ต้องชื่นชมกับค่ายเนรมิตรหนังจริงๆ ครับ พวกเขายังคงมุ่งมั่นสร้างหนังไทยแนวสัตว์ประหลาดออกมาให้คนดูอย่างต่อเนื่องจริง ๆ ทำจนดูเหมือนมีสัตว์ประหลาดเกิดขึ้นในหลายท้องที่ของประเทศไทยเลยล่ะ คราวนี้ เขาพาเราย้อนกลับไปอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นที่ใช้ไทยเป็นเส้นทางไปต่อยังพม่า ไปปลุกสัตว์ร้ายให้ออกมาอาละวาดอีกครั้ง ทั้งยังเป็นสัตว์ร้ายในตำนานญี่ปุ่น ‘OMUKADE : โอมุคาเดะ’ อีกซะด้วยนะ
คิดเห็นเช่นไรกับหนังสยองขวัญพันธุ์ไทยเรื่องนี้?
ความน่าสนใจของมันก็อยู่ที่การเลือกช่วงเวลายุคสงครามโลกครั้งที่สอง ใช้สิ่งที่เกิดขึ้นจริงบนผืนแผ่นดินไทยมาเล่าให้เป็นเรื่องเป็นราว การกวาดต้อนผู้คนหลายชนชาติมาเป็นเชลยของพวกญี่ปุ่น ต้นเหตุของการเผชิญหน้ากับตะขาบยักษ์ในถ้ำของเหมืองร้างต้องสาปที่ถูกปิดตาย สร้างเหตุให้ตัวละครต้องวิ่งหนีเอาตัวรอดกันหัวซุกหัวซุน ญดาเล่นบู๊ได้น่าทึ่งดี ขณะที่สถานการณ์ในถ้ำนั่นเขาทำให้โหดและน่ากลัวเลย
พล็อตเริ่มต้นดูน่าสนใจ แต่บทกลับไม่มีอะไรมากไปกว่าการร่วมต่อสู้ของกลุ่มคนที่ต่างเป็นศัตรูกันนั่นแหละ
เรื่องย่อหนัง ‘OMUKADE’
ตำนานที่ถูกเล่าขานต่อกันมา หนังบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดในขึ้นช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เหตุกองทัพญี่ปุ่นยกพลเหยียบย่างลงบนผืนแผ่นดินไทย กวาดต้อนเชลยเพื่อสร้างทางรถไฟข้ามไปพม่า ทว่าเหตุเพราะสงครามที่ปลุกอสูรที่หลับไหลใต้พื้นให้ตื่นขึ้นมา
เหมืองต้องคำสาปที่ซึ่งเหล่าทหารญี่ปุ่นและเชลยติดอยู่ในถ้ำของสัตว์ประหลาดร้าย บัดนี้มันถูกมนุษย์ก้าวล้ำเข้าไป จึงออกมาไล่ล่าจนกลายเป็นสงครามต่างเผ่าพันธุ์
รีวิวหนัง ‘โอมุคาเดะ’
กลายเป็นว่า เนรมิตรหนัง ฟิล์ม ตั้งใจจริงที่จะสร้างหนังแนวสยองขวัญสัตว์ประหลาดออกมาอย่างต่อเนื่อง นี่คือภาพยนตร์ภาคพรีเควลของหนังสยองขวัญพันธุ์ไทยที่ชื่อ ‘๑๐๐ ร้อยขา’ ที่นายแพทเองก็ไม่ได้ตามไปดูทุกเรื่อง หนนี้มีโอกาสเลยได้เข้าไปดู
‘โอมุคาเดะ’ ถึงจะชื่อเป็นญี่ปุ่นแต่เหตุมันเกิดในไทย ใช้แนวคิดเรื่องปีศาจมาจากญี่ปุ่น บวกกับเล่าเรื่องราวในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และมีกองทัพญี่ปุ่นบุกขึ้นบกที่ไหน ใช้กำลังบังคับให้ไทยต้องร่วมมือเพื่อสร้างทางรถไฟไปยังพม่า ทำให้หนังเรื่องนี้มีคนหลายสัญชาติร่วมชะตากรรมเดียวกันในการติดอยู่ในถ้ำและเผชิญหน้ากับตะขายยักษ์ที่นอนนิ่งอยู่ในนั้น
แต่ถึงแม้จะมีใครบอกว่ามันเป็นพรีเควล แต่ก็ไม่จำเป็นต้องดูเรื่องไหนมาก่อน เพราะเรื่องราวมันขึ้นต้นและจบได้ด้วยตัวของมันเอง
