หนังไซไฟบางเรื่องก็ใช้แนวคิดผสานแฟนตาซีมาสถานการณ์ที่แปลกใหม่ได้เหมือนกันนะครับ อย่างเช่นเรื่องนี้ ‘The Last House’ หรือชื่อไทย ‘บ้านหลังสุดท้าย’ หนังเน็ตฟลิกซ์จากผู้กำกับชื่อดัง ที่เล่าเรื่องของครอบครัวหนึ่งที่ถูกฝนประหลาดขังพวกเขาไว้ในบ้านเป็นปี ๆ แถมยังมีสิ่งมีชีวิตประหลาดคอยคุกคามอยู่ข้างนอก
คิดเห็นเช่นไรกับหนังไซไฟเรื่องนี้?
ครอบครัวที่ต้องเอาตัวให้รอดท่ามกลางสถานการณ์เลวร้าย เมื่อพายุที่พัดขึ้นฝั่งนำพาบางสิ่งขึ้นมาด้วย สิ่งนั้นขังพวกเขาให้อยู่ในบ้านจนต้องหันมาปรับตัวเพื่อรอดไปด้วยกัน หนังที่เล่าด้วยฟีลลึกลับและระทึกขวัญ พาคนดูอยากรู้อยากติดตามว่า พวกเขาจะรอดยังไงในสถานการณ์แบบนั้น แต่ขณะเดียวกัน มันก็ชวนคิดว่าเรื่องแบบนี้ไม่น่าจะเกิดได้จริง มีแค่ในโลกแฟนตาซีเท่านั้น
บทขาดความน่าเชื่อถือในหลายส่วน กับบทสรุปที่ชวนขมวดคิ้ว แต่ซีจีเข้าขั้นดีเลย เลยพาให้ติดตามไปได้จนจบเรื่อง
เรื่องย่อหนัง ‘The Last House’
เหตุพายุที่พัดเข้ามายังเมืองชายทะเลแถบวอชิงตันตะวันตก ทำให้ครอบครัวๆ หนึ่งต้องเผชิญหน้ากับเหตุเกินคาดที่จะอยู่กับพวกเขาไปจากนี้อีกหลายขวบปี
ครอบครัวที่ประกอบไปด้วย เจสัน (Wagner Moura จากหนังเรื่อง ‘The Secret Agent’) วิศวกรที่กำลังว่างงานอยู่ เขามองตัวเองเป็นหัวหน้าครอบครัว ที่มีภรรยาอย่าง แอน (Greta Lee จากหนังเรื่อง ‘Tron: Ares’ และ ‘Past Lives’) เกรมแฮมและรูธ ลูกชายลูกสาว พร้อมด้วยหมาแก่ตัวนึง มันชื่อ แคสซิตี้
พวกเขาพบว่าพายุครั้งนี้ พาฝนให้ตกหนักทุกวัน ไม่เท่านั้น พวกเขายังถูกขังให้อยู่แต่ในบ้าน ประตู หน้าต่าง ทุกบาน เปิดไม่ออก จนพวกเขาต้องหาทางพาครอบครัวให้อยู่รอดไปด้วยกัน ท่ามกลางทรัพยากรต่างๆ ที่ลดน้อยถอยลงทุกที และสิ่งมีชีวิตลึกลับข้างนอกบ้านที่คุกคามพวกเขาอยู่
รีวิวหนัง ‘บ้านหลังสุดท้าย’
หนังเรื่องนี้ กำกับโดย Louis Leterrier เขาเคยมีผลงานการกำกับหนังเรื่องดังมาเพียบ ไม่ว่าจะเป็น ‘The Transporter’, ‘Now You See Me’, ‘Fast X’ และ ‘The Incredible Hulk’ หนนี้มากำกับหนังเน็ตฟลิกซ์บ้าง ด้วยฝีมือการขียนบทของ Matthew Robinson เจ้าของผลงาน ‘Love and Monsters’ และ ‘Monster Trucks’
