ไม่ว่าใครก็ต้องเคยได้ดู เรื่องราวของการทดลองลับที่เปิดประตูมิติพากับอสุรกายจากอีกโลกหนึ่งเข้ามา จอมเปิดโปง โลกกลับด้าน ทุกอย่างที่เคยได้สัมผัสในห้วงช่วงเวลาหลายปีของ 5 ซีซัน ถ่ายทำกันตั้งแต่นักแสดงยังเป็นเด็ก จนปัจจุบัน พวกเขาโตเป็นหนุ่มสาวกันไปหมดแล้ว วันนี้ ตัวละครเหล่านั้นกลับมาอีกครั้งในแบบแอนิเมชัน ‘Stranger Things: Tales from ’85’ หรือชื่อไทย ‘สเตรนเจอร์ ธิงส์: เรื่องเล่าจากปี 85’
คิดเห็นเช่นไรกับแอนิเมชันซีรีส์เรื่องนี้?
เมืองฮอว์กินส์ไม่เคยสิ้นภัยร้าย แอนิเมชันซีรีส์ที่ย้อนกลับไปเล่าเรื่องในช่วงระหว่างซีซัน 2 กับ 3 เมื่ออสุรกายจากโลกกลับด้านยังคงหลงเหลือหลังประตูมิติถูกปิดไป สัตว์ประหลาดตัวใหม่ยังคงรอดได้ด้วยการใช้สปอร์ขยายพันธุ์ แถมยังมีวิวัฒนาการที่รวดเร็ว กลุ่มผองเพื่อนกลุ่มเดิมยังคงร่วมมือกันเพื่อปกป้องเมืองอีกครั้ง
เป็นไอเดียที่ดีที่เลือกใช้รูปแบบแอนิเมชัน เพราะเด็กๆ ต่างก็โตไปหมดแล้ว เดินเรื่องได้สนุก น่าตื่นเต้น มีอะไรให้ต้องติดตามตลอดเวลา
เรื่องย่อแอนิเมชันซีรีส์ ‘Stranger Things: Tales from ’85’
เหมือนว่าภัยร้ายได้ผ่านพ้นเมืองฮอว์กินส์ไปแล้ว แต่ไม่ใช่ ในฤดูหนาวของปี 1985 ช่วงเวลาที่หิมะตกหนัก ทั้งที่ประตูมิติถูกปิดไปแล้ว แต่กลับปรากฏอสุรกายที่ไม่ยอมตาย เพราะมันสามารถกระจายสปอร์แล้วเกิดใหม่แถมวิวัฒน์ไปกว่าเก่า
ผองเพื่อนซี่งมีทั้ง ไมค์ ดัสติน ลูคัส แม็กซ์ วิลที่ถูกคนล้อเลียนว่าซอมบี้ และแอลที่อยู่ในความดูแลของฮอปเปอร์ พวกเขาได้เจอกับ นิกกี้ เด็กใหม่ผมพังก์สีชมพูนักประกอบของ ผู้ซึ่งเป็นลูกสาวของคุณครูคนใหม่ ทั้งหมดต้องร่วมกันรับมือกับสัตว์ประหลาดที่กลายพันธุ์ได้ไม่หยุดหย่อนเพื่อปกป้องเมืองนี้อีกครั้ง
รีวิวแอนิเมชันซีรีส์ ‘สเตรนเจอร์ ธิงส์: เรื่องเล่าจากปี 85’
หลังผู้ชมติดตามซีรีส์คนแสดงอย่าง ‘สเตรนเจอร์ ธิงส์’ ทั้งหมด 5 ซีซัน ตั้งแต่ปี 2017-2025 ถ่ายกันทั้งเด็กในเรื่องยังตัวน้อยๆ กว่าจะถึงซีซันจบก็โตเป็นหนุ่มกันหมดแล้ว แต่การเลือกมาเล่าเรื่องแปลกในแบบแอนิเมชันซีรีส์ก็เปิดให้มันยังเป็นเรื่องของเด็กกลุ่มเดิมที่ยังเป็นเด็กอยู่ ไม่ต้องสนใจว่า พวกเขาควรจะโตแล้วแต่อย่างใด
แถมเรื่องที่เล่ายังเป็นเรื่องราวระหว่างซีซั่น 2 กับ ซีซั่น 3 ของเวอร์ชันคนแสดงด้วยอีกต่างหาก
Source|Netflix
ไม่ใช่แค่นั้น ราวกับมันแพร่ระบาดหนัก ฟักทองทั้งไร่กลายเป็นสัตว์ประหลาดที่มีทั้งความเป็นพีชและสัตว์ผสมกัน แถมยังกินมนุษย์เข้าไปทั้งเป็นเพื่อใช้เป็นร่างโฮสต์ เจ้าตัวร้ายที่มีหัวเหมือนดอกอะไรนั่นก็วิวัฒน์เก่งจนตัวใหญ่และร้ายกาจขึ้นเรื่อยๆ เหล่าแก๊งเด็กจำต้องทำตัวเป็นนักสืบเพื่อที่จะเข้าใจพวกมันมากขึ้น และเมื่อเข้าใจก็จะหาทางกำจัดได้อย่างไงล่ะเธอ
