อย่างที่รู้กันว่า “หนังสยองขวัญ” คือหมวดหมู่หนึ่งของภาพยนตร์ในโลกนี้ที่ผู้คนได้ชมกัน แม้ว่ามันจะไม่ได้แมสมากเหมือนอย่างหนังแอ็คชั่นที่ผู้คนชอบดูกันทั้งโลก แต่มันก็มีความน่าดูในแบบของมันอยู่ไม่น้อย หลายเรื่องอย่างครีเอต ขณะที่หลายเรื่องก็สร้างมาเพื่อความบันเทิงสำหรับคอหนังแนวนี้โดยเฉพาะ หลายเรื่องเข้าฉายในโรงบ้านเรามาก่อนแล้ว แต่ก็มีคนดูมากมายที่ตกค้างไม่ทันได้ดู ในที่สุด เมื่อมันเข้า Netflix ก็ถือว่าได้โอกาสดูกันซะที
10 หนังสยองขวัญน่าสนใจ ที่หาชมได้ทางเน็ตฟลิกซ์
คราวนี้ เรามาดูกันว่า หนังสยองขวัญ ใน Netflix มีเรื่องไหนน่าสนใจกันบ้าง จะตั้งใจเพื่อดูฆ่าเวลา หรือเป็นคอหนังแนวนี้อยู่แล้วก็ตามแต่นะครับ
Midsommar | เทศกาลสยอง (2019)
เมื่อหนุ่มๆ ชักชวนกันไปเที่ยวงานเทศกาลๆ หนึ่งที่สวีเดน แล้วมีหญิงสาวอีกคนผู้กำลังเผชิญความหดหู่แห่งความสูญเสีย เธอเลือกที่จะร่วมก๊วนไปเทศกาลนี้ด้วย แต่ทว่า งานเทศกาลนี้ที่ดูสวยงามในภาพแรกที่ได้เจอ เวลายิ่งผ่าน เหมือนทุกอย่างจะเริ่มแปรเปลี่ยนไม่เป็นเช่นที่คาดฝัน ความน่าสะพรึงกลัวแสนหลอนเข้าปกคลุม หนุ่มสาวจะเอาตัวรอดเช่นไรในเทศกาลท่ามกลางแสงตะวันเช่นนี้
หนังที่สร้างบทขึ้นมาจากเรื่องเล่าพื้นเมือง มันกลายเป็นหนึ่งในหนังสไตล์ Folk-Horror ไม่ว่าประเพณีเช่นนั้นจะมีอยู่จริงหรือไม่ แต่มันก็ทำออกมาได้หลอนจนเราต้องอึ้ง มันมีทั้งพิธีกรรม มีทั้งการแต่งกาย มีทั้งเพลงที่ร่ำร้อง ไม่มีใครในพวกเขาที่ล่วงรู้มาก่อนว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างในเทศกาลนั้น ทุกวินาทีคือสิ่งอันไม่อาจคาดเดา และหลายสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นชวนเหวอได้เลยทีเดียว
บางฉากทำให้เหวอและกระอักกระอ่วน แต่บางฉากกลับทำให้ถึงกับเหวอ มีความฮาและความเหวอระคนกัน เป็นประสบการณ์อันแปลกใหม่ที่ไม่ได้เจอกันง่ายๆ
กำกับ: Ari Aster
เขียนบท: Ari Aster
นำแสดง: Florence Pugh, Jack Reynor, Vilhelm Blomgren
แนว: ดราม่า, สยองขวัญ, ลึกลับ, ระทึกขวัญ
Night Swim | ค่ำคืนอย่าแหวกว่าย (2024)
มันเป็นเรื่องของบ้านหลังใหญ่ที่มีประวัติเด็กสาวหายไปในสระว่ายน้ำ พอมาอีกวัน ครอบครัวหนึ่งก็ย้ายเข้ามาอยู่ ครอบครัวที่มี เรย์ เป็นพ่อนักเบสบอลที่กำลังพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ อีฟ แม่ที่เป็นธุรการโรงเรียนประถม ส่วนอิซซี่ก็ฝันอยากเป็นนักว่ายน้ำ และเอลเลียต ลูกชายคนเล็กที่กำลังอยากรู้อยากเห็น แต่พวกเขากลับได้พบกับสระว่ายน้ำที่เชื่อมต่อกับน้ำบาดาล และมีแต่สิ่งประหลาดๆ เกิดขึ้น ขณะที่พ่อหายจากอาการบาดเจ็บเป็นปลิดทิ้ง แต่คนอื่นกลับเจอเหตุการณ์ประหลาดและน่ากลัว
