หนังเรื่องนี้ มันน่าสนใจตรงที่เป็นหนังของผู้กำกับชาวเม็กซิกันที่คว้าออสการ์มากอดไว้ตั้ง 4 ตัว จากหนัง 2 เรื่องที่เคยเข้าฉายเมืองไทย กับโปรดักชั่นและกรรมวิธีการเล่าอันน่าทึ่ง แถมยังได้พระเอกชื่อก้องมาเมกอัปหน้าตารูปร่างให้แก่หง่อมอีกต่างหาก แม้จะได้ยินว่ามีเสียงแตก แต่ก็ต้องขอลองดูด้วยตาตัวเองกันสักหน่อย และหนังเรื่องนั้นก็ชื่อว่า ‘Digger’ หรือชื่อไทย ‘ดิกเกอร์’ นั่นเอง
บทความนี้มีอะไรบ้าง?
คิดเห็นเช่นไรกับหนังดราม่าดาร์กคอมเมดี้เรื่องนี้?
ด้วยโปรดักชั่นอันอลังการของหนังเรื่องล่าของ อินญาร์ริตู อาจทำให้ดูเป็นโปรเจกต์ที่น่าเป็นห่วง แต่ก็ต้องยอมรับ ก่อนเข้าไปดูนี่ไม่แน่ใจกับหนังสักเท่าไหร่ เพราะเป็นคนมีปัญหากับการอ่านซับในหนังที่พูดมากอยู่เป็นทุนเดิม เมื่อเข้าไปดูก็พบว่า พอไหวนี่หว่า พอจะอ่านและทำความเข้าใจทันอยู่ หนังตลกร้ายที่เสียดสีและแดกดันทุกคนทุกอย่างที่ตัวเองมาเผชิญกับหายนะในวันนี้ ขณะเดียวกัน มันก็มีอีกครึ่งหนึ่งที่เขาเก็บไว้ให้คนดูไปเซอร์ไพรส์ในโรง
ตัวละครของ ทอม ครูซ นั้นน่ารำคาญจริง เพราะนอกจากจะพูดมากแล้วนิสัยยังเกินรับไหวอีกด้วย ทอมเล่นได้ยอดเยี่ยมมากจนคิดว่าเข้าชิงออสการ์แน่นอนบทนี้ อ่อ ชอบช่วงเครดิตปิดท้ายด้วย เขาไม่เลือกจะใส่สกอร์ลงไป แต่กลับใช้อีกอย่าง เออ ก็เท่ดีเหมือนกันนะ
เรื่องย่อหนัง ‘Digger’
พูดได้ว่าบนโลกนี้ ร็อกเวลล์ (Tom Cruise จากหนังเรื่อง ‘Mission: Impossible – The Final Reckoning’ และ ‘Top Gun: Maverick’) คือชายแก่ที่ร่ำรวยมหาศาลจากธุรกิจน้ำมันระดับบิ๊กเบิ้มที่เขาสานต่อมาจากผู้พ่อ และตอนนี้ เขากลายเป็นชายแก่ผู้ที่คิดว่าตนล่วงรู้ทุกอย่างในธุรกิจน้ำมันนี้ แต่หลังจากเขาได้รับรายงานจากลูกน้องถึงเหตุระเบิดที่แท่นขุด อันส่งผลให้เกาะน้ำแข็งแตกบนเกาะกรีนแลนด์ และเขาละเลยข้อความเตือนนั้น
เขาก็กลายเป็นนักธุรกิจใหญ่ที่ถูกบอกว่าตัวชั่วร้าย และต้องมาวุ่นวายกับการแก้ไขปัญหานี้
โลกทั้งโลกกำลังก่นด่าความผิดพลาดอย่างมหันต์ที่ส่งผลถึงความเดือดร้อนมหาศาลของอีกหลายประเทศบนโลก คฤหาสน์หลังใหญ่ของร็อกเวลล์กลายเป็นที่ประชุมที่มีประธานาธิบดีสหรัฐอย่าง คอมป์สัน (John Goodman จากซีรีส์ ‘Monarch: Legacy of Monsters’) มาร่วมโต๊ะด้วย แต่พวกเขาจะจัดการกับปัญหาใหญ่ขนาดนี้ยังไง คงต้องมาติดตามกันแล้วล่ะ
รีวิวหนัง ‘ดิกเกอร์’
