บทความนี้ เรามาพูดถึงซีรีส์เรื่องหนึ่งที่มีตัวละครนำน่าสนใจกันดีกว่า หนึ่งคือนักสืบเชื้อสายเอเชียที่เชี่ยวชาญด้านสืบคดี แต่อีกหนึ่งคือฆาตกรไซโคพาธที่เก่งและโหดแถมชอบผู้หญิง เมื่อสองคนนี้มาปะทะกัน และถูกบางสิ่งดึงดูดให้เข้าหากัน มันจึงกลายเป็น ‘Killing Eve’ หรือชื่อไทย ‘คิลลิ่งอีฟ: พลิกเกมล่า แก้วตาทรชน’ มีพล็อตมันน่าสนใจให้รู้สึกอยากรู้อยากติดตาม
คิดเห็นเช่นไรกับซีรีส์เรื่องนี้?
เมื่อคู่ตรงข้ามถูกจับมาเป็นพล็อตของซีรีส์ หนึ่งคือนักสังหารที่มีสกิลสูง ไร้ที่ติ แต่สวยและชอบผู้หญิง มาเจอกับนักสืบตัวกลั่นที่มีครอบครัวแล้ว มันเลยกลายเป็นซีรีส์ที่เล่าความสัมพันธ์แบบแปลกใหม่ ได้ทั้งความโหดของการฆ่า การไล่ล่าเพื่อจับกุมตัว แต่ในระหว่างนั้น มันก็กลับมีการจีบ มีอารมณ์โรแมนติกแบบที่เล่าความรู้สึกได้ยากปะปนอยู่ในนั้นด้วย
ต้องบอกว่า สองตัวนำสวมบทบาทได้ดีมากๆ เลย โดยเฉพาะโจดี้ โคเมอร์ บทสาวนักฆ่าที่รักผู้หญิงของเธอนั้น มันช่างโดดเด่น สมแล้วล่ะที่ได้รับรางวัลบาฟต้ามาครอง อีกส่วนที่ชอบก็คงเป็นการเลือกเพลงประกอบ แหม่ ช่างโดนใจ
เรื่องย่อซีรีส์ ‘Killing Eve’
อีฟ โพลัสตรี (Sandra Oh จากหนังเรื่อง ‘Good Fortune’ และซีรีส์ ‘Invincible’) ที่บ้านเธอเป็นภรรยาของนิโค (Owen McDonnell) สามีครูคณิตพี่หนวดสุดน่ารัก แต่ที่ทำงานเธอเป็นผู้ช่วยของบิลใน MI5 ทว่าทักษะความเชี่ยวชาญในด้านการตามหาฆาตกร ทำให้เธอไปไกลกว่านั้น
อีกด้านหนึ่ง คือ วิลลาเนลล์ (Jodie Comer จากหนังเรื่อง ’28 Years Later’ และ ‘The Bikeriders’) สาวสวยนักฆ่าที่เดินทางไปทั่วโลกเพื่อฆ่าตามคำสั่ง เธอไปเวียนนา แล้วมาพักอยู่ในปารีส จ็อบใหม่เธอต้องไปที่ทัสกานี เธอเก่งทุกด้าน ทั้งปลอมตัว กลมกลืน เชื่อมั่นในฝีมือตัวเอง และคร่าชีวิตได้อย่างแสนเลือดเย็น เธอเป็นไซโคพาธที่ประสานงานผ่านคอนสแตนติน (Kim Bodnia) ชายเคราขาว
แต่ทว่า หลังจากที่อีฟทำเกินหน้าที่ทั้งที่ได้รับเพียงหน้าที่เบาๆ อย่างการคุ้มกันพยานเท่านั้น เธอกลับสืบสัมภาษณ์เองจนเรื่องราวเลยเถิด เจ้าหน้าที่ถูกมือสังหารสาวฆ่า อีฟถูกไล่ออกจากงานพร้อมกับบิล ก่อนจะได้รับการชักชวนมาร่วมกันก่อตั้งสำนักงานนักสืบลับๆ
รีวิวซีรีส์ ‘คิลลิ่งอีฟ: พลิกเกมล่า แก้วตาทรชน’