หนังมีเรือของเล่นสีแดงเป็นภาพจำ ชอบเล่นกับภาพที่ตัวละครเห็นเมื่ออยู่ใต้น้ำ แถมเหตุการณ์ก็มักจะเกิดขึ้นตอนอยู่คนเดียว แต่น่าเสียดายเหลือเกินที่ตอนจบของเรื่องดูจะปัจจุบันทันด่วนและดูง่ายดายเกินไป
กำกับ: Bryce McGuire
เขียนบทซ Bryce McGuire, Rod Blackhurst
นำแสดงซ Wyatt Russell, Kerry Condon, Amélie Hoeferle, Gavin Warren
แนว: สยองขวัญ, ลึกลับ, ระทึกขวัญ
Bring Her Back | เรียกมันกลับมาหลอน (2025)
เรื่องนี้ก็มาในแนว Body Horror เช่นกัน มันเป็นเรื่องของพี่น้องคู่หนึ่งที่เพิ่งจะกำพร้าพ่อมาหมาดๆ แอนดี้ กับ ไพเพอร์ สาวที่บกพร่องทางสายตา ต้องมาอยู่ในความดูแลของลอร่า เจ้าหน้าที่ที่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านอันห่างไกล และที่บ้านนั้นก็มีโอลิเวอร์ เด็กชายกำพร้าท่าทางไม่น่าไว้ใจอยู่ด้วย แต่เมื่ออยู่ ๆ ไป สองพี่น้องก็ยิ่งพบเห็นพฤติกรรมแปลกๆ เมื่อลอร่าต้องการนำพาลูกสาวสุดที่รักของตนเองกลับคืนมาจากความตาย
ผลงานอันยอดเยี่ยมของสองพี่น้องฟิลิปปูต่อเนื่องจาก ‘Talk to Me’ หนังลึกลับสยองขวัญเรื่องนี้ หยิบเรื่องการสูญเสียคนในครอบครัว การรับมือกับความรู้สึกนั้น ความโศกเศร้า การยึดติดและปล่อยวาง รวมทั้งเรื่องความรุนแรงในครอบครัว มาใส่ไว้ในหนังที่ค่อยๆ เล่าจนกลายเป็นความโหดชวนอึ้ง และแทบต้องปิดตาดู
น่าชื่นชม แซลลี ฮอว์กินส์ ที่เธอถ่ายทอดคาแรกเตอร์ของแม่ที่ไม่อาจยอมรับกับความสูญเสียได้อย่างยอดเยี่ยม
กำกับ: Danny Philippou, Michael Philippou
เขียนบท: Danny Philippou, Bill Hinzman
นำแสดง: Billy Barratt, Sally Hawkins, Mischa Heywood
แนว: สยองขวัญ, ลึกลับ
Until Dawn | ต้องรอดก่อนย่ำรุ่ง (2025)
อีกเรื่องที่เข้าแนวทาง Body Horror จากวิดีโอเกมสุดฮิตที่เปิดให้คนดูเลือกกำกับฉากหนีตายเองได้ ถูกดัดแปลงกลายเป็นหนังไล่เชือดวนลูป เรื่องราวของแก๊งวัยรุ่นที่ตามรอยการหายตัวไปของพี่สาวแล้วไปเจอกับบ้านประหลาดกลางป่า ที่มีผีดิบออกมาไล่ฆ่าจนตาย แต่ก็ฟื้นขึ้นมาให้ฆ่าครั้งแล้วครั้งเล่า
บทหนังที่เล่นสนุกกับการฆ่าคนนี้ แม้เป็นการฆ่าวนซ้ำ แต่มันเปลี่ยนรูปแบบไปเรื่อย ๆ ทำให้เราไม่อาจคาดเดาอะไรได้ แต่ก็เปิดโอกาสให้เหยื่อทั้งห้าได้มีเวลาคิดทบทวน รวบรวมข้อมูล และปรึกษาเพื่อหาหนทางรอดออกไปจากบ้านคลั่งเลือดแห่งนี้ บ้านที่ไม่ปล่อยให้พวกเขาได้พบเจอกับรุ่งอรุณของวันใหม่เพราะพวกเขาต้องตายก่อนได้เห็น
พล็อตหลวมๆ ที่คลุมไว้ข้างนอก แต่ข้างในเปิดโอกาสให้เล่นสนุกกับการหยิบหนังหลายเรื่องมายำจนกลายเป็นความสยองบันเทิงครั้งใหม่ ไม่เลวเลยแฮะ
