เราคงไม่รู้และคงตัดสินไม่ได้ ถ้าเราไม่ได้อยู่ตรงนั้นจริงๆ สิ่งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของหนังเรื่องนี้ก็เป็นได้ ถ้าเกิดสาวนักเขียนนิยายเกิดวาร์ปเข้าไปอยู่ในโลกของวรรณคดีเรื่องนั้นจริงๆ เข้าล่ะ เธอจะทำอะไรกับมัน ในเมื่อเธอรู้จุดจบตัวละครนี้แล้วนี่ว่าต้องโดนประหาร คำถามนี้ที่น่าสนใจ มันถูกขยับขยายกลายมาเป็นบทและหนังไทยเรื่อง ‘In the Name of Love’ หรือ ‘อัศจรรย์วันทอง’ ที่ทุกคนสนใจใคร่ดูกันในโรงตอนนี้ยังไงล่ะครับ
คิดเห็นเช่นไรกับหนังไทยเรื่องนี้?
หนังไทยแนวแฟนตาซีรักโรแมนติกคอมเมดี้ที่มีมีประเด็นหนักๆ อยู่ในนั้น หยิบมหากาพย์รักสามเส้ามาขีดเขียนใหม่ให้ร่วมสมัยยิ่งกว่า เริ่มต้นด้วยการให้นักเขียนสาววาร์ปเข้าอยู่ในโลกของนิยายขุนช้างขุนแผน และเธอก็เป็นนางพิม ผู้ที่อนาคตจะต้องกลายเป็นวันทองสองใจและถูกประหารชีวิต เธอเลยคิดจะเปลี่ยนชะตาของตัวละครที่ตนสวมอยู่ โลกในนั้นจึงเปลี่ยนไปหลายสิ่ง หนังที่เริ่มจากบทตลกไปซะครึ่งค่อนเรื่อง ก่อนจะวกมายังประเด็นที่จริงจังกว่า อย่างสังคมปิตาฯ และความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ
มันทำเราหัวเราะคิกคักได้ตั้งแต่เร่ม ทว่าเมื่อตอนที่ต้องจริงจัง การเล่าเรื่องของหนังยังไม่กลมกล่อมดีพอ แม้จะยังเข้าใจได้ในสิ่งที่ต้องการจะสื่อ กระนั้น หนังก็ทำได้ดีในหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นการแสดง หรือเทคนิคพิเศษ
เรื่องย่อหนัง ‘In the Name of Love’
พิมพ์มาดา (อิ้งค์ วรันธร จากหนังเรื่อง ‘Snap แค่…ได้คิดถึง’ และ ‘Faces of Anne’) เธอเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง และตอนนี้เธอก็กำลังสนใจในเรื่องราวที่เกี่ยวกับนิทานพื้นบ้านของไทยอย่าง ‘ขุนช้างขุนแผน’ แต่แล้วใันวันหนึ่ง เธอกลับพบว่าเธอหลุดเข้าไปอยู่ในสมัยอยุธยา รัชสมัยพระพันวษา ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับเรื่องราวที่เธอสนใจอย่างพอดิบพอดี
และร่างที่เขาไปอยู่นั่นก็คือ พิมพิลาไลย ที่ในสักวันต่อมาเธอจะกลายเป็น “นางวันทอง” ที่มีซื่อสร้อยต่อมาว่า “สองใจ” นั่นเอง และด้วยความที่เธอศึกษาเรื่องราวของ 1 หญิง 2 ชายมาอย่างดี พิมรู้ดีว่าชีวิตวันทองต้องลงเอยถูกสั่งประหาร จึงมองว่าตัวเองคงถูกกำหนดมาเพื่อเปลี่ยนจุดจบของวันทอง
แต่การจะทำเช่นนั้นมันก้คงไม่ง่าย เมื่อพิมได้มาพบเจอกับพลายแก้วหรือขุนแผน (หมาก ปริญ จากหนังเรื่อง ‘จอมขมังเวทย์ 2020’) สุดหล่อเจ้าชู้ผู้มีวิชาอาคมที่ตามจีบเธอตั้งแต่ยังบวชเป็นเณร และ ขุนช้าง (กลัฟ คณาวุฒิ จากหนังเรื่อง ‘บัวผันฟันยับ’) ก็ไม่ได้อ้วนหัวล้านเหมือนอย่างเคย แต่เป็นหนุ่มบ้านรวยรูปงามที่ตามตื้อเธอตั้งแต่เยาว์วัย
เรื่องนี้เล่นกับหัวใจ และมันเป็นหัวใจตัวเองซะด้วย แล้วคิดว่านักเขียนนิยายที่มาย้อนยุคแล้วพยายามเปลี่ยนประวัติศาสตร์จะทำได้สำเร็จมั้ย
รีวิวหนัง ‘อัศจรรย์วันทอง’
ที่จริง จะเรียกว่าย้อนเวลาก็อาจจะไม่ถูกเสียทีเดียว เรื่อง “ขุนช้างขุนแผน” เนี่ย ไม่มีใครรู้ว่ามีความจริงมากสักแค่ไหน แต่อย่างน้อยมันมีฉากเบื้องหลังเป็นเมืองไทยสมุยอยุธยาเป็นราชธานีสมัยพระพันวษา และเหตุเกิดที่สุพรรณบุรี ถ้าให้พูดง่ายๆ ก็ให้เรียกว่าวาร์ปไปอยู่ในโลกวรรณคดีก็แล้วกัน
นอกจากตัวละครสำคัญจะมี ขุนช้าง ขุนแผน และวันทองแล้ว ก็ยังมี 2 ตัวสำคัญ อันได้แก่ จันสอน (เฟย ภัทร จากหนังเรื่อง ‘4 KINGS 2’) คนที่ไม่ยอมเป็นทาสก็เลยมาเป็นจอมโจร เขาคือคนที่มอบตะกรุดกันอาคมให้กับวันทอง และก็มีสายทอง (ปริมมี่ วิพาวีร์) สาวใช้กึ่งพี่เลี้ยงคนสนิทของวันทองนั่นเอง
เมื่อมันเป็นวาร์ป ก็แน่นอนว่า พิมพิลาไลย หรือวันทอง นั้นย่อมมีความคิดแบบคนปัจจุบัน ซึ่งเข้ากันได้ดีกับคนดูหนังในยุคสมัยนี้
ไอเดียตั้งต้นนั้นถือว่าน่าสนใจ มันคือการเอาขนบความคิดของคนต่างยุคสมัยมาปะทะกัน เอาพิมพ์มาดาคนโลกปัจจุบัน ไปอยู่ในโลกโบราณที่ทุกอย่างยังคร่ำครึ มองชายเป็นใหญ่ และตัดสินอะไรในอีกวิถีหนึ่ง มันคือการเอาเค้าโครงเรื่องเดิมที่คนไทยรู้จัก มาบิดให้กลายเป็นหนังแฟนตาซีที่มีประเด็นอันน่าขบคิดเรื่องความสัมพันธ์
เช่นเดียวกับการอ่านวรรณคดีไทยเรื่องดัง ที่คนสมัยนี้คงหน้านิ่วเพราะไม่เข้าใจว่า เหตุใดวันทองจึงต้องถูกตัดสินประหาร การจะเลือกใครสักคน หรือเลือกทั้งสอง หรือไม่เลือกใครสักคน มันเป็นความผิดได้ยังไงกัน และผิดถึงขั้นต้องถูกบั่นคอเชียวงั้นรึ
หนังพาเราไปเจอกับโลกอดีตในยุคที่อยุธยาเป็นศูนย์กลางอาณาจักร พาเราคิกคักไปกับมุกโน่นนี่ หยิบความใหม่เก่ามาผสมกันให้ออกมาแปลกตาแต่โดนใจ มีฉากแฟนตาซีอลังการเวอร์ๆ มาให้เราได้ชื่นชม มองเห็นพิมพิลาไลยที่ข้างในคือพิมพ์มาดาผู้รู้ล่วงหน้าทุกสิ่ง เลยกำลังจะแปรเปลี่ยนชะตาของนางวันทองดูสักที
