ผ่านมาแล้ว 20 ปี หนังที่เคยโด่งดังสมัยก่อน มันกลับมาพร้อมกับภาคต่อ พาผู้ชมได้ปลื้มปริ่มกับความรักที่คิดถึง ในวันที่รันเวย์ผ่านร้อนผ่านหนาวมาถึงวันนี้ มรสุมครั้งใหม่ที่พาแอนดี้กลับคืนเพื่อช่วยกอบกู้ ในหนังดราม่าคอมเมดี้แห่งวงการแฟชั่น ‘The Devil Wears Prada 2‘ หรือชื่อไทย ‘นางมารสวมปราด้า 2’ ที่ตอนนี้เข้าสตรีมฉายแล้วใน Disney+
บทความนี้มีอะไรบ้าง?
คิดเห็นเช่นไรกับหนังนางมารสวมปราด้าภาคนี้?
เป็นภาคที่ได้เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจในโลกปัจจุบัน โดยเฉพาะธุรกิจสิ่งพิมพ์ รวมทั้งแฟชั่นด้วย เป็นภาคที่พาภาพในความทรงจำของผู้ชมที่รักในภาคแรกกลับมา แต่ทว่า กลับยังไม่อาจสร้างความประทับใจได้เท่ากับภาคแรก เรื่องราวดูน่าสนใจน้อยกว่า เหมือนกับว่ามันไม่ได้โฟกัสที่ตัวนางเอกแบบเดิม เรายังคงชื่นชอบกับการเล่าความดิ้นรนของแอนดี้ในตำแหน่งผู้ช่วยคนใหม่ของมิแรนด้า แต่กับภาคสองเหมือนทุกอย่างดูสับสนปนเปและมองไม่เห็นภาพนั้นอีก คงเหลือเพียงภาพของพายุแห่งความเปลี่ยนแปลงลูกใหญ่ที่ซัดเข้าหารันเวย์
ภาคนี้ มันจึงทำได้ดีเพียงแง่ของการนำทีมนักแสดงและตัวละครที่ผู้คนจดจำกลับมา
เรื่องย่อหนัง ‘The Devil Wears Prada 2’
แอนดี้ แซคส์ (Anne Hathaway จากหนังเรื่อง ‘The End of Oak Street’) จากเดอะแวนการ์ด เพิ่งได้รับรางวัลมาหมาดๆ พร้อมกับเพิ่งถูกเลิกจ้างทางข้อความ ขณะที่ ไนเจล (Stanley Tucci จากหนังเรื่อง ‘The Lovely Bones’) ยังทำงานอยู่กับ มิแรนด้า พรีสต์ลีย์ (Meryl Streep จากหนังเรื่อง ‘The Post’) ที่รันเวย์ พวกเขาก็เพิ่งจะโดนทัวร์ลงเรื่องข่าวกดขี่แรงงาน เอิร์ฟจึงต่อสายหาแอนดี้เพื่อเข้าไปช่วยกอบกู้เป็น บก.อาวุโสที่ดูแลฝ่ายบทความ ให้กับรันเวย์
เมื่อเขาไปก็พบกับผู้ช่วยคนใหม่ อมารี (Simone Ashley จากซีรีส์ ‘Sex Education’) คนที่ทำตำแหน่งเดียวกับเธอเมื่อภาคแรก และเธอก็มีจินเฉา (Helen J Shen) เป็นผู้ช่วย แต่ก็ต้องบอกไว้ก่อนนะว่า งานนี้ มิแรนด้าไม่ได้เป็นคนตัดสินใจจ้างเธอมา จึงจำเป็นที่แอนดี้ต้องพึ่งพาตนเองและต้องพิสูจน์คุณค่าให้มิแรนด้ามองเห็น
งานแรกคือการเข้าไปคุยกับดิออร์ผู้เป็นสปอนเซอร์ใหญ่ เลยทำให้แอนดี้ได้เจอกับเอมิลี่ (Emily Blunt จากหนังเรื่อง ‘The Adjustment Bureau’) และเพื่อกอบกู้ชื่อเสียงและรายได้ แอนดี้จำเป็นต้องเขียนบทความอวย ขณะที่อีกด้านหนึ่ง เพื่อนเธอก็คะยั้นคะยอให้เธอเขียนหนังสือแนวซุบซิบนินทาเพื่อตีแผ่ความจริงของ มิแรนด้า พริสต์ลีย์ แล้วงานนี้ แอนดี้จะทำเช่นไรล่ะคุณผู้อ่านทั้งหลาย