กำกับ: David F. Sandberg
เขียนบท: Gary Dauberman, Blair Butler
นำแสดง: Ella Rubin, Michael Cimino, Odessa A’zion
แนว: ดราม่า, สยองขวัญ
I Know What You Did Last Summer | ซัมเมอร์สยอง..ต้องหวีด (2025)
ถ้าชอบหนังแนวไล่เชือด ผสมสยองขวัญเชิงจิตวิทยา ต้องขอแนะนำเรื่องนี้ และเคยเป็นหนึ่งในตำนานหนังสยองขวัญยุค 90’s ที่อยู่ในความทรงจำของผู้คน และในปี 2025 มันก็กลับมาหวีดในโรงอีกครั้ง โดยที่มันเล่าเรื่องใหม่ ใช้โครงสร้างเดิม พร้อมนำตัวละครจากภาคเก่า ๆ กลับมา
Source|Sony Pictures Thailand
ความหวีดที่เคยเฟื่องฟูวันเก่า มันกลับมาอีกหน กับเหตุการณ์แบบเดียวกันแต่เกิดกับคนกลุ่มใหม่ พร้อมเชื่อมโยงและดึงเอาตัวละครเก่ากลับมา งานภาพอาจดูทันสมัยขึ้นตามวันและเวลา เหตุไล่เชือดที่สร้างความระทึก พร้อมเปิดให้คนดูคาดเดา แต่แล้วเรื่องก็สับขาหลอกไปเรื่อย จนคนดูอาจคาดเดาได้ไม่ถูก มีแฟนเซอร์วิส พาคนเก่ากลับมาเจอ พร้อมมีบางฉากที่คนตามติดมาตั้งแต่ภาคแรกจริง ๆ เท่านั้นถึงจะสัมผัสอะไรได้
โดยรวมถือว่าสนุกได้อยู่ แต่แค่อาจไม่ถึงกับพบอะไรที่ทำรู้สึกแปลกใหม่นัก
กำกับ: Jennifer Kaytin Robinson
เขียนบท: Sam Lansky, Jennifer Kaytin Robinson
นำแสดง: Madelyn Cline, Chase Sui Wonders, Jonah Hauer-King
แนว: สยองขวัญ
Five Nights at Freddy’s | 5 คืนสยองที่ร้านเฟรดดี้ (2023)
เรื่องราวของหนุ่มตกงานที่มีปัญหาในการหางานและมีปมในใจเรื่องการสูญเสียน้องชาย เพื่อจะได้สิทธิ์ในการเลี้ยงดูน้องสาว เขาจึงต้องรับงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยกะกลางคืนที่ร้านเฟรดดี้ ร้านอาหารเก่าที่ตกแต่งสไตล์สวนสนุกที่ปิดไปนานแล้ว แต่เจ้าของยังเก็บไว้อยู่ ก่อนที่เขาจะพบว่าหุ่นยนต์ในร้านมันขยับเองได้ และเขาต้องร่วมมือกับตำรวจสาวรับมือกับสิ่งเหนือธรรมชาติในร้านแห่งนี้
ด้วยความที่ไม่เล่นเกม ก็เลยมารู้จักมันทีหลัง และด้วยความที่มันเป็นหนังเรท PG-13 ก็เลยไม่ได้เห็นอะไรที่โหดๆ มากเท่ากับการเล่าแบบครึ่งหนึ่งเป็นบาดแผลในใจของตัวละครพระเอก ที่ต้องสูญเสียน้องชายที่ถูกลักพาไป เขาจึงพยายามจะดูแลน้องสาวให้ดีที่สุด แต่ต้องมาสะดุดเพราะพฤติกรรมตัวเอง หนังนำเสนอปมการสูญเสียของตัวละคร ที่ทำให้หนังมันมีแง่มุม เล่าสลับกับเรื่องสยองของหุ่นผีในร้านพิซซ่าเก่า ที่เราว่าเมื่อมันเล่าปมพระเอกมากไป มันก็เลยฉุดรั้งความสยองของหนัง
ก็ดูสนุกกันได้แบบครอบครัวดีแหละ มีช็อตฮาและสะดุ้งได้อยู่บ้าง แต่ถ้าคาดหวังว่าจะสยองโหดก็บอกได้เลยว่าไม่ไปถึงขั้นนั้น
