หลังจากปี 2016 เราได้ดูหนัง ‘The Wailing’ ของ ผกก. นาฮงจิน แล้วเขาก็ห่างหายจากการกำกับหนังไปเลย จนมาปีนี้นี่แหละที่เขากลับมาพร้อมหนังที่ฟอร์มใหญ่กว่าที่เคยอย่างมาก เรื่องราวของหมู่บ้านน้อยชายขอบที่ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตต่างดาว และพวกเขาต้องรับมือกันเอง นี่คือหนังเรื่องใหม่ของนาฮงจิน ชื่อสั้น ๆ ว่า ‘HOPE’ ชื่อไทยก็ ‘โฮป’ นั่นแหละ
บทความนี้มีอะไรบ้าง?
คิดเห็นเช่นไรกับหนังฟอร์มใหญ่จากนาฮงจินเรื่องนี้?
หนังเกาหลีที่เอาทุกอย่าง ทั้งเป็นหนังแอ็คชันไซไฟมนุษย์ต่างดาว ทั้งตลกโบ๊ะบ๊ะ ทั้งย้อนยุค ดราม่าแซะระบบและสังคม ถามยังดีไซน์ฉากแอ็คชันออกมาได้อย่างบ้าพลัง ทั้งมุมกล้อง ทั้งการตัดต่อที่เล่นกับอารมณ์คนดู ทั้งดีไซน์เอเลี่ยนให้ตัวใหญ่ยักษ์ ฆ่ายากและเคลื่อนไหวรวดเร็วอีก ไม่เท่านั้น บทยังเขียนให้เอเลี่ยนมีซีนและเรื่องราวของตนเองอีก
หายหน้าไปนาน กลับมาทีก็บ้าพลังกันเบอร์นี้เลย แต่ขออภัยที่ต้องบอกว่า มันไม่ได้จบแค่นี้หรอกนะ
เรื่องย่อหนัง ‘HOPE’
ในช่วงต้นยุค 80’s เหตุมันเกิดขึ้นในหมู่บ้านปลอดทหารอย่างโฮพอฮัง (Hope Harbor หรือ Hope Port) มีข่าวลือเรื่องเสือที่หลุดเข้ามาอาละวาดจนชาวบ้านพากันแตกตื่น แถมกำลังเสริมของเจ้าหน้าที่ก็ใช้ไปกับเหตุไฟป่า มีเพียง บอมซอก (ฮวังจองมิน จากซีรีส์ ‘Nine Puzzles’ และหนัง ‘The Wailing’) ผู้กำกับ-หัวหน้าสถานีตำรวจประจำหมู่บ้านที่ต้องรับมือกับมหันตภัยร้ายนี้
ขณะที่พรานป่าอย่าง ซองกี (โจอินซอง จากซีรีส์ ‘Moving’) กับเหล่าเพื่อนพรานต่างช่วยกันออกล่าสัตว์ร้ายบนเขา แต่กลับถูกมันล่าซะเอง เมื่อสิ่งที่มาเยือนและรุกรานนั่นมิใช่แค่สัตว์ป่า หากเป็นเอเลี่ยนตัวร้ายจากต่างดาว
และนอกจากผู้กำกับบอมซอก ก็ยังมี อิมซองเอ (จองโฮยอน จากซีรีส์ ‘Squid Game’) ตำรวจสาวขาลุยที่ซิ่งรถตำรวจมาพร้อมอาวุธครบมือ ทั้งหมดจะร่วมด้วยช่วยกันไล่ล่าเอเลี่ยนพวกนี้ให้หมดไป
รีวิวหนัง ‘โฮป’
นาฮงจิน คือ ผู้กำกับชาวเกาหลีใต้ที่มีผลงานไม่เยอะนักนะครับ ผลงานที่ผ่านมาอย่าง ‘The Wailing’, ‘The Yellow Sea’ และ ‘The Chaser’ ก็น่าจะพาทำให้เห็นลายเซ็นของเขาได้อยู่ เคยเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับหนังไทยอย่าง ‘The Medium ร่างทรง’ มาแล้วด้วย ห่างไปหลายปีเลยกว่าจะดูงานชิ้นใหม่ คราวนี้ก็เล่นใหญ่กว่าทุกครั้ง ทุนสร้างใหญ่โตกว่าที่เคย เล่าเรื่องของมนุษย์ในหมู่บ้านเล็กๆ ที่กำลังเผชิญหน้ากับการรุกรานของมนุษย์ต่างดาว