นอกจากแก๊งเด็กที่พูดถึงไปแล้ว ก็ยังจะมี โรซาริโอ, สตีฟ, แนนซี่ และนาตาลี รวมทั้งพวกวัยรุ่นเลวอีกส่วนหนึ่ง บทบางส่วนอาจจะดูตลกไปบ้าง แต่เพราะเรื่องราวแต่ละตอนจะต้องมีช่วงลุ้นระทึกตลอด ทำให้โดยรวมมันถือว่าดูสนุกอยู่น้า
ด้วยความยาวเพียงตอนละไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ทำให้เรื่องราวเดินรวดเร็วไปจบตอนในช็อตที่ทำให้อยากดูต่อสุดๆ
Source|Netflix
ด้วยมุมกล้องและการตัดต่อที่ชวนระทึกได้ไม่ต่างจากเวอร์ชันซีรีส์คนแสดง บวกกับดนตรีประกอบฟีลเรโทรโดนใจ บางส่วนก็ใช้เพลงเก่าที่เคยคุ้น เรื่องราวก็ยังคงเป็นแนวการที่ผองเพื่อนรวบรวมความกล้าและร่วมมือกันเพื่อต่อสู้และกำจัดเหล่าสัตว์ประหลาดที่อาละวาดก่อกวนเมือง
ผู้ชมอย่างเรา ได้พบเจอกับตัวละครที่คุ้นเคยอีกครั้ง กับภารกิจใหม่ที่ยังไม่เคยได้รับรู้ ถือเป็นความบันเทิงที่มาพร้อมกับความสุขใจได้จริงๆ
รายละเอียดเกี่ยวกับซีรีส์
| ชื่อซีรีส์ | Stranger Things: Tales from ’85 / สเตรนเจอร์ ธิงส์: เรื่องเล่าจากปี 85 |
| ผู้สร้าง | Matt Duffer, Ross Duffer |
| ผู้กำกับ | Phil Allora |
| ผู้เขียนบท | Jennifer Muro, Joshua Pruett |
| นักแสดง(พากย์) | Odessa A’zion, Jeremy Jordan, Jolie Hoang-Rappaport, Braxton Quinney, Benjamin Plessala, Elisha Williams, Brooklyn Davey Norstedt |
| แนว/ประเภท | แอนิเมชัน, ดราม่า, แฟนตาซี, สยองขวัญ, ลึกลับ, ไซไฟ, ระทึกขวัญ |
| จำนวนตอน | 1 ซีซัน: 10 ตอน |
| ช่องทางรับชม | Netflix |
| เริ่มออกอากาศ | 23 เมษายน 2026 |
| ผู้ผลิต/เจ้าของลิขสิทธิ์ | 21 Laps Entertainment, Flying Bark Productions, Netflix Animation |
คะแนนรีวิว สเตรนเจอร์ ธิงส์: เรื่องเล่าจากปี 85
พล็อตและบท - 7
การพากย์ - 7.5
งานภาพเคลื่อนไหว - 8
การดำเนินเรื่อง - 7.8
เพลงและดนตรีประกอบ - 7.8
7.6
Stranger Things: Tales from '85
เมืองฮอว์กินส์ไม่เคยสิ้นภัยร้าย แอนิเมชันซีรีส์ที่ย้อนกลับไปเล่าเรื่องในช่วงระหว่างซีซัน 2 กับ 3 เมื่ออสุรกายจากโลกกลับด้านยังคงหลงเหลือหลังประตูมิติถูกปิดไป สัตว์ประหลาดตัวใหม่ยังคงรอดได้ด้วยการใช้สปอร์ขยายพันธุ์ แถมยังมีวิวัฒนาการที่รวดเร็ว กลุ่มผองเพื่อนกลุ่มเดิมยังคงร่วมมือกันเพื่อปกป้องเมืองอีกครั้ง เป็นไอเดียที่ดีที่เลือกใช้รูปแบบแอนิเมชัน เพราะเด็กๆ ต่างก็โตไปหมดแล้ว เดินเรื่องได้สนุก น่าตื่นเต้น มีอะไรให้ต้องติดตามตลอดเวลา
