็นอาคาร 3 ชั้น เพิ่งเปิดได้ไม่นาน เจ้าของน่าจะมีเชื้อสายจีน เพราะอักษรจีนเต็มไปหมด แม้แต่พนักงานก็พูดลาวไม่ได้ พูดได้แต่จีน ไม่รู้สื่อสารกันได้ยังไง ที่นี่ไม่มีร้านอาหารไว้รองรับ พวกเราจึงไปรวมตัวกันแถวตัวเมืองที่มีอาคารเก่าๆ สวยๆ เพื่อทานอาหารมื้อค่ำกัน เอร็ดอร่อยดีทีเดียว ก่อนจะไปเดินเล่นในตัวเมืองหลวงพะบาง

ลักษณะของถนนสายนี้ ทั้งสองข้างของถนนจะเต็มไปด้วยอาคารเก่าๆ ที่ได้ถูกอนุรักษ์เอาไว้ ให้บรรยากาศแบบเมืองปายบ้านเรา น่าเสียดายที่หลายคนบอกไว้ว่า ปายเปลี่ยนไปมาก เพราะไม่มีใครคงเสน่ห์แบบบ้านของมันเอาไว้ ทุกอย่างจึงเปลี่ยนไปตามกาลเวลาและเม็ดเงิน

หลวงพระบาง ยามค่ำคืน

หลวงพระบาง ยามค่ำคืน

หลังจากนั้น เราก็ทะลุมาถึงแถวถนนคนเดินของเมืองนี้ ระยะทางที่ยาวพอๆ กับถนนคนเดินที่เชียงใหม่เลยเชียว แต่มีเต็นท์เล็กๆ กางต่อๆ กันไป ช่วยกันแดดกันฝนให้

สิ่งที่สังเกตได้ก็คือ ของที่นี่จะมีอยู่ไม่กี่อย่าง ไม่หลากหลายเหมือนเชียงใหม่ เหมือนรับมาขาย ไม่ได้เป็นของแฮนด์เมดทำเองขายเอง เมื่อเดินไปสักพักจะรับรู้ได้ว่า ของมันซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น แต่ขอบอกไว้ก่อนว่า ราคาไม่ค่อยซ้ำกันนะ จากประสบการณ์การช้อปปิ้งเล็กๆ น้อยๆ จึงขอบอกไว้ก่อนว่า

  • แม้ว่าที่นี่จะคุ้นเคยกับคนไทยและเงินบาทไทย แต่หลายครั้งที่เกิดปัญหาความได้เปรียบเสียเปรียบ ถ้าคุณตั้งใจจะใช้เงินในลาวจริงๆ แนะนำว่า ให้แลกเงินบาทเป็นเงินกีบเท่าจำนวนเงินที่คาดว่าจะใช้ อัตราแลกเปลี่ยนโดยคร่าวๆ อยู่ที่ 240 กีบ = 1 บาท เพราะช่วงนี้ค่าเงินบาทอ่อน
  • พยายามใช้เงินกีบให้หมด เพราะการเหลือเงินเป็นหมื่นกีบ พอแลกเงินกลับมา มันก็ไม่กี่ร้อยบาท จะเก็บไว้ทำไม
  • บางร้านยังมีปัญหากับภาษาไทยอยู่ พยายามศึกษาคำลาวไปก่อนจะดีที่สุด
  • การใช้เงินบาทไทย ควรมีเงินย่อยไปเยอะๆ เพื่อจะจ่ายให้พอดีกับราคา ถ้ามีแต่แบงค์ใหญ่ คุณจะมีปัญหากับเงินทอนที่เป็นกีบ
  • ถ้าร้านไม่มีเครื่องคิดเลข หยิบมือถือคุณมาช่วยคิดเลย
  • เพราะของมันจะซ้ำๆ กัน ควรเดินดูเดินถามหลายๆ ร้าน จนได้ร้านที่ถูกที่สุดถึงจะซื้อ อย่าลืมต่อรองราคาก่อนด้วยล่ะ หลังซื้อของแล้ว ก็อย่าถามราคากัน ถ้าเจอคนซื้อได้ราคาถูกกว่า คุณจะเจ็บใจเอาได้

ถนนคนเดินที่เมืองหลวงพระบาง

ถนนคนเดินที่เมืองหลวงพระบาง

21.00 น.

ได้เวลากลับที่พัก นั่ง “รถสกายแล็ป” กันเป็นครั้งแรก มาถึงโรงแรมก็อาบน้ำ อ่านหนังสือและนอน เพราะพรุ่งนี้ ต้องตื่นแต่เช้า

[แล้วมาเจอกันต่อ ตอนหน้า]

PatSonic Blog Comment

7 COMMENTS

  1. อ่านไปเรื่อยๆ เหมือนได้ดูสบายดีหลวงพระบางฉบับ patsonic อยากไปเยี่ยมลาวบ้างจัง

  2. โว้ว น้ำสวยมากค่ะ (ขอสารภาพว่าโพสต์เกี่ยวกับท่องเที่ยวนี่ไม่เคยคลิกเข้ามาดูเลย อิๆ จะว่าอยู่นอก scope ความสนใจก็ไม่เชิงเท่าไร)

  3. อิอิ ขอบคุณขาประจำ boydchan มาเม้นบ่อยมาก
    อิอิ SE7EN ไม่ชอบเรื่องเที่ยวเหรอ แต่ตอนนี้ เขียนเรื่องเที่ยวซะเป็นส่วนใหญ่นะ อิอิ

  4. สวยงามแท้ๆ

    ท่าน Pat ถ้าดู Australia แล้วช่วยรีวิวหน่อยนะครับ ผมอยากดู เพราะชอบแม่หญิงนิโคลด์เป็นเบื้องต้น รักออสเตรเลียเป็นเบื้องปลาย แต่เสียดายตังค์ 120 บาทค่าตั๋วหนัง ขอฟังเซียนเล่าก่อน (สงสัยว่าจะรอเช่า DVD เหอๆ)

LEAVE A REPLY