โลกที่หนังมันเล่าเป็นเรื่องราวในยุค 80’s ในหมู่บ้านเล็กๆ ตามตะเข็บชายแดน ทั้งปลอดทหาร ทั้งห่างไกล แต่ต้องมาเจอกับภัยร้ายจากเอเลี่ยนที่ทั้งร่างกายใหญ่ยักษ์ แต่มีลักษณเหมือนมนุษย์ หนังหนา กระสุนเจาะเข้ายากมาก อึดถึกทน ว่องไวซะเหลือเกิน แถมบางตัวแปลงกายกลับไปกลับมาได้ด้วย อันนี้ ก็ต้องยอมให้กับไอเดียการออกแบบเอเลี่ยนเขาเหมือนกันเนอะ
ท่ามกลางบ้านเมืองที่ดูแร้นแค้น พวกเขายังต้องมาเจอเหตุน่าสะพรึงกลัวอีก เดิมทีก็นึกว่าเสือหลุด แต่เมื่อบอมซอกได้เผชิญหน้าจริงๆ จึงรู้ว่าไม่ใช่ และมันน่ากลัวกว่าเสือเอามากๆ
มันเป็นหนังที่ต้องถือว่ายาวมากนะ 160 นาทีที่ใช้ไปกับฉากแอ็คชันระทึกขวัญของคนกับเอเลี่ยนยักษ์ที่สร้างความลึกลับชวนสงสัยเนี่ย เล่าฉากในเมือง สลับฉากในป่า แต่ไม่ได้เล่าสั้น ดันเล่าซีเควนซ์ยาวๆ ชนิดไม่ให้คนดูได้ใช้สมอง มีทั้งซีนขี่ม้า วิ่ง ซิ่งรถ ยิงกันสนั่น หนังใช้หลากหลายมุมกล้องโดยเฉพาะภาพมุมกว้างที่หมุนไปมา ใช้จังหวะหนังพาคนดูลุ้นด้วยหัวใจเต้นตูมตาม หลายซีนนี่ระทึกยาวจนเล่นเอาเหนื่อย
แล้วก็ไม่ใช่แค่ซีนแอ็คชัน บทหนังยังใส่มุกฮาๆ ไว้เพียบ จังหวะโบ๊ะบ๊ะสุดขีด เรียกได้ว่า ระทึกไป ขำไป เหนื่อยคูณสองเลยทีนี้
สิ่งที่มองเห็นได้จากหนังก็คือความสมจริง ผู้กำกับเลือกใช้หมู่บ้านแถบแฮนัมที่ร้างแล้วในแถบชิลลาใต้มาทำให้พังเละ ให้โฮยอนฝึกดริฟต์ด้วยตัวเองเพื่อซิ่งจริงตอนถ่ายทำ นักแสดงแต่ละคนต้องลุยจริง วิ่งจริง ไม่ต้องพึ่งพาสตันท์ แถมยังข้ามไปถ่ายฉากป่ากันถึงโรมาเนียอีกต่าง โดยมีทีมงาน XM2 ทีมกล้องที่เคยสำแดงเดชในหนังฮฮลลีวู้ดอย่าง ‘007 No Time To Die’ และ ‘Mission: Impossible: Dead Reckoning’ มาร่วมงาน ขนอุปกรณ์ทุกชนิดมาให้ใช้ ผ่านมือกำกับภาพคู่บุญของนาฮงจินอย่าง ฮงคยองพโย ที่ต้องบอกว่าระทึกถึงใจจริงๆ (แม้มันจะดูยาวเกิ๊น…ก็ตาม)
แล้วไม่เท่านั้น เล่าเอเลี่ยนทั้งหลายยังเลือกให้เป็นนักแสดงฮอลลีวู้ดที่สวมบทบาทผ่านเทคนิค ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์, อลิเซีย วิกันเดอร์, เทเลอร์ รัสเซล และ คาเมรอน บริตตัน โดยที่อาคันตุกะจากต่าวดาวเหล่านี้ ก็ไม่ได้มาเป็นแค่เอเลี่ยนตัวร้าย พวกเขามีชีวิตจิตใจและความต้องการของตัวเองด้วย นาฮงจินจะเอาทุกอย่างที่ต้องการมาใส่ในหนังเรื่องเดียวเลยเหรอเนี่ย
น่าสนใจเหมือนกันว่า ชื่อหนังที่พ้องกับชื่อหมู่บ้านนี้ มีนัยยะอะไรแฝงไว้อยู่กันแน่ มันจะเป็น “ความหวัง” ของอะไรกันแน่นะ
