รีวิวซีรีส์ Law and The City | แก๊งกินข้าวกลางวัน ของ 5 ทนายผู้ช่วย
ซีรีส์เกาหลีบางเรื่อง ก็เลือกจะเล่าให้ตัวละครนำทั้งเซ็ต บางเรื่องก็เป็นเซตคุณหมอ แต่เรื่องนี้ว่าด้วยแก๊งคุณทนาย ‘Law and The City’ ซีรีส์ที่สตรีมฉายทาง Disney+ ไม่มีชื่อไทย แต่ได้ทั้ง อีจงซอก และ มุนกายอง มาแสดงนำ ชักชวนให้หลายคนเปิดเข้าไปดูมานักต่อนักแล้วล่ะ ถ้างั้นก็เริ่มมาเล่ากันเลยดีกว่า
คิดเห็นเช่นไรกับซีรีส์แนวกฎหมายเรื่องนี้?
ชีวิตการทำงานของทนายผู้ช่วยที่อยู่กันคนละสำนักแต่อยู่ในตึกเดียวกัน เลยกลายเป็นเพื่อนซี้ที่ช่วยเหลือกันในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะทุกข์เรื่องใดมา เมื่อทานข้าวด้วยกันมันกลายเป็นความสุขไปแทน นอกจากบทจะเล่าถึงชีวิตทนายและคดีเล็กใหญ่ที่พวกเขาได้พบเจอแล้ว ก็ยังมีเรื่องโรแมนติกของคู่พระนาง บวกกับเรื่องคุณที่ปรึกษาที่จู่ ๆ ก็มาควบรวม
บรรยากาศดูฟีลกู๊ดดี ชอบมากก็คือดนตรีประกอบที่ออกแนวแจ๊สเพลินหู เพลงประกอบก็ดีโดยเฉพาะที่เป็นซิตี้ป๊อปเพลงนั้นนั่นแหละ
รีวิวซีรีส์ ