รีวิวซีรีส์ I Will Find You แล้วเราจะพบกัน | ผมแค่อยากได้ลูกชายคืน

ถ้าคุณต้องถูกปรักปรำว่าเป็นสังหารลูกชายตัวเองตายและต้องไปชดใช้ในคุกทั้งที่ไม่ได้กระทำ แล้วพบว่ามีความเป็นไปได้ว่า ลูกชายของคุณอาจยังมีชีวิตอยู่ คุณจะทำอย่างไร คำตอบอาจมีอยู่บ้างในใจ แต่ซีรีส์เรื่องนี้ จะเล่าเรื่องราวนั้นซึ่งอาจตรงกับมุมที่คุณคิดอยู่ก็ได้ ‘I Will Find You’ หรือชื่อไทย ‘แล้วเราจะพบกัน’ ซึรีส์ความยาว 8 ตอนทางเน็ตฟลิกซ์

ภาพจากซีรีส์ I Will Find You แล้วเราจะพบกัน
ภาพจากซีรีส์ ‘I Will Find You’
Source|The Hollywood Reporter

คิดเห็นเช่นไรกับซีรีส์อาชญากรรมเรื่องนี้?

ซีรีส์แนวสืบสวนอีกเรื่องที่ดัดแปลงมาจากนิบายของ ฮาร์ลาน โคเบน ที่เน้นความหักมุม ของพ่อที่ถูกกล่าวหาว่าฆ่าลูกจนต้องติดคุก และเมื่อมีความหวังว่าลูกยังมีชีวิตอยู่ เขาเลยแหกคุกออกมาเพื่อเอาลูกกลับคืนมา บทซีรีส์ที่เขียนให้พ่อลูกเอฟบีไอเก่งกาจในการจับผิด แต่บางทีก็ปิดพลังตัวเองซะอย่างนั้น การหักมุมบางทีก็ดูชาญฉลาด แต่บางทีก็เล่นง่ายเกินไป เป็นซีรีส์ที่ช่องโหว่เยอะ แต่ถ้ามองข้ามมันไป

ก็คงต้องบอกว่า เป็นซีรีส์สืบสวนที่ดูเอาเพลิน อย่าไปจริงจังอะไรมากนั่นแหละครับ


เรื่องย่อซีรีส์ ‘I Will Find You’

เดวิด เบอโรห์ส (Sam Worthington จากหนังเรื่อง ‘Avatar’ และ ‘Terminator Salvation’) ถูกจำคุกในเรือนจำบริกส์ด้วยข้อหาฆ่าลูกตัวเองทั้งที่ไม่ได้ทำมานาน 5 ปี เขาเชื่อว่าตัวเองบริสุทธิ์ ถูกปรักปรำว่าใช้ไม้เบสบอลตีลูกตัวเองจนตาย จนกระทั่งวันหนึ่ง

เรเชล มิลส์ (Britt Lower จากซีรีส์ ‘Severance’) น้องสาวของภรรยา อาจารย์มหาวิทยาลัยที่เป็นอดีตนักข่าวผู้ถูกไล่ออกจาก นสพ.เดอะโกลบ ก็มาเยี่ยมเขาถึงในคุก นำรูปของเพื่อนที่มีเด็กชายที่ใบหน้ามีปานคล้ายกับแมทธิวลูกชาย เดวิดเชื่อว่า ลูกชายของตนอาจยังมีชีวิต แต่หลังจากวันนั้น เขาก็ถูกลอบฆ่าถึงสองครั้ง อาจมีคำสั่งฆ่าเขาก็เป็นได้

ตัวอย่างซีรีส์อย่างเป็นทางการ ‘I Will Find You’ [ซับไทย]

ต่อมา พัศดีฟิลิป แมคเคนซี (Peter Outerbridge) และลูกชาย จ่าอดัม (Jonathan Tucker) ให้ความช่วยเหลือจนเขาออกมาจากคุกได้สำเร็จ

สิ่งที่เดวิดตั้งมั่นในตอนนี้ คือ เขาจะต้องตามหาแมทธิวลูกชายให้เจอและพาเขากลับมาให้ได้


รีวิวซีรีส์ ‘แล้วเราจะพบกัน’