เชื่อว่าหลายคนน่าจะได้ผ่านหูผ่านตากับผลงานก่อนหน้าของผู้กำกับ อเลฮานโดร จี. อินญาร์ริตู อย่าง ‘The Revenant ต้องรอด’ และ ‘Birdman มายาดาว’ กันมาบ้างแล้ว ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ แต่ก็คงต้องบอกว่า งานของเขามันมีเอกลักษณ์และลายเซ็นอยู่ตรงนั้น และหนังเรื่องนี้ก็ยังเก็บเอาลายเซ็นนั้นกลับมาใช้อยู่ เพียงแต่บทความนี้จะพูดให้ลึกมากก็ไม่ได้ เพราะมันจะกลายเป็นการสปอยล์ในสิ่งที่ควรสงวนไว้สำหรับผู้ยังไม่ได้รับชม
และในครั้งนี้ เขาก็จัดหนักจัดเต็มอีกครั้งโดยได้ไฟเขียวจากค่ายหนัง โปรดักชั่นอลังการงานสร้างชนิดไม่กลัวขาดทุน หนังบางช่วงใช้สัดส่วน IMAX พร้อมสรรพด้วยการรวมนักแสดงฝีมือดีมาไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Riz Ahmed ในบท ดร.กาเนซ, Sandra Hüller ในบทเอมม่า น้องสาวของร็อกเวลล์, John Goodman ในบทปธน. คอมป์สัน และก็ยังมี Jesse Plemons ในบทเคนนี่ และ Emma D’Arcy ในบทลีน่าา เพราะฉะนั้น ไม่ต้องคิดว่าค่าตัวรวมกันมันจะก้อนใหญ่ขนาดไหน
แต่ถ้าไม่ได้พวกเขามา ก็อาจไม่สามารถเล่นใหญ่เล่นโตได้ขนาดนี้
หนังมันเล่าเรื่องของดิกเกอร์ ร็อกเวลล์ ชายแก่หง่อมที่กุมบังเหียนธุรกิจน้ำมันรายใหญ่ของโลกผู้ใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่ รักเจ้า “แม็กกี้” แมวเฒ่าที่ป่วยหนักจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ บุคลิกของตาแก่คนนี้เป็นอะไรที่น่ารำคาญสุดๆ คงไม่แปลกถ้าจะได้ยินคนดูบางส่วนไม่ชอบหนังเอาซะเลย เพราะช่วงต้นเรื่อง ตาแก่คนนี้เอาแต่พูดพล่าม เอาแต่ใจ และยโสโอหัง ทุกอย่างที่จะทำให้คนเกลียดได้ ว่างั้นเถอะ
แต่พอเรื่องมันเดินไปสักระยะหนึ่ง เราจะเจอกับความอึ้ง ก่อนจะเริ่มเข้าใจว่าอะไรคืออีกครึ่งที่ตัวอย่างไม่เคยบอกเล่าให้เราได้รับรู้
Tagline: A comedy of catastrophic proportions
ถ้าจะบอกให้เข้าใจกันง่ายๆ ว่า ที่จริงแล้วหนังเรื่องมันเล่าเกี่ยวกับอะไร ก็คงตอบได้ประมาณว่า หนังมันต้องการจะเสียดสีกระทบกระแทกแดกดันสิ่งที่มนุษย์กระทำต่อโลกนั่นเอง ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ล้วนแต่เพื่อความสะดวกสบายของมวลมนุษยชาติ ไม่ว่าหนทางที่เดินไปนั้น พวกเขาจะรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่า สักวันมันจะเป็นหายนะ มันจะย้อนกลับมาสร้างความเดือดร้อนให้ตัวเองในสักวันหนึ่งก็ตามที
