SHARE
Hanamizuki ฮานะมิซึกิ | ดอกไม้รักของสองเรา

เช่นเคย เมื่อหัวใจมันเรียกร้องมาจากข้างใน ว่าอยากเข้าไปดูหนังในโรง ไม่อยากรอให้ต้องมาดูกับจอเล็กๆ ที่บ้าน สองเท้าจึงก้าวอย่างไวรุดไปยังโรงหนัง ควักตังค์จ่ายค่าตั๋วแล้วแจ้นเข้าโรงทันใด เข้าไปพบกับประสบการณ์รักบนจอใหญ่ๆ ในโรงขนาดปานกลางของ Lido 3 ณ สยามสแควร์ ใจกลางย่านช้อปปิ้งของเหล่าวัยรุ่น ที่เดินเล่นในสมัยเรียนของพวกเรา เพื่อพบกับ Hanamizuki ดอกไม้รักของเราสองไง

Hanamizuki ฮานะมิซึกิ

เชื่อแน่ว่าหลายคนคงชื่นชอบในภาพยนตร์ญี่ปุ่น ชื่อ Be With You และ Nada Sou Sou มาบ้างแล้ว ทั้งสองเรื่องต่างเรียกน้ำตาจากผู้ชม พร้อมๆ กันไปเรียกความประทับใจในบท ภาพและซีนอารมณ์ที่มีให้พวกเรามาอย่างเต็มเปี่ยม และนี่คือภาพยนตร์เรื่องใหม่จากผู้กำกับคนนี้ โนบุฮิโร่ โดอิ (Nobuhiro Doi)

เชื่อแน่ว่า เมื่อเราไปดูหนังรัก เราคงต้องเจอกับเรื่องราว ที่ใกล้เคียงกับเรื่องจริงของตัวเองบ้างในบางครั้ง โดยเฉพาะเรื่องราวที่ไม่ได้ไกลเกินไปกว่าจะเกิดขึ้นในชีวิตจริงๆ ไม่ได้ อย่างเช่นเรื่องนี้

ถ้าเส้น 2 เส้นที่เคยได้เดินข้างเคียงกันมาก่อน วันนึงกลับต้องมีอันแยกย้ายกันไป ย่อมอาจจะไปเจอเส้นๆ ใหม่ และอาจทำให้การกลับมาพบกันอีกครั้งของเส้นคู่เดิม ไม่อาจเหมือนเคยได้อีกต่อไป

Hanamizuki ฮานะมิซึกิ

เรื่องราวที่เกิดขึ้นใน 4 เมือง 3 ประเทศ ที่ซึ่งเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในหนังเป็นเวลาหลายปีด้วยกัน

เมื่อซาเอะ (อารางากิ ยูอิ) เด็กสาวมัธยมฯ ปลายจากฮอกไกโด ที่มีความฝันจะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย และใช้ชีวิตในเมืองเกิดของตัวเองในแคนาดา ด้วยความที่เธอเรียนเก่ง หัวดี และค่อนข้างจะจริงจังกับชีวิตอยู่สักหน่อย แต่วันหนึ่ง เธอก็ได้พบกับเด็กหนุ่มนาม โคเฮ (โทมะ อิคุตะ) ที่ความหวังความฝันของเขาช่างแตกต่างกับเธออย่างสิ้นเชิง…

โคเฮคุง มีความต้องการจะสืบทอดกิจการประมงจากผู้เป็นพ่อ จึงเลือกเข้าเรียนในโรงเรียนประมง หลังจากทั้งสองพบกัน อุบัติเหตุครั้งนั้น ทำให้เส้นทางของทั้งสองเดินขนานเคียงคู่กันไปเนิ่นนาน ขณะเดียวกัน ในใจทั้งคู่ก็หวั่นว่า ความฝันที่แตกต่างจะพรากทั้งสองห่างกันไป

แต่แล้ว สิ่งที่หวั่นเกรงไว้มันก็เป็นความจริง!