หนังสยองพันธุ์ไทยเรื่องนี้ นำแสดงโดย ญดา-นริลญา กุลมงคลเพชร (จากหนัง ‘ร่างทรง’ และซีรีส์ ‘สืบสันดาน’) สวมบทบาทเป็น สะนอร์ ลูกสาวของผู้นำเผ่า, ปู-ยะสะกะ ไชยสร (จากหนัง ‘ฮาลาบาลา ป่าจิตหลุด’ และ ‘ธี่หยด 2’) ที่สวมบทเป็นพ่อของสะนอร์, เดาจ์ (นักแสดงชื่อดังชาวเมียนมาร์ จากละคร ‘จากเจ้าพระยาสู่อิรวดี’) ร่วมด้วย ฮิเดกิ นากายาม่า และ เรียวตะ โอมิ สองนักแสดงจากญี่ปุ่นที่เล่นเป็นทหารญี่ปุ่น และนักแสดงชาวตะวันตกอย่าง เจมส์ เลเวอร์ (จากหนัง ‘เมอร์เด้อเหรอ ฆาตกรรมอิหยังวะ’) ที่เล่นเป็นเชลยฝรั่ง
อีกคนที่ไม่ควรหลงลืม เขาคือ โอ๊ค-กีรติ ศิวะเกื้อ ที่ร่วมเล่นเป็นบุญชู คนไทยคนหนึ่งในหนังเรื่องนี้
เอาจริงๆ ด้วยวิธีเล่าของหนัง มองเห็นถึงความตั้งใจจะให้มันเป็นหนังที่เล่นกับฉากบู๊แอ็คชันระหว่างมนุษย์ด้วยกัน และฉากเอาตัวรอดจากตะขาบยักษ์ในพื้นที่ปิด ญดาได้เล่นฉากบู๊ชวนทึ่ง ก่อนจะตามมาด้วยการเผชิญหน้ากับตะบองพลำ ตะขาบตัวยักษ์ที่รออยู่อย่างเงียบเชียบในเหมืองต้องสาป
แม้จะไม่ค่อยรู้สึกว่า บทหนังจะนำพาแง่มุมอะไรใส่มามากนัก แต่ในแง่ของความน่ากลัว ก็จัดว่าทำได้หลายอยู่ เล่นกับความมืดในถ้ำที่บางทีต้องเพ่งมอง ซีจีตะขาบยักษ์ก็ถือว่าทำได้ดี
บทบางส่วนยังชวนกังขาอยู่บ้าง มันแทบไม่เหลือแง่มุมอะไรให้สัมผัสนักนอกจากการวิ่งหนีและสู้กลับของมนุษย์ในถ้ำของเหมือง แต่สิ่งที่พอจะเป็นแง่มุมได้อยู่บ้างก็คงเป็นการร่วมมือกันของคนต่างชาติต่างภาษาที่เป็นศัตรูกันมาก่อนนี่แหละ ไม่จะเป็นคนชาติใด เกลียดชังกันแค่ไหน
ถ้าต้องมีศัตรูร่วมกันและเงื่อนไขคือการรอดชีวิตล่ะก็ ก็ต้องละทิ้งมันไปแล้วหันมาร่วมมือกันแหละนะ
รายละเอียดเกี่ยวกับหนัง
| ชื่อภาพยนตร์ | OMUKADE / โอมุคาเดะ |
| กำกับ | ภาคภูมิ วงษ์จินดา, ชวลิต ไกรเลิศมงคล |
| เขียนบท | |
| แสดงนำ | ยะสะกะ ไชยสร, เดาง์, นริลญา กุลมงคลเพชร, กีรติ ศิวะเกื้อ, James Laver, Hideki Nagayama, Ryota Omi |
| แนว/ประเภท | สยองขวัญ, ระทึกขวัญ, สงคราม |
| เรท | น15+ |
| ความยาว | 93 นาที |
| ปี | 2025 |
| สัญชาติ | ไทย |
| เข้าฉายในไทย | 22 มกราคม 2026 |
| ผลิต/จัดจำหน่าย | เนรมิตรหนัง ฟิล์ม, ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ |
คะแนนรีวิว โอมุคาเดะ
พล็อตและบท - 6
การแสดง - 7
การดำเนินเรื่อง - 7
งานถ่ายภาพ โปรดักชั่นและเทคนิคพิเศษ - 7.5
เพลงและดนตรีประกอบ - 7
6.9
OMUKADE
ความน่าสนใจของมันก็อยู่ที่การเลือกช่วงเวลายุคสงครามโลกครั้งที่สอง ใช้สิ่งที่เกิดขึ้นจริงบนผืนแผ่นดินไทยมาเล่าให้เป็นเรื่องเป็นราว การกวาดต้อนผู้คนหลายชนชาติมาเป็นเชลยของพวกญี่ปุ่น ต้นเหตุของการเผชิญหน้ากับตะขาบยักษ์ในถ้ำของเหมืองร้างต้องสาปที่ถูกปิดตาย สร้างเหตุให้ตัวละครต้องวิ่งหนีเอาตัวรอดกันหัวซุกหัวซุน ญดาเล่นบู๊ได้น่าทึ่งดี ขณะที่สถานการณ์ในถ้ำนั่นเขาทำให้โหดและน่ากลัวเลย พล็อตเริ่มต้นดูน่าสนใจ แต่บทกลับไม่มีอะไรมากไปกว่าการร่วมต่อสู้ของกลุ่มคนที่ต่างเป็นศัตรูกันนั่นแหละ