กำกับ: Emma Tammi
เขียนบท: Scott Cawthon, Seth Cuddeback, Emma Tammi
นำแสดง: Josh Hutcherson, Piper Rubio, Elizabeth Lail, Matthew Lillard
แนว: สยองขวัญ, ลึกลับ, ระทึกขวัญ
Quarantine | ปิดตึกสยอง (2008)
คราวนี้เป็นหนังจากสกรีนเจมส์ในเครือโซนี่ หนังเล่าเรื่องของ แองเจล่า นักข่าวสาวคนหนึ่งกับ สก็อตต์ ตากล้องที่ไปถ่ายทำเบื้องหลังการทำงานของเหล่านักดับเพลิง พวกเขาได้รับแจ้งเหตุจนไปเจอกับหญิงชราในอาคารเก่าแห่งหนึ่งที่มีอาการประหลาดก่อความรุนแรงและทำร้ายเจ้าหน้าที่ ก่อนจะพบว่า ทั้งนักข่าว ตากล้อง ผู้อยู่อาศัย ตำรวจและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ต่างถูกกองควบคุมโรคกักขังอยู่ในตึกหลังนั้น ท่ามกลางการระบาดของเชื้อไวรัสลึกลับที่เปลี่ยนคนปกติให้กลายเป็นนักฆ่าบ้าเลือด
มันมีอยู่ช่วงหนึ่งที่หนังสยองขวัญชอบดำเนินเรื่องด้วยสไตล์ Found Footage เมื่อมานั่งดูเลยได้พบว่า มันใช้มุมกล้องแบบแฮนด์เฮลด์ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้วเป็นหลัก เพราะใช้ภาพจากตากล้องของนางเอก หลายช็อตจึงเล่นกับลองเทค พาให้รู้สึกจริงพร้อมๆ กับพารู้สึกเวียนหัว บทในนั้นจะเน้นความวุ่นวายภายในตึก ความสติแตกของผู้คนในอาคารแห่งนั้น หนังเรื่องนี้มีฉายใน Netflix มาสักพักละครับ
กำกับ: John Erick Dowdle
เขียนบท: John Erick Dowdle, Drew Dowdle, Jaume Balagueró
นำแสดง: Jennifer Carpenter, Steve Harris, Jay Hernandez
แนว: สยองขวัญ, ไซไฟ, ระทึกขวัญ
The Substance | สวยสลับร่าง (2024)
เรื่องนี้ก็เป็น Body Horror นะครับ แล้วก็เป็นหนังแนว Psychological Horror ด้วย แถมยังมีพล็อตที่เป็นไซไฟอีกต่างหาก หนังเรื่องนี้ เล่าถึงสภาพจิตที่บิดเบี้ยวของดาราคนหนึ่งที่วงการมายาบีบให้เธอต้องใช้สารอมฤตเพื่อสร้างตัวตนใหม่ แต่ต้องกลายเป็นคน 2 ร่างที่ใช้ชีวิตสลับกัน สองนักแสดงหลักคือทำหน้าที่ของตนเองได้อย่างยอดเยี่ยม ราวกับไม่คิดจะมีใครยอมใคร
เรื่องราวในหนังก็จิกกัดทุนนิยมและวงการมายาที่เน้นภาพลักษณ์ได้ถึงแก่น แม้หนังยาวแต่แน่นจนไม่เห็นช่วงใดเป็นส่วนเกิน ยิ่งเดินเรื่องก็ยิ่งบ้าคลั่ง องก์สุดท้าย คือไปสุดมาก
บอกเลยว่า จัดจ้านทั้งงานภาพ ดนตรีประกอบ บทหนัง และการแสดง จริงๆ ครับ
กำกับ: Coralie Fargeat
เขียนบท: Coralie Fargeat
นำแสดง: Demi Moore, Margaret Qualley, Dennis Quaid
แนว: ดราม่า, สยองขวัญ, ไซไฟ
Cobweb | ก๊อก ก๊อก เคาะเรียกผี (2023)