เมื่อซาเอะต้องจากไปเป็นสาวโตเกียว ทิ้งให้โคเฮต้องเผชิญกับวิกฤติประมงตามลำพัง แต่ระหว่างทาง ย่อมจะมีอะไรมาทำให้หัวใจทั้งสองหวั่นไหว จนในที่สุด เส้นทางที่จะกลับมาบรรจบกันดูจะหมดลง…

Hanamizuki (ハナミズキ) Trailer

เคยไหม คบกัน รักกัน มากมาย แต่แล้ววันหนึ่ง ต่างคนต่างห่างไกล คนใดคนหนึ่งหรือต่างคนต่างคนต่างได้เจอคนใหม่ แล้ววันหนึ่งก็กลับมาเจอกัน แน่นอนว่า ร่องรอยในใจของกันและกันนั้นไม่อาจปิดได้มิด แววตาเธอมันบอก และแววตาของฉันก็คงจะบอกเธอเช่นกัน แต่เราไม่อาจอยู่ในฐานะที่จะเปิดเผยอะไรในใจได้อีกแล้ว สถานะของเราได้เปลี่ยนไปแล้ว

เรื่องราวมันช่างน่าเศร้า ถ้าคนเคยรักกัน และอาจยังรักกันอยู่ กลับไม่อาจกลับมาแสดงความรู้สึกที่ท่วมท้นในใจต่อกันได้อีก

น้ำตามันไหลออกมาอีกแล้ว เฮ่อ…

เรื่องราวแม้เนิบนาบไปบ้างบางช่วง แต่ไม่ทำให้ผมรู้สึกเบื่อ หรือไม่อยากอยู่ต่อรอดูบทลงเอย เสียน้ำตาไปนับรอบได้ก็จริง อาจไม่เท่าที่เสียให้ Be With You และ Nada Sou Sou ได้ก็จริง แต่เรื่องราวในนั้นโดนใจเข้าอย่างจังจนบอกไม่ถูก

ยูอิ อารางากิ (Yui Aragaki) น่ารักตั้งแต่ต้นเรื่องในแบบเด็กสาวมัธยมฯ ปลาย และยังน่ารักยาวไปจนถึงวัยทำงาน นี่ถ้ากลับไปดูเธอในชุดบิกินี่ต่ออีกก็คงจะฝันหวานกันไปเลย

一青窈Hanamizuki (best hits 2004)

บททิ้งท้าย ยังคงเหมือนเคย ทิ้งไว้ด้วยเพลง “Hanamizuki” ชื่อเดียวกันหนังนั่นแหละ สะอื้นอีกรอบจนได้สิน่า

“ฮานะมิซึกิ” คือชื่อของดอกไม้ บนต้นที่พ่อของซาเอะปลูกเอาไว้หน้าหน้า นอกจากนี้ “Hanamizuki” ก็ยังเป็นชื่อของเพลงฮิตชื่อเดียวกันของ โย ฮิโตโตะ ในปี 2004 อีกด้วย ภาพยนตร์นี้ได้รับแรงบันดาลจากเพลงฮิตในอดีต เช่นเดียวกันกับ “Nada Sou Sou” หนังเรื่องของโดอิ

หนังเรื่องนี้ ทำให้ผมรู้ว่า ภาพของประภาคารสวยงามแห่งหนึ่งของโลกที่ผมพบเห็นบ่อย มันอยู่ที่ไหน มันอยู่ “ที่นั่น” นั่นเอง