เราอาจจะโทษโน่นโทษนี่ว่าเป็นเพราะชาติมหาอำนาจ กลุ่มทุนยักษ์ที่กอบโกยผลประโยชน์จนร่ำรวย แต่มนุษย์ทุกคนก็คงต้องยอมรับว่าเป็นเราเองด้วยแหละ ที่ยอมจำนนต่อมัน ทุกคนต่างก็มีส่วนต่อสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยกันทั้งนั้น และเราก็อยู่บนโลกใบเดียวกัน ผลลัพธ์ที่ได้รับก็คงไม่พ้น ไม่ห่าง จากกันไปนักหรอก
แต่อีกครึ่งที่หนังมันเล่าและมันยังไม่ได้บอกเรา ให้ไปเซอร์ไพรส์กันในโรงนี่ดิ ที่ทำให้ได้ทึ่งว่า เออวุ้ย เปลี่ยนจากซีนพูดมากน่าเบื่อ (แม้มันจะจริงและอัดกันจุกๆ ก็ตาม) กลายเป็นความน่าสนใจไปในทันที ไม่ว่าจะมองเห็นว่า โปรดักชั่นพี่เขาอลังการจนงบบานปลายของจริง และความคิดสร้างสรรค์ที่หยิบเอากลิ่นจากหนังเรื่องก่อนมาใช้
ก็แปรเปลี่ยนให้รู้สึกดีกับหนังไปในพริบตา
รายละเอียดเกี่ยวกับหนัง
| ชื่อภาพยนตร์ | Digger / ดิกเกอร์ |
| กำกับ | Alejandro G. Iñárritu |
| เขียนบท | Alejandro G. Iñárritu, Alexander Dinelaris, Nicolás Giacobone, Sabina Berman |
| แสดงนำ | Tom Cruise, Riz Ahmed, John Goodman, Sandra Hüller, Jesse Plemons, Emma D’Arcy, Michael Stuhlbarg |
| แนว/ประเภท | คอมเมดี้, ดราม่า, ดาร์กคอมเมดี้ |
| เรท | 15 |
| ความยาว | 129 นาที |
| ปี | 2026 |
| สัญชาติ | สหรัฐอเมริกา |
| เข้าฉายในไทย | 8 ตุลาคม 2026 |
| ผลิต/จัดจำหน่าย | Legendary Entertainment, Legendary Pictures, M Productions |
คะแนนรีวิว ดิกเกอร์
พล็อตและบท - 8.5
การแสดง - 9
การดำเนินเรื่องและการตัดต่อ - 8.5
เพลงและดนตรีประกอบ - 9
งานถ่ายภาพ เทคนิคพิเศษ และโปรดักชัน - 10
9
Digger
ด้วยโปรดักชั่นอันอลังการของหนังเรื่องล่าของ อินญาร์ริตู อาจทำให้ดูเป็นโปรเจกต์ที่น่าเป็นห่วง แต่ก็ต้องยอมรับ ก่อนเข้าไปดูนี่ไม่แน่ใจกับหนังสักเท่าไหร่ เพราะเป็นคนมีปัญหากับการอ่านซับในหนังที่พูดมากอยู่เป็นทุนเดิม เมื่อเข้าไปดูก็พบว่า พอไหวนี่หว่า พอจะอ่านและทำความเข้าใจทันอยู่ หนังตลกร้ายที่เสียดสีและแดกดันทุกคนทุกอย่างที่ตัวเองมาเผชิญกับหายนะในวันนี้ ขณะเดียวกัน มันก็มีอีกครึ่งหนึ่งที่เขาเก็บไว้ให้คนดูไปเซอร์ไพรส์ในโรง ตัวละครของ ทอม ครูซ นั้นน่ารำคาญจริง เพราะนอกจากจะพูดมากแล้วนิสัยยังเกินรับไหวอีกด้วย ทอมเล่นได้ยอดเยี่ยมมากจนคิดว่าเข้าชิงออสการ์แน่นอนบทนี้ อ่อ ชอบช่วงเครดิตปิดท้ายด้วย เขาไม่เลือกจะใส่สกอร์ลงไป แต่กลับใช้อีกอย่าง เออ ก็เท่ดีเหมือนกันนะ