แล้วหนังก็เล่าอย่างไม่สนว่านี่ฉันอยู่ในยุคใด ยำจนนัวแล้วปล่อยไปตามหัวใจ
ขุนช้างในเวอร์ชันนี้ดูหล่อเหลาผมเผ้าดกดำ ผิดไปจากภาพลักษณ์ที่คุ้นเคย เหตุก็เพราะพิมนั่นแหละที่เปลี่ยนเขาให้ออกมาดูดีเช่นนี้ ซึ่งมันก็ทำให้คนทั้งคู่ค่อนข้างจะใกล้ชิด และดูทีขุนช้างจะมีจิตใจที่ดีมากกว่าเวอร์ชันดั้งเดิม ต่างกันเหลือเกินกับขุนแผนที่แม้บวชเณรก็ยังจีบพิมอย่างไม่ลดละ เรียนวิชาอาคมก็คิดใช้มันเพื่อผลลัพธ์ที่ต้องการ มากเมียมีอยู่แต่ก็ไม่เคยพอ ออกไปเป็นทหารก็กลับมาพร้อมกับความโกรธเกรี้ยว คิดแย่งชิงโดยไม่สนว่ามันจะเป็นรักแท้หรือไม่ จุดความสัมพันธ์แบบ Toxic Relationship ให้บังเกิด
ไม่เท่านั้น ทั้งสามตัวละครต่างก็ถูกระบอบบางอย่างที่ครอบเอาไว้ ระบอบที่พร้อมตัดสินทุกสิ่งโดยท่านผู้นำ
นอกจากนี้ มันก็ยังเล่าถึงความสามารถของสายทอง พี่เลี้ยงของนางพิม ที่ตามท้องเรื่องดั้งเดิมถูกกำหนดให้เป็นเมียน้อยของขุนแผน ก็ถูกขีดเขียนเสียใหม่ กลายเป็นความสัมพันธ์ระหว่างสองสาว สร้างมุมมองที่แตกต่างแต่น่าสนใจให้เพิ่มขึ้นมาด้วย
ครึ่งค่อนเรื่องของหนังถูกบอกเล่าด้วยความตลกที่สลับด้วยการขับเสภาที่ใช้คำสมัยใหม่ พาเสียงหัวเราะครึกครื้นทั่วโรงได้ดี แต่เมื่อเรื่องมันเดินมาถึงช่วงท้าย มันเปลี่ยนเป็นจริงจังมากขึ้น ผูกเกี่ยวกับโลกปัจจุบันมากขึ้น โทนหนังจึงแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน แต่ก็ดูเหมือนจะเล่าได้ไม่กลมกล่อมพอ เลยพาให้ขมวดคิ้วไปในบางซีน แม้จะเข้าใจในสิ่งที่ต้องการจะสื่อก็ตาม
บางทีก็เป็นที่หนังยังดูมี “อะไร” เยอะไปจนดูไม่กระชับ บางช็อตบางฉาก ก็ดูจะตัดฉับๆ จนคิดว่าอ่านการ์ตูนอยู่ บางอย่างก็มากไป ยาวไป วนกลับอีกเรื่องในแบบที่ไม่ทำให้เข้าใจที่มา เหมือนจัดวางได้ไม่ลงตัว แล้วเลือกให้ทุกอย่างเป็นคอเมดี้มาตลอด แล้วเลือกจริงจังแบบรวบรัดในตอนท้าย คนดูก็เลยมีปัญหาในการเรียบเรียงสารในหัว
Source|Black Dragon Entertainment
ฟีลคอมเมดี้นั้นจะใช้ได้ดีกับหนังที่ปิดท้ายด้วยดราม่าสุดสะเทือนใจ เพราะมันไม่ต้องใช้สมอง ใช้แต่หัวใจคอยนำทาง ขณะที่หนังเรื่องนี้มีประเด็นเชิงสังคม และเรื่องความสัมพันธ์อันท็อกซิก เป็นหมุดหมายสำคัญในคนดูต้องสัมผัสและครุ่นคิด บางทีมันอาจสร้างปัญหาในการรับสารได้เหมือนกันถ้าเปิดหัวมาด้วยความฮาอย่างเต็มพิกัด