ผมชอบ “Hanamizuki” ครับ บอกจากใจ

—————————————-|

ชื่อภาพยนตร์ : Hanamizuki
กำกับ : โนบุฮิโร่ โดอิ (Be with you, Nada Sou Sou)
เขียนบท : Noriko Yoshida (screenplay)
ประเภท/แนว : Romantic, Drama
นักแสดงนำ : อารางากิ ยูอิ (Sky of love), โทมะ อิคุตะ (Hana-Kimi), โอซามุ มิคาอิ (Shinobu), ยาสุชิมารุ ฮิโรโกะ (Always Sunset on the third street)
เรท :
ความยาว : 2 ชั่วโมง 8 นาที
เข้าฉายในประเทศไทย : 23 ธันวาคม 2553

PatSonic Blog Comment

7 COMMENTS

  1. อยากดูจังอ่ะค้าบ!! ก่อนเปิดคงต้องเตรียม ทิชชู่ ไว้เช็ดน้ำตา เลยทีเดียว!

  2. เอิ่ม……. ทัศนะส่วนตัวนะ ไม่ได้รู้สึกแย่กะหนังญี่ปุ่นแบบนี้นานแล้ว

    วิธีเล่าเรื่อง เช๊ยยยย เชย อ่ะ เรื่องนี้
    เหมือนเอาคุณลุง ผกก.วัย 70 มาทำเพื่ออำลา..แขวนสเลด
    ดูไปถึงกลางเรื่อง คนข้าง ๆ ก็บ่นว่าเบื่อจัง หนังมันนานนนนจัง
    ประมาณว่า เลิกดูกันไหม

    เนื้อเรื่องเชย ๆ ภาพเชย ๆ บทเชย ๆ วิธีเล่าก็เชย
    วนเวียนอยู่กับเรื่องรักเดียว รักยืนยาว รักฝังใจ
    เชื่อมโยงอะไรไม่เข้าที่เข้าทาง
    จะรักพ่อก็น่าจะทำให้รู้สึกว่านางรักพ่อ หรืออะไรยังไง
    รักพ่อก็ไม่ใช่ รักแม่ก็น้อยไป รักผู้ชาย…ก็ยังน้อยไปหน่อย
    ฉากที่แม่บอกว่า ลูกพยายามมากจริง ๆ
    ยังไม่รู้สึกเลยว่านางไปพยายามตอนไหน แล้วพยายามยังไง
    กะผู้ชายรุ่นพี่ ก็ยังไม่ได้รู้สึกว่าจะรักกันอะไร

    ไม่ลงลึกอะไรซักกะอย่าง ราวกับคนเขียนบท
    ไม่เคยรู้จัก ซาบซึ้ง ดื่มด่ำกับสิ่งที่ตัวเองเขียนเลย

    แต่ถึงอย่างนั้น หนังก็ให้อะไรมาอย่างนึง
    คือบอกเราว่า ไม่ต้องรีบหาสิ่งที่ใช่ เดี่๋ยวถึงเวลา มันก็มาเอง

    ให้มาแค่นี้จริง ๆ หนังเรื่องนี้

    (ปล อย่าด่าเค้านะ เค้ารู้สึกอย่างนี้จริงๆ)

  3. หนังเรื่องเดียวกัน อาจให้มุมมองที่แตกต่างในใจของแต่ละคน เพราะทุกคนมีความต้องการไม่เหมือนกัน คิดไม่เหมือนกัน เจออะไรมาไม่เท่ากัน ไม่แปลกหรอกเอิร์ธ

    อย่างที่เขียนไว้ แม้ว่าจะไม่ได้ สะเทือนใจ ร้องไห้ได้มากเท่ากับเรื่องก่อนๆ แต่ก็มีความสุขกับภาพสวยๆ นางเอกน่ารักๆ ภาพสถานที่ในต่างเมืองที่ไม่เคยไป อ่อนไหวกับการลาจาก บางฉากที่ร้องไห้กันในเรื่อง ก็ยังไม่ได้ร้องไห้ตามเลยก็มี แต่มันก็ยังมีมุมที่พอให้เราได้รักหนัง ซึ้งไปกับหนังได้บ้าง