ท่ามกลางซีเควนซ์ของฉากแอ็คชันที่ใส่เข้ามายาวๆ นั้น หนังมันก็แอบแซะหลายสิ่งเช่นกัน ก็แล้วแต่ว่าจะกระเทาะเห็นอะไรได้นั่นแหละ ทั้งบ้านเมืองที่ห่างไกลขนาดปืนเถื่อน อาวุธสงคราม ยังหากันมาได้เต็มอัตรา ยังกับไปปล้นคลังแสงที่ไหนมา โดยเจ้าหน้าที่แม่งก็ไม่สนใจจริงจังด้วย ส่วนหนังก็ไม่สนใจจะเล่าเรื่องการต่อสู้และเอาตัวรอดเท่านั้น เพราะมันยังแฝงเรื่องความเลวร้ายของมนุษย์ไว้อย่างแนบเนียน
เพียงแต่พาร์ทเรื่องราวของเอเลี่ยนดูท่าจะมาเพื่อทิ้งปมชวนสงสัย ซึ่งคงต้องการอธิบายในภาคต่อๆ ไปนั่นแล
Source|ฉายแสง แอด.เวนเจอร์
งานนี้ทีแรกก็คิดว่าหนังคงเน้นให้ซีน ฮวังจองมิน ที่เล่นเป็นหัวหน้าตำรวจไล่ล่าเอเลี่ยนตัวใหญ่ร่วมกับ โฮยอน แต่เอาไปเอามา กลับกลายเป็นติดตากับ โจอินซอง ที่มาโดดเด่นโดยเฉพาะในช่วงหลัง พี่แกทั้งหล่อ เท่ แถมยังอึดถึกทนจนเหลือจะเชื่อ มนุษย์คือคนเหล็กกันวะเนี่ย สงสัยจริงๆ
ส่วนตัวแล้ว ยังมองว่า CG ของหนังก็ยังไม่ได้เนียนอะไรนัก บางซีนก็อาจแอบตลกซะด้วยซ้ำ แต่มันเป็นหนังที่ดูเอามันส์ได้จริง เล่นกับฉากแอ็คชันได้ครบทุกด้าน มุมกล้อง ดนตรีประกอบ การแสดง แม้มันจะเล่าออกมาได้ยืดยาวเกินไปไม่หน่อยก็ตาม
เอาเป็นว่า ดูจบแล้วก็รอภาคต่อกันเนอะ..ทุกคน!
รายละเอียดเกี่ยวกับหนัง
| ชื่อภาพยนตร์ | HOPE / โฮป / 호프 |
| กำกับ | Na Hong Jin |
| เขียนบท | Na Hong Jin |
| แสดงนำ | Hwang Jung Min, Zo In Sung, Jung Ho Yeon, Alicia Vikander, Michael Fassbender, Taylor Russell |
| แนว/ประเภท | ระทึกขวัญ, ลึกลับ, แอ็คชัน, ดราม่า, สยองขวัญ, ไซไฟ |
| เรท | R |
| ความยาว | 160 นาที |
| ปี | 2026 |
| สัญชาติ | เกาหลีใต้ |
| เข้าฉายในไทย | 9 กันยายน 2026 |
| ผลิต/จัดจำหน่าย | Forged Films, Plus M Entertainment, Westworld, Neon, ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ |
คะแนนรีวิว โฮป
พล็อตและบท - 7.8
การแสดง - 7.8
การดำเนินเรื่องและการตัดต่อ - 8
เพลงและดนตรีประกอบ - 7.8
งานถ่ายภาพ เทคนิคพิเศษ และโปรดักชัน - 8.5
8
HOPE
หนังเกาหลีที่เอาทุกอย่าง ทั้งเป็นหนังแอ็คชันไซไฟมนุษย์ต่างดาว ทั้งตลกโบ๊ะบ๊ะ ทั้งย้อนยุค ดราม่าแซะระบบและสังคม ถามยังดีไซน์ฉากแอ็คชันออกมาได้อย่างบ้าพลัง ทั้งมุมกล้อง ทั้งการตัดต่อที่เล่นกับอารมณ์คนดู ทั้งดีไซน์เอเลี่ยนให้ตัวใหญ่ยักษ์ ฆ่ายากและเคลื่อนไหวรวดเร็วอีก ไม่เท่านั้น บทยังเขียนให้เอเลี่ยนมีซีนและเรื่องราวของตนเองอีก หายหน้าไปนาน กลับมาทีก็บ้าพลังกันเบอร์นี้เลย แต่ขออภัยที่ต้องบอกว่า มันไม่ได้จบแค่นี้หรอกนะ
