ถึงเวลาของเล่าเรื่องหนังแล้วสินะ ในฐานะที่นานๆ จะได้ไปดูหนังฟรีก่อนชาวบ้านเขาสักที (ปกติไปดูช้ากว่าชาวบ้านเขาอยู่บ่อยๆ) หลังจากบ่นๆ ว่าอยากดู “20th Century Boys” อยู่ วันนี้ได้ไปดูมาแล้วครับ ภาคปฐมบทของมัน ที่จัดโดย Kapook

ได้ดูฟรี แถมยังมีเสื้อมาให้ใส่ฟรีอีกต่างหาก

เหตุเกิดขึ้นที่ เมเจอร์ รัชโยธิน ที่วันนี้ ฝนตกต้อนรับ “เพื่อน” แต่เราไม่เปียก ช่างโชคดีเหลือหลาย ฝนหยุดพอดี รับตั๋วรับเสื้อเรียบร้อย ก็โดนบังคับให้ใส่เสื้อด้วย เอ้า เอาก็เอา เปลี่ยนเสื้อในห้องน้ำเสร็จก็มาถ่ายรูปกันนิดหน่อย ก่อนจะไปหาไรกิน รอเวลา สองทุ่มเดินขึ้นมาใหม่ ในที่สุดก็ได้ดู อิอิ โรง 13

วันนี้ รู้สึกแปลกใจที่โฆษณาน้อยกว่าปกติ เหอๆ

เริ่มเรื่องก็นึกถึงมังงะที่เพิ่งอ่านทบทวนรอบใหม่ เพราะมันเริ่มเหมือนกันเด๊ะ ที่ฉากเคนจิเปิดเพลง “20th Century Boys” เพลงที่เป็นที่มาของชื่อเรื่องเลย เสร็จแล้วก็เปลี่ยนไปเล่าแบบใหม่ เล่าแบบไหน จะบอกดีมั้ยเนี่ย เหอๆ

ถ้าคุณอ่านมังงะมาก่อน ก็จะรู้ว่า เริ่มเรื่องเขาหยิบตอนไหนมาเล่าก่อน ต่างกับมังงะที่จะเล่าวกไปวนมา แล้วแต่ว่า คนวาดเขาอยากให้คนอ่านรู้ตรงไหนก่อนหลัง ขณะที่หนัง จะเล่าโดยมีเส้นแกนการดำเนินเรื่องที่แน่นอนกว่า คือ เวลาปัจจุบันของเคนจินั่นแหละ ที่ไล่ตั้งแต่ปี 1997 เล่า flashback เผยที่มาที่ไปในช่วงรอยต่อของเรื่องราว ไปจนถึงสิ้นปี 2000 แล้วก็มีอีกเรื่องมาครอบไว้อีกที

โดยส่วนรวม ผมว่า ด้วยรายละเอียดที่สูง การเล่าเช่นนี้ นอกจากทำให้ดูน่าสนใจแล้ว ยังทำให้ตามเรื่องได้ง่ายขึ้นสำหรับคนที่ไม่เคยอ่านมังงะมาก่อน

แต่ก็ด้วยความที่รายละเอียดมันเยอะนั่นแหละ ทำให้การเล่าเรื่อง flashback ค่อนข้างเยอะไปหน่อย น่าจะทำให้หลายคนชักเบลอ เมื่อดูไปราวชั่วโมงนึง (ส่วนแฟนๆ ของมังงะ สบายหายห่วง) อารมณ์หนังก็อาจจะไม่คุ้นชินนักสำหรับคนที่ดูหนังฮอลลีหวูดมาเยอะ หนังญี่ปุ่น อารมณ์มันจะเรื่อยๆ พอจะถึงมุขขำๆ ก็จะมาแบบญี่ปุ๊นญี่ปุ่นอีก เส้นลึกหน่อยก็อาจจะไม่ขำ แต่หลายหน เราก็ขำเพราะท่าทางแอ็คติ้งของตัวละครมากกว่า บางทีมันก็ไปล้อเลียนภาพที่เราจำไว้จากมังงะเสียด้วยซ้ำ

ตัวละครที่เราได้ซึมซับจากเวอร์ชั่นมังงะ พอมาเป็นตัวละครที่แสดงโดยคนจริงแล้ว มันก็ย่อมมีบ้าง ที่รู้สึกชอบ ไม่ชอบ ถูกใจ ไม่ถูกใจ ต่างระดับกันไป แล้วแต่ความคาดหวังที่ไม่เท่ากัน แต่ผมว่า หลายๆ ตัว แฟนมังงะน่าจะชอบกัน อย่างคู่แฝด แมมโบ ยัมโบ นั่นโคตรจะเหมือน พอโตขึ้นก็ยังเหมือนอีก หามาได้ยังไงไม่รู้ ยูคิจิ ก็สวยกว่าที่คิดไว้มาก ขณะที่คันนะ กลับไม่โดนใจเท่าไหร่ ยิ่งเคนจิยิ่งห่างไกลจากความรู้สึก แต่พูดถึงความสามารถด้านการแสดง ถืือว่าทำได้ดีทุกๆ คนเลยครับ

ผมเฝ้ารอดูฉากเฉลยที่มาของสัญลักษณ์ “เพื่อน” พอถึงฉาก ผมก็อดขำไม่ได้กับที่มาของมันจริงๆ

ใครที่คิดว่าจะไปดู “20th Century Boys” ก็เตรียมควักตังค์จ่ายค่าตั๋วกันได้ จะให้ดี หามังงะมาอ่านไว้ก่อน ถึงสักเล่ม 6 เล่ม 7 เผื่อให้ตามเรื่องอย่างสบายๆ ที่เหลือไปมีความสุขกับการเทียบสิ่งที่คิดในใจ กับภาพที่เห็นบนจอเอาก็พอครับ

ดีใจ ได้ดูหนังก่อนคนอื่น เลยเอามาเล่าให้อ่านกันก่อน อิอิ