กว่าชีวิตจะโคจรมาบรรจบกับซีรีส์เรื่องนี้ ก็เรียกว่าใช้เวลาพอควร จนมันมีถึง 4 ซีซันแล้วถึงเพิ่งจะได้มาเจอ เท่าที่ดู รู้สึกว่ามันเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครหญิง เล่าเรื่องของแก๊งสายลับที่ต้องมาเผชิญหน้ากับนักล่าฆ่าต่อเนื่องฝีมือเฉียบ
วิลลาเนลล์ ฆาตกรของเรื่องนี้ เธอเป็นสาวสวยเชื้อสายรัสเซียที่เชี่ยวชาญในการฆ่าอย่างสุด ๆ ด้วยความมีจิตใจแบบฆาตกรต่อเนื่อง มีพฤติกรรมที่เพี้ยนแปลก และโหดสัสรัสเซียของเธอนี่แหละ ที่พาให้คนดูอย่างเรารู้สึกเซอร์ไพรส์ตลอดเวลา ยิ่งสวยคมก็ยิ่งสะกดให้หัวใจไหวหวั่นเข้าไปใหญ่
เรื่องนี้ เขาเขียนให้ตัวนำของเรื่องผู้หญิงสองคนที่ต้องมาปะทะกัน เมื่อมีนักฆ่าสาวฝีมือเฉียบไปแล้ว ก็มาถึงอีกตัวละครหนึ่ง อีฟ ทำงานอยู่ในเอ็มไอไฟว์แต่ไม่ค่อยถูกยอมรับ เธอเรียนด้านจิตวิทยาฆาตกรรมมาก่อน ภายนอกอาจดูเป็นแม่บ้าน แต่ความจริงฝีมือการสืบนั้นเป็นเลิศ มองปราดเดียวก็รู้ว่าหนนี้ฆาตกรเป็นผู้หญิง จนในที่สุด เหมือนฟ้าจะมีตา แฟรงค์ชายแท้มองไม่เห็นไม่เป็นไร แต่แคโรลีน มาร์เทนส์ (Fiona Shaw จากหนังเรื่อง ‘That Christmas’ และซีรีส์ ‘Andor’) เป็นฝ่ายมองเห็น
หลังถูกไล่ออก แคโลรีนพาเธอเข้าแก๊งนักสืบลับ ที่มีเพื่อนร่วมทีมเป็น เอเลน่า สาวผิวดำผมฟู บิล หัวหน้าเก่า กับ เคนนี่ (Sean Delaney) นักตามหาหลักฐานในอินเตอร์เน็ต ซึ่งจริงๆ ก็เป็นลูกชายของเธอนั่นแหละ แล้วหลังจากนั้น การตามล่าระหว่างแก๊งสืบลับ กับ ฆาตกรสาวไซโคพาธก็ดำเนินไปอย่างสนุก
บทของซีรีส์เรื่องนี้ เขาจะพาเราไปเจอกับชีวิตรักของวิลลาเนลล์ เธอเป็นไซโคพาธที่ชอบผู้หญิง ชีวิตของเธอวนเวียนอยู่กับการฆ่าและความรัก มันเลยให้กลิ่นอายที่แปลกใหม่ เพราะในแต่ละตอน เราจะพบกับวิลลาเนลล์ผู้มีหลายชื่อ ที่พยายามจะจีบอีฟด้วยหลากหลายวิธี แม้ว่าสถานะของทั้งสองจะเป็นขั้วตรงข้ามกันก็ตาม และเรื่องราวก็พาเราไปเจอกับคนเก่า ๆ ที่จบกันไม่สวยเลยสักคน
ซีซันแรก เป็นอะไรที่สนุกมาก เพราะได้เจอแต่อะไรที่เราไม่คาดคิด มีเซอร์ไพรส์ให้ตลอดทาง คนนึงก็มีชีวิตเป็นแม่บ้าน มีสามี และได้งานที่ตรงจริต เมื่อได้แคโรลีนสร้างแผนกมาเพื่อล่าวิลลาเนลล์โดยเฉพาะ อีกคนก็เป็นนักฆ่าตามใบสั่งที่เก่งทุกด้าน ไม่น่าจะมีใครจับตัวเธอได้ถ้าไม่ได้เจอกับอีฟที่นอกจากมีสกิลแล้วยังถูกนักฆ่าหลงรัก
