รีวิวหนัง Rental Family ครอบครัวให้เช่า | เป็นตัวปลอมมันอบอุ่นและซึ้งใจ
เรื่องครอบครัวเป็นอะไรที่พาอินได้เสมอ ยิ่งกับหนังที่พาคนดูไปเจอกับสายตาคนนอกที่มองเข้าไปในพื้นที่อันแตกต่าง คนที่เติบโตบนแผ่นดินตะวันตก ได้,kเจอกับวิถีและความคิดแบบคนตะวันออก ขีดเขียนให้เขาต้องดิ้นรนค้นพบตัวตนในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งคือการสวมบทบาทเป็นคนในครอบครัวปลอมๆ ‘Rental Family’ หรือชื่อไทย ‘ครอบครัวให้เช่า’ มันเลยกลายเป็นหนังที่น่าประทับใจจนลืมไม่ลงไปได้นี่แหละ
คิดเห็นเช่นไรกับหนังเรื่องนี้?
หนังญี่ปุ่นกึ่งสหรัฐฯ ที่บอกเล่าถึงนักแสดงชายเมกันคนนึง ที่ได้รับบทบาทสมมติในชีวิตของคนอื่น เพื่อเติมเต็มบางสิ่งที่ขาดหายไปของพวกเขาเหล่านั้น แต่ยิ่งสวมบทบาทไปก็ยิ่งอินไปกับมัน สมองและจิตใจคงคิดไปแล้วว่าเราเป็นตัวละครในชีวิตจริงของคนพวกนั้น หนังพาเราไปเจอเมืองหนาวๆ ของคนเหงา ๆ แต่กลับมีเรื่องราวสุดอบอุ่น ทัชใจจนน้ำตาไหลหลายฉาก
บางทีเป็นตัวปลอมก็ไม่ได้แย่นะ
เรื่องย่อหนัง ‘Rental Family’
เรื่องราวของฟิลลิป (Brendan Fraser จากหนังเรื่อง ‘Killers of the Flower Moon’ และ ‘The Whale’) นักแสดงชาวอเมริกันคนนึงที่กำลังโดดเดี่ยว หลงทางและค้นหาความหมายของชีวิตอยู่ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
ท่ามกลางชีวิตที่ต้องดิ้นรนเพราะหางานหาเงินได้ยากเย็น เขาได้พบเจอกับ ชินจิ ทาดะ (Takehiro Hira จากซีรีส์ ‘Shogun’) เจ้าของเอเจนซี่ “ครอบครัวให้เช่า” ที่พาเขาเข้าสู่การทำงานอันแสนประหลาด เพราะเขาต้องสวมบทบาทเป็นญาติมิตรของลูกค้า ช่วยพวกเขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไป
พูดอีกอย่างก็คือ สวมบทบาทเป็นใครสักคนในชีวิตของคนอื่น จนค่อยๆ ก้าวเข้าไปมีส่วนร่วมในโลกของผู้คนเหล่านั้น
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากการแสดง เกิดเป็นสายใยที่จริงใจ และความที่ไม่คาดคิดจากครอบครัวจำแลง ทำให้เส้นแบ่งระหว่างบทบาทกับความเป็นจริงเริ่มเลือนราง ท่ามกลางการเผชิญหน้ากับคำถามเชิงศีลธรรม เขากลับค้นพบความหมายของการมีตัวตน การเป็นส่วนหนึ่ง และความงดงามของความสัมพันะ์ระหว่างมนุษย์ด้วยกันอีกตรั้ง
รีวิวหนัง ‘ครอบครัวให้เช่า’