มันเล่าเรื่องราวของครอบครัวหนึ่ง ที่นำโดย เจสัน หนุ่มวิศวฯ ว่างงานที่ชอบตกปลา เขามองตัวเองเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ต้องพาสมาชิกในบ้านให้รอดไปด้วยกัน ทำให้ทุกช่วงเวลาที่ครอบครัวนี้ต้องเผชิญกับภัยคุกคามต่างๆ นานา เจสันจะจริงจังกับภาระหน้าที่การพาครอบครัวให้รอดทุกครั้งคราว
ท่ามกลางเหตุแปลกประหลาดของโลกที่ฝนตกตลอดเวลา กับบ้านที่ปิดตายราวกับไม่ยอมให้พวกเขาออกไปไหน แค่เจอกับฝนที่เหมือนมีชีวิตไม่พอ ยังมีสิ่งมีชีวิตประหลาดอยู่ข้างนอกบ้านอีกต่างหาก แต่ 4 มนุษย์ในบ้าน กับ 1 สุนัขชรา กลับปรับตัวได้ดีในบ้านที่มีรอยร้าวเสี่ยงจะพัง
มันเลยจะมีอยู่บางช่วงที่พวกเขามีความสุข ยิ้มระรื่น เมื่อแก้ปัญหาได้ ปลูกผัก ล่าสัตว์ รองน้ำ หุงหาอาหาร หรือจัดกิจกรรม อะไรพวกนี้ เอาจริงๆ คือ เราก็ยังไม่อาจจะเชื่อได้สนิทใจหรอกว่า ในสถานการณ์อย่างในหนัง มันจะเป็นไปได้จริงๆ แค่ไหน ที่มนุษย์หนึ่งครอบครัวจะอยู่รอดกันได้เป็นปีๆ แบบในบ้างหลังนั้น
แต่เอาเป็นว่า ได้เห็นภาพ ว่ามุนษย์จะต้องเจอกับปัญหาอะไรบ้างถ้าต้องถูกขังอยู่แต่ในบ้านตัวเอง
มันอาจจะมีความเป็นไซไฟอยู่ค่อนข้างสูง แต่ในขณะเดียวกัน นายแพทก็สัมผัสได้ถึงความแฟนตาซีที่อบอวลอยู่ มันมีความไม่สมจริงปะปนอยู่ในนั้น โดยเฉพาะเจ้าตัวประหลาดนอกบ้าน ที่ตอนแรกก็เหมือนยังไม่กล้าเข้ามา ก่อนจะค่อยๆ วนเวียนรอบบ้าน จากนั้นก็ค่อยเข้ามาอาละวาดถึงในบ้าน
บทหนังทำให้เกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดและแตกต่างจากที่เคยพบเห็น ทำให้คนดูตื่นเต้นกับสิ่งแปลกใหม่ แต่ก็ทำให้รู้สึกขมวดคิ้วในบางเวลาเช่นกัน
ด้วยการให้มนุษย์ที่หลงเหลือถูกบังคับให้อยู่ในที่แคบๆ ขณะที่ข้างนอกเปลี่ยนไปกลายเป็นเหมือนป่าที่เหล่าสัตว์ออกเดินเพ่นพ่านได้ เหมือนจะทำให้โลกกลับเป็นตรงกันข้าม มนุษย์กลายเป็นชนส่วนน้อยที่ต้องดิ้นรนท่ามกลางป่าผืนใหญ่ของเหล่าสรรพสัตว์ ทั้งข้างนอกกลับดูอันตราย กว่าภายในบ้านหลังเล็กๆ ที่รอวันผุพัง
แต่เจ้าเรนวอล์กเกอร์ หรือสัตว์ประหลาดอะไรนี่กลับสามารถบีบบังคับประตูให้ปิดตาย ควบคุมฝนให้ตกหรือหยุดตามต้องการ ควบคุมประตูหน้าต่างทุกบานให้ปิดตายแม้แต่จะทำลายก็ยังไม่ได้ ฟังดูแฟนตาซีมากกว่าจะเป็นไซไฟ
Tagline: How long can you survive?