ต้องถือเป็นนักเขียนที่มีงานแนวสืบสวนสอบสวนแบบหักมุมที่มีงานออกมาไม่ขาดจริง ๆ สำหรับ ฮาร์ลาน โคเบน หลายเรื่องทางสตรีมมิ่งแพลตฟอร์ม ก่อนหน้าก็มีอยู่พอสมควร อย่างเช่น ‘Run Away’, ‘Lazarus’, ‘Missing You’, ‘Fool Me Once’ และนี่ก็เป็นเรื่องที่สองของปีแล้ว ที่ได้รับการถ่ายทอดในแบบซีรีส์บนเน็ตฟลิกซ์

คร่าวๆ ก็คือซีรีส์มันเล่าถึงการต่อสู้ของพ่อคนนึงที่ถูกขังคุกในสิ่งที่เขาไม่ได้กระทำ และเมื่อรับรู้ว่าลูกยังมีชีวิตอยู่ เขาก็แหกคุกออกมาเพื่อทวงลูกชายคืนนั่นเอง

จุดเริ่มต้นจากการที่น้องเมียมาบอกข่าว ทำให้เขามีความหวัง แต่คงจะแหกคุกไม่ได้ถ้าไม่มีพัศดีกับลูกชายที่เป็นตำรวจมาช่วยไว้ ท่ามกลางความคลุมเครือว่าจริงๆ แล้ว แมทธิวยังมีชีวิตอยู่จริงๆ หรือเปล่า แต่เขาเชื่อไปแล้วว่ามันอย่างนั้นจริงๆ

Sam Worthington กับบท เดวิด เบอร์โรห์ส
Source|Variety

สถานการณ์แวดล้อมก็คือ เชอริล (Erin Richards) เมียเก่านั้นแต่งกับคนใหม่ โรนัลด์ (Aaron Ashmore) ที่เป็นหมอ ผอ.โรงพยาบาล และเธอกำลังตั้งท้อง

การสืบหาลูกชายเริ่มต้นขึ้นที่เบาะแสแรก ฮิลเด้ วินสโลว์ หญิงที่ให้การปรักปรำเขาในศาลที่ตอนนี้เปลี่ยนชื่อใหม่ไปแล้ว ก่อนที่มันจะลากคนใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ และเป็นธรรมดาของการรับชมซีรีส์แนวนี้จากผลงานการเขียนของคนคนนี้ เราย่อมจะไม่ไว้ใจทุกตัวละครในเรื่อง

โปสเตอร์เวอร์ชันอังกฤษของซีรีส์ ‘I Will Find You’
Source|IMDb

ในสมการนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่เอฟบีไอที่เข้ามาแทรกแซงการพาตัวลูกชายกลับมาของเดวิด ไม่ว่าจะเป็น สายลับพิเศษ แมกซ์ วิลเลียมส (Chi McBride) และ สายลับซาราห์ กรีเออร์ (Logan Browning) คู่หูที่เป็นลูกสาวของเขาเอง ผู้ที่ชาญฉลาด แค่สอบถามก็ล่วงรู้แล้วว่าอีกฝ่ายโกหก แต่ก็มีแหละ แต่บางครั้งก็รู้สึกจะโง่แฮะ แปลว่าความสามารถในการจับผิดมีบางช่วงเวลาที่มันหายไปชั่วคราวสินะ

เช่นเดียวกับซาร่าห์ที่ในเหตุการณ์เดียวกัน บางทีก็เห็นเล็งปืนและยิงใส่เดวิดจังเลยระหว่างไล่ล่า แต่สักพักเธอกลับไม่ยิงซะงั้น

นอกจากนี้ ก็ยังมีตัวละครที่ไม่แน่ใจว่าอยู่ฝั่งไหน อย่างเช่น เฮย์เดน (Milo Ventimiglia) ลูกชายของ เกอทรูด เพยน์ (Madeleine Stowe) ชายหนุ่มที่เป็นแฟนเก่าของเรเชล เขาร่ำรวย เปย์ให้เธอได้ทุกอย่าง แถมยังคอยช่วยเหลือเดวิดอีกต่างหาก ไหนจะ ไคล์ เบอร์กินส์ (Billy MacLellan) ชายหนุ่มที่ผมหงอกบางส่วนจนได้รับฉายา “สกังค์” ที่คบหากับเดวิดมานาน