เมื่อมองไป ก็พบว่ามันเป็นหนังที่มีความญี่ปุ่นอยู่สูงมาก ทีมงาน 95% เป็นคนญี่ปุ่น นักแสดงก็เช่นกัน บนจอยักษ์มีเพียง เบรนแดน เฟรเซอร์ เท่านั้นที่เป็นคนต่างชาติ ถ้าให้เดาก็คงเพราะต้องการเล่าถึงคนนอกที่เดินเข้ามาเจอกับวัฒนธรรมและความคิดของคนญี่ปุ่น ความที่เขาเป็นฝรั่งคนเดียวท่ามกลางคนท้องถิ่น อาจจะมีข้อสงสัยหลายอย่าง แต่เขาก็ต้องเรียนรู้ชีวิตที่นั่นเช่นกัน
เมืองเหงาๆ ท่ามกลางอากาศหนาว ๆ นักแสดงอย่างเขาที่มาอยู่ต่างถิ่นคนเดียวก็เลยเหงาๆ เช่นกัน ทุกคืนจะผ่านไปด้วยการนั่งมองชีวิตผู้คนผ่านหน้าต่างของตนเอง หลังได้เล่นโฆษณาในแดนซามูไร เขาก็กลายเป็นคนที่นั่น หลังดิ้นรนแคสต์งานอยู่นาน เขาจำเป็นต้องรับบทใหม่ “ทำการแสดงในชีวิตจริง”
ผลงานใหม่ของ Hikari คนที่กำกับซีรีส์ ‘Beef’ และ ‘Tokyo Vice’ ที่เล่าเรื่องญี่ปุ่น ประเทศที่คนก็มีปัญหาเหมือนที่อื่น แต่พวกเขาไม่เลือกจะปรึกษาจิตแพทย์ หากเลือกที่จะใช้บริการ “ครอบครัวให้เช่า” แทน นี่อาจเป็นธุรกิจมีอยู่แค่ญี่ปุ่นนี่แหละมั้ง พวกเขามีนักแสดงที่ต้องเข้าไปสวมบทบาทเป็นใครสักคนเพื่อทำให้ความปรารถนาของผู้จ้างวานเป็นจริง และเพื่อเติมเต็มในสิ่งที่ผู้จ้างวานมองว่ามันขาดหายไป
หนังพาเราไปเจอกับสถานการณ์ต่างๆ ที่ฟิลลิปได้เจอ เขาสวมบทบาทได้ดีแม้ครั้งแรกๆ จะรู้สึก “กูมาทำอะไรวะเนี่ย?” ไปบ้าง แต่พอทำไปๆ ก็เริ่มเห็นว่า มันรู้สึกดีอย่างไร จ็อบครั้งถัดไปจึงลื่นไหลมากขึ้น
สิ่งที่เราจะกังวลแต่ดูเหมือนตัวละครจะไม่รู้สึกว่าเป็นปัญหา คือ การรับหลายบทในช่วงเวลาเดียวกัน เพราะฟิลลิปดูเชี่ยวชาญในงานแสดง เขาปรับเปลี่ยนคาแรกเตอร์ตัวเองได้เสมอมา
ในสถานการณ์ที่หลายหลากนั้น พาเราไปเจอกับแง่มุมที่สังคมญี่ปุ่นไม่ยอมรับ ครอบครัวที่เว้าแหว่ง ความทรงจำที่ใกล้จะขาดหาย ฟิลลิปเข้าไปแทรกอยู่ตรงนั้นเพื่อทำให้บางคนรู้สึกจะมีเขาอยู่จริงๆ ตัวตนปลอมๆ ของเขาส่งผลต่อความรู้สึกจริง ๆ ของคนเหล่านั้น แต่ในเมื่อฟิลลิปยังเป็นมนุษย์ แม้การแสดงจะปลอม แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกจริงจนจิตใจเริ่มไม่เห็นว่ามันคือการแสดง คือความเสแสร้ง…อีกต่อไป
หนังพาเราไปเจอกับนักแสดงหลายคนที่ไม่คุ้นเคย (โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่หนังญี่ปุ่นไม่ได้เป็นอาหารจานหลักสักเท่าไหร่แบบผม) ไม่ว่าจะเป็น Mari Yamamoto ที่เล่นเป็นไอโกะจัง หนึ่งในครอบครัวตัวปลอมและเพื่อนร่วมงานของฟิลลิป และคนที่ลืมไปไม่ได้เลยคือ Shannon Mahina Gorman ในบท มิอะ ลูกสาวหน้าลูกครึ่งผู้น่ารักที่อยากเจอหน้าพ่อ น้องเล่นดีมาก จนคิดว่าตัวเองเป็นพ่อน้องเลยอะ