รีวิวหนัง ‘นางมารสวมปราด้า 2’
หนังที่เคยมีภาคแรกออกมาในปี 2006 เล่าเรื่องครั้งแรกที่แอนดี้ได้เข้าไปทำหน้าที่ผู้ช่วยคนใหม่ของมิแรนด้าที่รันเวย์ ห่างหายไปยี่สิบปี ภาคสองถึงได้ตามมาในปี 2026 ในวันที่รันเวย์กำลังลำบาก แอนดี้ก็ได้โอกาสกลับมายังรันเวย์อีกหนจนได้
เพิ่มเติม: ภาคที่แล้วเป็นยังไง ย้อนไปอ่านกันได้ รีวิวหนัง ‘The Devil Wears Prada’
ในปีนี้ รันเวย์ไม่ได้เป็นรูปเล่มแล้ว แต่ทุกอย่างล้วนเป็นออนไลน์ทั้งหมด เวลาเปลี่ยน อะไรๆ ก็เปลี่ยนเช่นกับ มิแรนด้าเองก็ถูกร้องเรียน จนไม่สามารถจะโยนเสื้อโค้ตใส่คนอื่นได้อีกแล้ว แต่ขนาดนั้น เธอก็ยังคงเมินแอนดี้ด้วยเหตุผลว่าเธอไม่ได้เลือกมา ส่วนแอนดี้ก็พยายามเหลือเกิํนที่จะให้มิแรนด้ายอมรับในตัวเธอเองอีกครั้ง
หลังถูกปรามาสว่าบทความที่เธอดูแลไม่เปรี้ยงสักบท แอนดี้เลยพลั้งปากพูดว่าจะนัดสัมภาษณ์ ซาช่า บาร์นส์ (Lucy Liu จากหนังเรื่อง ‘Shazam! Fury of the Gods’) คนดังเพิ่งหย่าที่เข้าถึงยากเพราะไม่ได้ให้สัมภาษณ์มา 3 ปีมาให้ได้ ซาช่าเป็นคนที่มิแรนด้าอยากได้สัมภาษณ์นี้มาก และเมื่อแอนดี้ทำได้ ความรู้สึกของมิแรนด้าที่มีต่อแอนดี้ก็เปลี่ยนไปในทันที
แต่ก็มีความขัดแย้งหนึ่งเพิ่มขึ้นมา เมื่อแอนดี้ได้รับการทาบทามจากทาเลีย ให้เขียนหนังสือแนวซุบซิบของมิแรนด้าในโอกาสที่เธอได้เข้าไปทำงานที่รันเวย์อีกครั้ง แม้ค่าตอบแทนนั้นมันก็สูงอยู่ และรันเวย์ก็กลับมาเป็นบันไดให้กับชีวิตนักข่าวอีกครั้ง แต่เธอไม่ได้ต้องการเป็นคนทรยศเช่นนั้น
บทหนังก็ยังเหมือนเดิม ไม่ได้มีแต่ชีวิตการงาน หากยังเล่าเรื่องชีวิตส่วนตัวด้วย ย้ายกลับมาอีกครั้ง เงินเดือนเยอะกว่าที่เก่าตั้งสองเท่า แอนดี้ต้องการซื้อบ้านใหม่ เลยได้เจอกับ ปีเตอร์ วอร์เบอร์ตัน (Patrick Brammall จากหนังเรื่อง ‘Overlord’) คนที่เป็นทั้งนักพัฒนา ผู้รับเหมา คนออกฝีมือปรับปรุงอาคารเก่า สองคนพูดคุยกันถูกคอและได้สานต่อความรู้สึกกัน
สิ่งที่ยังเหมือนเดิม ก็คือ ช่วงสุดท้ายชีวิตและหน้าที่การงานของมิแรนด้าจะต้องสั่นคลอนขั้นสุด ความเปลี่ยนแปลงที่มักจะเกิดขึ้นอยู่กับทุกธุรกิจ ยิ่งธุรกิจหนังสือและสิ่งพิมพ์ด้วยแล้ว เห็นชัดเลยว่าเลี่ยงไม่ได้ ต้องเจอพายุลูกแล้วลูกเล่าซัดเข้ามา ถูกตัดงบ ถูกลดขนาด ไล่คนออก รวมการเปลี่ยนตัวบุคคลที่เข้ามาควบคุมกุมบังเหียน