ดูเหมือนช่วงคลี่คลาย หนังพาความระทึกมาอย่างเต็มอัตราเท่าที่มันจะทำได้แล้ว แต่การจบแบบง่ายดายก็ดูจะพาขมวดคิ้วได้อีกครั้ง ประเด็นที่หนังบอกเล่าเป็นอะไรที่ไม่เกินคาดเดา เมื่อมันปูมาทั้งเรื่องเกี่ยวกับหัวหน้าครอบครัวที่ทำทุกทางเพื่อจะได้รอดไปด้วยกัน แต่ในตอนท้าย กลายเป็นทุกคนที่พยายามในส่วนของตัวเพื่อในทั้งหมดรอดไปด้วยกัน
พวกเขาเปลี่ยนจากการหลบซ่อนเพื่อเอาชีวิตรอด กลายเป็นหันมาต่อสู้เพื่อเสี่ยง หากสำเร็จก็อยู่ต่อ แต่ถ้าไม่ ก็จบสิ้นไปพร้อมกัน ครอบครัวที่ต้องเชื่อใจกันและกัน แต่ละคน ควรจะมีส่วนในอันที่จะพาทั้งหมดรอดไปด้วยกัน ทำภารกิจเพื่อกันและกัน
รายละเอียดเกี่ยวกับหนัง
| ชื่อภาพยนตร์ | The Last House / บ้านหลังสุดท้าย |
| กำกับ | Louis Leterrier |
| เขียนบท | Matthew Robinson |
| แสดงนำ | Greta Lee, Wagner Moura, Riley Chung, Noah Alexander Sosnowski, Emma Ho, Arden Cho, Gabriel Barbosa |
| แนว/ประเภท | แอ็คชัน, สยองขวัญ, ลึกลับ, ไซไฟ, ระทึกขวัญ |
| เรท | PG-13 |
| ความยาว | 112 นาที |
| ปี | 2026 |
| สัญชาติ | อังกฤษ, ฝรั่งเศส, สหรัฐอเมริกา |
| เข้าฉายในไทย | 7 สิงหาคม 2026 [Netflix] |
| ผลิต/จัดจำหน่าย | 3 Arts Entertainment, Carrousel Studios, Chernin Entertainment |
คะแนนรีวิวหนัง บ้านหลังสุดท้าย
พล็อตและบท - 6
การแสดง - 6.5
การดำเนินเรื่องและการตัดต่อ - 6.5
เพลงและดนตรีประกอบ - 6
งานถ่ายภาพ เทคนิคพิเศษ และโปรดักชัน - 7
6.4
The Last House
ครอบครัวที่ต้องเอาตัวให้รอดท่ามกลางสถานการณ์เลวร้าย เมื่อพายุที่พัดขึ้นฝั่งนำพาบางสิ่งขึ้นมาด้วย สิ่งนั้นขังพวกเขาให้อยู่ในบ้านจนต้องหันมาปรับตัวเพื่อรอดไปด้วยกัน หนังที่เล่าด้วยฟีลลึกลับและระทึกขวัญ พาคนดูอยากรู้อยากติดตามว่า พวกเขาจะรอดยังไงในสถานการณ์แบบนั้น แต่ขณะเดียวกัน มันก็ชวนคิดว่าเรื่องแบบนี้ไม่น่าจะเกิดได้จริง มีแค่ในโลกแฟนตาซีเท่านั้น บทขาดความน่าเชื่อถือในหลายส่วน กับบทสรุปที่ชวนขมวดคิ้ว แต่ซีจีเข้าขั้นดีเลย เลยพาให้ติดตามไปได้จนจบเรื่อง