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ดี หนังไทยเรื่องนี้ก็มีความดีหลายอย่างอยู่ข้างใน ไม่ว่าจะเป็นการหาวัตถุดิบอ้างอิง การสร้างฉากที่ได้มุมมองใกล้เคียงกับภาพวาดฝาผนัง การแสดงของตัวนำตัวรองตัวเล็กตัวน้อยที่ล้วนยอดเยี่ยม โดยเฉพาะนักแสดงนำที่ทั้งสวยและหล่อดึงดูดสายตา ผสานรวมเข้ากับเพลงและดนตรีประกอบ งานถ่ายภาพ และเทคนิคพิเศษที่แพรวพราวและสวยงาม
ต้องถือเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่น่าสนใจและน่าแนะนำคนไทย ซื้อตั๋วแล้วเดินเข้าโรงไปซึมซับรับอรรถรสกันดูครับ
รายละเอียดเกี่ยวกับหนัง
| ชื่อภาพยนตร์ | อัศจรรย์วันทอง / In the Name of Love |
| กำกับ | มุก ปิยะกานต์ บุตรประเสริฐ จากหนัง ‘ลอง ลีฟ เลิฟว์!’ |
| เขียนบท | มุก ปิยะกานต์ บุตรประเสริฐ, ธนีดา หาญทวีวัฒนา |
| แสดงนำ | อิ้ง วรันธร เปานิล, หมาก ปริญ สุภารัตน์, กลัฟ คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์, เฟย ภัทร เอกแสงกุล, ปริมมี่ วิพาวีร์ พัทธ์ณศิริ, ฮาย อาภาพร |
| แนว/ประเภท | ดราม่า, โรแมนติก, แฟนตาซี, คอมเมดี้ |
| เรท | 15 |
| ความยาว | 135 นาที |
| ปี | 2026 |
| สัญชาติ | ไทย |
| เข้าฉายในไทย | 3 กันยายน 2026 |
| ผลิต/จัดจำหน่าย | Black Dragon Entertainment |
คะแนนหนัง อัศจรรย์วันทอง
พล็อตและบท - 6.8
การแสดง - 7.5
การดำเนินเรื่องและการตัดต่อ - 6.8
เพลงและดนตรีประกอบ - 7
งานถ่ายภาพ เทคนิคพิเศษ และโปรดักชัน - 7.7
7.2
In the Name of Love
หนังไทยแนวแฟนตาซีรักโรแมนติกคอมเมดี้ที่มีมีประเด็นหนักๆ อยู่ในนั้น หยิบมหากาพย์รักสามเส้ามาขีดเขียนใหม่ให้ร่วมสมัยยิ่งกว่า เริ่มต้นด้วยการให้นักเขียนสาววาร์ปเข้าอยู่ในโลกของนิยายขุนช้างขุนแผน และเธอก็เป็นนางพิม ผู้ที่อนาคตจะต้องกลายเป็นวันทองสองใจและถูกประหารชีวิต เธอเลยคิดจะเปลี่ยนชะตาของตัวละครที่ตนสวมอยู่ โลกในนั้นจึงเปลี่ยนไปหลายสิ่ง หนังที่เริ่มจากบทตลกไปซะครึ่งค่อนเรื่อง ก่อนจะวกมายังประเด็นที่จริงจังกว่า อย่างสังคมปิตาฯ และความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ มันทำเราหัวเราะคิกคักได้ตั้งแต่เร่ม ทว่าเมื่อตอนที่ต้องจริงจัง การเล่าเรื่องของหนังยังไม่กลมกล่อมดีพอ แม้จะยังเข้าใจได้ในสิ่งที่ต้องการจะสื่อ กระนั้น หนังก็ทำได้ดีในหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นการแสดง หรือเทคนิคพิเศษ