Britt Lower ในบทของ เรเชล มิลส์ ในซีรีส์ ‘แล้วเราจะพบกัน’
Source|Netflix

บทซีรีส์มีจุดเล็กจุดน้อยที่ชวนให้ไขว้เขวและเซอร์ไพรส์กับข้อมูลใหม่ พาคนดูรู้สึกอยากรู้อยากติดตาม ตามสไตล์ชอบหักมุมของ ฮาร์ลาน โคเบน แต่ก็มีบางทีเหมือนกันแหละ ที่จะรู้สึกว่า บทมันเล่นง่ายไปหน่อยมั้ย บทพาให้สงสัยตัวละครนึงอยู่พักใหญ่ จู่ๆ ข้ออ้างธรรมดาก็เปลี่ยนเขาให้หลุดจากข้อสงสัยในทันที หรือบางหน ก็เล่นยากพาขมวดคิ้วเพราะคิดตามไม่ทันก็มี

บทซีรีส์จะเขียนให้เอฟบีไอคู่หูแสนฉลาดค่อยๆ รู้ว่า เดวิดไม่ใช่คนร้าย ส่วนเดวิดก็เหมือนจะอยู่ผิดที่ผิดทางโดยตลอด ทำให้ต้องถูกกล่าวหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า กว่าเรื่องราวมันเดินพาเราไปเจอคนร้ายตัวจริง บทมันก็พาเราหลงทางไปพักใหญ่ ก่อนจะหันหัวกลับไปอีกทางในทันที จะมานั่งเฉลยกันตรงนี้ก็คงไม่ได้ คงต้องลองไปติดตามดูกันเอาเอง

เอาเป็นว่า ซีรีส์มันปั่นหัวคนดูไปมาอย่างสนุกมือ เดี๋ยวพาคนดูเชื่ออย่างนึง สักพักก็สลับกลับไปบอกให้เชื่ออีกอย่างนึง ก่อนจะปิดจบด้วย


รายละเอียดเกี่ยวกับซีรีส์

ชื่อซีรีส์I Will Find You / แล้วเราจะพบกัน
ผู้กำกับHong Jong Chan/ฮงจงชาน (เจ้าของผลงาน ‘Her Private Life’)
ผู้เขียนบทKim Min Seok/คิมมินซอก
นักแสดงKim Hye Soo/คิมฮเยซู, Kim Moo Yul/คิมมูยอล, Lee Sung Min/อีซองมิน, Lee Jung Eun/อีจองอึน
แนว/ประเภทCrime, Drama
จำนวนตอน1 ซีซัน: 10 ตอน
ช่องทางรับชมNetflix
เริ่มออกอากาศ25 กุมภาพันธ์ 2022
ผู้ผลิต/เจ้าของลิขสิทธิ์GT:st, Gill Pictures, Netflix

คะแนนรีวิวซีรีส์ แล้วเราจะพบกัน

พล็อตและบท - 6.6
การแสดง - 7.6
การดำเนินเรื่องและการตัดต่อ - 7
เพลงและดนตรีประกอบ - 6.9
งานถ่ายภาพ เทคนิคพิเศษ และโปรดักชัน - 7.3

7.1

I Will Find You

ซีรีส์แนวสืบสวนอีกเรื่องที่ดัดแปลงมาจากนิบายของ ฮาร์ลาน โคเบน ที่เน้นความหักมุม ของพ่อที่ถูกกล่าวหาว่าฆ่าลูกจนต้องติดคุก และเมื่อมีความหวังว่าลูกยังมีชีวิตอยู่ เขาเลยแหกคุกออกมาเพื่อเอาลูกกลับคืนมา บทซีรีส์ที่เขียนให้พ่อลูกเอฟบีไอเก่งกาจในการจับผิด แต่บางทีก็ปิดพลังตัวเองซะอย่างนั้น การหักมุมบางทีก็ดูชาญฉลาด แต่บางทีก็เล่นง่ายเกินไป เป็นซีรีส์ที่ช่องโหว่เยอะ แต่ถ้ามองข้ามมันไป ก็คงต้องบอกว่า เป็นซีรีส์สืบสวนที่ดูเอาเพลิน อย่าไปจริงจังอะไรมากนั่นแหละครับ

User Rating: Be the first one !
Exit mobile version