โดยรวมในความรู้สึกของเรา ยังอาจพบว่าภาคนี้ไม่ได้ถึงอิมแพ็คต่อใจมากเท่าภาคแรก เรื่องราวชวนติดตามอาจน้อยกว่าอยู่หน่อย แต่มันคือการเล่าถึงโลกสิ่งพิมพ์และแฟชั่นที่กำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงในโลกปัจจุบัน ซึ่งเขาก็ทำได้ดีพอสมควร
สิ่งที่สัมผัสได้จากการนั่งดูบนแอป Disney+ ก็คือ เมื่อเปิดดูแบบพากย์ไทย ภาคที่สองนี้เสียงดูกว่าภาคแรกมาก และก็ชื่นใจ ที่ท่ามกลางเพลงใหม่ๆ ยังคงมีเพลง ‘Vogue’ ของ Madonna ดังขึ้นอีกครั้ง
พวกเราเป็นมนุษย์ที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบ พร้อมจะหักหลังใครเพื่อตัวเองได้ทั้งนั้น
รายละเอียดเกี่ยวกับหนัง
| ชื่อภาพยนตร์ | The Devil Wears Prada 2 / นางมารสวมปราด้า 2 |
| กำกับ | David Frankel |
| เขียนบท | Lauren Weisberger, Aline Brosh McKenna |
| แสดงนำ | Meryl Streep, Anne Hathaway, Emily Blunt, Stanley Tucci, Kenneth Branagh, Justin Theroux, Lucy Liu |
| แนว/ประเภท | คอมเมดี้, ดราม่า |
| เรท | G |
| ความยาว | 119 นาที |
| ปี | 2026 |
| สัญชาติ | สหรัฐอเมริกา |
| เข้าฉายในไทย | 30 เมษายน 2026 [ในโรงภาพยนตร์]29 กรกฎาคม 2026 [บน Disney+] |
| ผลิต/จัดจำหน่าย | 20th Century Studios, Wendy Finerman Productions, Sunswept Entertainment |
คะแนนรีวิว นางมารสวมปราด้า 2
พล็อตและบท - 6.5
การแสดง - 7
การดำเนินเรื่องและการตัดต่อ - 6.5
เพลงและดนตรีประกอบ - 7.5
งานถ่ายภาพ เทคนิคพิเศษ และโปรดักชัน - 7
6.9
The Devil Wears Prada 2
เป็นภาคที่ได้เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจในโลกปัจจุบัน โดยเฉพาะธุรกิจสิ่งพิมพ์ รวมทั้งแฟชั่นด้วย เป็นภาคที่พาภาพในความทรงจำของผู้ชมที่รักในภาคแรกกลับมา แต่ทว่า กลับยังไม่อาจสร้างความประทับใจได้เท่ากับภาคแรก เรื่องราวดูน่าสนใจน้อยกว่า เหมือนกับว่ามันไม่ได้โฟกัสที่ตัวนางเอกแบบเดิม เรายังคงชื่นชอบกับการเล่าความดิ้นรนของแอนดี้ในตำแหน่งผู้ช่วยคนใหม่ของมิแรนด้า แต่กับภาคสองเหมือนทุกอย่างดูสับสนปนเปและมองไม่เห็นภาพนั้นอีก คงเหลือเพียงภาพของพายุแห่งความเปลี่ยนแปลงลูกใหญ่ที่ซัดเข้าหารันเวย์ ภาคนี้ มันจึงทำได้ดีเพียงแง่ของการนำทีมนักแสดงและตัวละครที่ผู้คนจดจำกลับมา