หลายฉากพาเราซาบซึ้งน้ำตาไหล บ้างปลิ้มปริ่มใจที่ได้เห็นเขาสมหวัง บ้างก็คิดไปว่านั่นคือความสัมพันธ์ที่แท้จริง และบ้างพาตกใจเมื่อได้เห็นว่างานนี้มันก็มีด้านมืดอยู่
มันเป็นหนังให้ความหมายกับชีวิต ทั้งชีวิตของฟิลลิปที่เป็นคนนอกแล้วได้มาเจอว่า เขาก็มีตัวตนในสายตาของคนเหล่านั้นเช่นกัน และทั้งชีวิตของคนดู ที่เราอาจต้องการใครสักคนมาช่วยเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย มาช่วยผลักดันให้เราได้ก้าวต่อ มาช่วยเปลี่ยนแปลงบางส่วนเสี้ยวของชีวิตให้แก่เรา
อารมณ์ของหนังมันอาจดูเหงาๆ ในทีแรก แต่เมื่อเรื่องเดินไป มันกลับชักพาความอบอุ่นมาให้กับหัวใจเรา แม้ว่าความสัมพันธ์จะเริ่มต้นจากความไม่จริง แต่มันกลับรู้สึกจริงอย่างน่าประหลาด หนังที่ดำเนินไปทั้งมุมของคนขี้เล่น (มันจึงพาเขาขำคิกคัก) และมุมมองของคนจริงจัง (มันจึงพาเราอินจนน้ำตาไหลแม้กระทั่งตอนเขียนนี้)
เป็นหนังที่ต้องการอายุและประสบการณ์ชีวิตของคนดูอยู่พอสมควร และก็เป็นหนังดีที่สมควรได้ดูซ้ำ…ซะจริงๆ
รายละเอียดเกี่ยวกับหนัง
| ชื่อภาพยนตร์ | Rental Family / ครอบครัวให้เช่า |
| กำกับ | Hikari |
| เขียนบท | Hikari, Stephen Blahut |
| แสดงนำ | Brendan Fraser, Takehiro Hira, Mari Yamamoto, Shannon Mahina Gorman |
| แนว/ประเภท | ดราม่า, คอเมดี้ |
| เรท | PG-13 |
| ความยาว | 110 นาที |
| ปี | 2025 |
| สัญชาติ | ญี่ปุ่น, สหรัฐอเมริกา |
| เข้าฉายในไทย | 8 มกราคม 2026 |
| ผลิต/จัดจำหน่าย | Knockonwood, Domo Arigato Productions, Sight Unseen Pictures, Searchlight Pictures |
คะแนนรีวิวหนัง ครอบครัวให้เช่า
พล็อตและบท - 9
การแสดง - 8.5
การดำเนินเรื่อง - 9
เพลงและดนตรีประกอบ - 8.5
งานถ่ายภาพ โปรดักชัน และเทคนิคพิเศษ - 9
8.8
Rental Family
หนังญี่ปุ่นกึ่งสหรัฐฯ ที่บอกเล่าถึงนักแสดงชายเมกันคนนึง ที่ได้รับบทบาทสมมติในชีวิตของคนอื่น เพื่อเติมเต็มบางสิ่งที่ขาดหายไปของพวกเขาเหล่านั้น แต่ยิ่งสวมบทบาทไปก็ยิ่งอินไปกับมัน สมองและจิตใจคงคิดไปแล้วว่าเราเป็นตัวละครในชีวิตจริงของคนพวกนั้น หนังพาเราไปเจอเมืองหนาวๆ ของคนเหงา ๆ แต่กลับมีเรื่องราวสุดอบอุ่น ทัชใจจนน้ำตาไหลหลายฉาก บางทีเป็นตัวปลอมก็ไม่ได้แย่นะ