มีหนังสยองขวัญมากมายสนใจจะเล่าเรื่องในช่วงวันฮาโลวีน คงเป็นเพราะมันเข้ากับธีมหนังผีได้ดี ใช้มันเป็นองค์ประกอบสำคัญเพื่อสร้างมันกลายเป็นหนังที่น่ากลัวได้ เช่นเดียวกับหนังเรื่องนี้ ที่นำเข้ามาฉายในไทยโดยสหมงคลฟิล์มฯ หนังจึงได้เข้าเน็ตฟลิกซ์พร้อมกับมีเสียงพากย์ไทยที่คุ้นเคย
มันเป็นเรื่องของปีเตอร์ เด็กวัย 8 ขวบที่อยู่บ้านหลังเก่ากับพ่อแม่ เขาได้ยินเสียงเคาะในห้องนอนทุกคืน แม้พ่อแม่จะพยายามบอกว่ามันเป็นแค่เพื่อนในจิตนาการของเขา แต่กับปีเตอร์ มันจริงมาก ต่อมา มันก็ไม่ได้มีแค่เสียงเคาะ หากมาเป็นเสียงเด็กผู้หญิงที่ร้องขอให้เขาช่วยเหลือ ขณะที่พ่อแม่เหมือนจะปิดบังอะไรบางอย่างจากเขาอยู่ ปีเตอร์กลับต้องเผชิญหน้ากับความน่ากลัวนั้นเพียงลำพัง
หนังใส่ตัวละครครูดีไวน์มาให้เหมือนจะเป็นตัวช่วยของเด็ก แต่กลับไม่ได้ช่วยอะไร ถึงแม้ว่าตอนแรกเริ่ม หนังจะเดินเรื่องอย่างเนิบนาบ แต่ในเวลาต่อมา มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความน่าตื่นเต้นระทึกหัวใจ มีบางฉากชวนนึกถึงหนังเรื่องอื่น ตัวละครยิ้มเหมือนในหนัง ‘Smile’ มีฉากสวมหน้ากากเหมือน ‘The Purge’ เหอๆ
กำกับ: Samuel Bodin
เขียนบท: Chris Thomas Devlin
นำแสดง: Lizzy Caplan, Antony Starr, Cleopatra Coleman, Woody Norman
แนว: สยองขวัญ, ลึกลับ, ระทึกขวัญ
Hostel | นรกรอชำแหละ (2005)
หนังสยองขวัญ ใน Netflix เรื่องนี้มันเก่ามาก ตั้งแต่ยังเป็น LGF (Lion Gate Films) โน่นเลย ผลงานหนังสยองขวัญขึ้นหิ้งที่ทั้งเขียนบทและกำกับโดย อีไล ร็อธ ที่คอหนังแนวนี้ต้องรู้จัก มันเป็นเรื่อง 2 หนุ่มอเมริกันกับ 1 หนุ่มไอซ์แลนด์ที่มาเที่ยวยุโรปล่าหญิงกัน แพกซ์ตัน โอลี่ และจอชที่เพิ่งอกหักมา เมื่อมีคนแนะนำให้แก๊งแบ็กแพ็กไปเที่ยวยังนอกเมืองบราติสลาวาในสโลวาเกีย พวกเขาจึงเข้าพักในโอสเทลในห้องเดียวกับ 2 สาวต่างถิ่น แต่เมื่อตื่นมากลับพบว่าโอลี่หายตัวไป
ก่อนที่สองหนุ่มจะได้เจอประสบการณ์สยอง หนังก็ทดลองให้คนดูได้สัมผัสกับพิพิธภัณฑ์แห่งการทรมานสักแป๊บนึง ก่อนที่เหตุการณ์สุดสยองของจริงจะเริ่มต้นขึ้น ซึ่งคงต้องขอบอกว่า ไม่ควรดูเรื่องนี้หลังกินข้าว เท่าที่สัมผัส บอกกับตัวเองได้ว่ามันโหดมากเลย
กำกับ: Eli Roth
เขียนบท: Eli Roth
นำแสดง: Jay Hernandez, Derek Richardson, Eythor Gudjonsson
แนว: สยองขวัญ
อย่างที่รู้กันว่า ยังมีหนังแนวสยองขวัญอีกมากมายที่แวะเวียนกันมาเข้าฉายแบบสตรีมมิ่งใน Netflix เพราะฉะนั้น เรื่องที่ถูกเลือกมาใส่ในลิสต์นี้ ยังเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งก็อาจจะมีทั้งที่ถูกใจ และที่ไม่โดนใจของท่านผู้อ่านบ้าง นั่นก็มันต้องแล้วแต่รสนิยมใคร รสนิยมมัน นั่นแหละครับ