    หนังมีทั้งจุดดีและจุดด้อยในเรื่องเดียวกัน เป็นธรรมดา ก็เหมือนการมองโลกกันคนละมุม เห็นกันคนละทวีปน่ะ ไม่ได้คิดมาก อ่านไปแล้วยิ้มด้วยซ้ำ ดีจัง มีคนมาเมนต์ยาวขนาดนี้

    หลังๆ หาได้ยากมาก ^^ จริงๆ

  4. เออ งั้นนายก็เอาเรื่องเกี่ยวกับชีวิตนายไปสร้างเองปะ

  5. ผมดูเรื่องนี้ตั้งแต่วันอาทิตย์ แต่ยังไม่จบเลยครับ คาดว่าจะจบคืนนี้ แต่ขอแสดงความคิดเห็นก่อนดูจบละกันนะครับ

    ผมชอบช่วงแรกของหนังมาก มันน่ารักดีครับ ชอบตอนที่พระ-นางเค้าเจอกันครั้งแรก แต่ที่ชอบสุดคือตอนที่พระเอกเค้างอนนางเอกแล้วเดินลงจากรถไฟ อาจเพราะเคยมีประสบการณ์ร่วมมั้งครับเลยชอบ

    ผมดูถึงตอนนางเอกไปอเมริกา ก็ผลอยหลับไป ต้องมาดูต่อวันที่ 2 แต่วันที่ 2 ที่ได้ดูกลับไม่ค่อยชอบเหมือนวันแรก ไม่รู้เพราะดูขาดช่วงหรือเป็นเพราะตัวหนังเอง แต่ผมรู้สึกไม่ค่อยชอบพฤติกรรมและการตัดสินใจอะไรหลายๆอย่างของตัวละครทั้ง 2

    ล่าสุดผมดูถึงตอนนางเอกเปิดตัวงานนิทรรศการรูปถ่ายของคนรักนางเอก ว่าคืนนี้จะดูต่อจนจบ ไม่รู้จะเป็นยังไงต่อ แต่แอบหวังว่าจะจบไม่น้ำเน่าหรือพยายามจะดราม่า แต่ถ้าวัดแค่เท่าที่ดู ผมว่ามีส่วนที่ชอบมากกว่าไม่ชอบครับ อย่างน้อยนักปแสดงนำทั้ง 2 (หรือจะรวมคุณช่างภาพด้วยก็ได้) เล่นดีและมีเสน่ห์มากๆครับ

  6. เพิ่งดูจบเมื่อคืน ชอบมาก
    คิดว่าเรื่องนี้เป็นตัวแทนของความรักที่ผลักดันให้ก้าวเดินต่อไป ไม่ใช่ความรักแบบฝังใจอะไรมากมายนะ (ถ้าฝังใจมากๆ ต้องแบบเรื่อง 5 cm per second เลย) เพราะทั้งคู่ก็เลือกทางเดิน เลือกหน้าที่ เลือกความฝัน เพื่อแสวงหาความรัก

    มันทำให้เราเข้าใจว่าความรักวัยหนุ่มสาว กับความรักของคู่ชีวิตมันแตกต่างกันยังไง ทางเดินที่แยกจากกัน ขนานกัน จะกลับมาชนกันรึเปล่า

    จังหวะการเล่าเรื่องค่อนข้างดี เพราะเรื่องมีรายละเอียดมากกับเวลา 10 ปีของหนัง (ถ้ายืดๆ ต้องทไวไลท์ 4 เลย เนื้อเรื่องไม่มีอะไรเลย) ค่อยๆ ให้คนดูซึบซับบรรยากาศในช่วงวัยต่างๆ ของคน ทั้งวัยรุ่น วัยทางแยก วัยแสวงหาตัวเอง วัยทำงาน และวัยครอบครัว

    สรุปชอบมากครับ ชอบกว่า Nada Sou Sou เพราะเรื่องนั้นมันเศร้าไป

LEAVE A REPLY