ก่อนที่ซีซันสองจะเริ่มดร็อปลงในความรู้สึกของเรา มันเริ่มไม่มีอะไรให้เซอร์ไพรส์ ต่างคนที่ต่างรู้จักหน้าค่าตากันและกัน แต่สถานการณ์ก็เริ่มจะแปรเปลี่ยน คาโรลีนทำตัวให้น่าสงสัย คอนสแตนตินกลายเป็นพยานในความคุ้มครอง ขณะที่วิลลาเนลล์ก็มักจะใช้การฆ่าเพื่อเรียกร้องให้อีกฝ่ายสนใจ แทนที่จะฆ่าตามใบสิ่งอย่างซีซันแรก เอาจริงๆ เราเหมือนต้องอยู่ต่อกับมันเพราะคาดหวังจะได้เจออะไรสนุก ๆ อีก
เรื่องราวมันมีแง่มุมและตัวละครที่พูดถึงเรื่องเพศอยู่พอสมควร เลยคิดว่าน่าจะถูกใจนักดูซีรีส์บางกลุ่ม อย่างบิล เจ้านายเก่าของอีฟเองก็น่าจะเป็นชายที่มีอะไรได้ทั้งชายและหญิง เขาแต่งกับเคโกะเพื่อมีลูกด้วยกัน ขณะที่แฟรงค์ นายใหญ่ของอีฟก็ดูเป็นเจ้านายที่ค่อนข้างเหยียดผู้หญิง นาเดียแฟนเก่าของวิลลเนลล์ที่กลับมาเจอกันอีกครั้ง รวมไปถึงอันนา ครูสอนภาษาของเธอ
สิ่งที่เราสัมผัสได้ว่า ซีรีส์มันมีมุมโรแมนติกอยู่ในนั้นก็คือ การที่นักฆ่าสาวพยายามส่งของขวัญไปให้นักสืบหญิงนี่แหละ ของขวัญที่สื่อความนัยถึงตัวผู้ส่งอย่างโจ่งแจ้ง ทั้งน้ำหอม ทั้งลิปสติก เสื้อผ้า แล้วก็นะ ไอ้คนรับมันก็ใช้ซะด้วยสิ
ระหว่างทาง มันก็มีอะไรให้คิดว่า จิตใจของอีฟกำลังสับสนอยู่มั้ยนะ อ้าว แบบนี้คงต้องไปต่อจนจบ 4 ซีซันล่ะมั้งเนี่ยเรา
รายละเอียดเกี่ยวกับซีรีส์
| ชื่อซีรีส์ | Killing Eve / คิลลิ่งอีฟ: พลิกเกมล่า แก้วตาทรชน |
| ผู้สร้าง | Phoebe Waller-Bridge |
| ผู้กำกับ | Damon Thomas, Stella Corradi, Jon East, Harry Bradbeer, Lisa Brühlmann |
| ผู้เขียนบท | Phoebe Waller-Bridge, Laura Neal, Emerald Fennell, Isis Davis, Suzanne Heathcote, Kayleigh Llewellyn |
| นักแสดง | Jodie Comer, Sandra Oh, Fiona Shaw, Kim Bodnia, Owen McDonnell, Sean Delaney |
| แนว/ประเภท | แอ็คชัน, ผจญภัย, ดราม่า, ระทึกขวัญ |
| จำนวนตอน | ซีซัน 1: 8 ตอน ซีซัน 2: 8 ตอน ซีซัน 3: 8 ตอน ซีซัน 4: 8 ตอน |
| ช่องทางรับชม | Netflix, Disney+, Prime Video |
| เริ่มออกอากาศ | 8 เมษายน 2018 |
| ผู้ผลิต/เจ้าของลิขสิทธิ์ | Sid Gentle Films, Fifth Season, BBC America |
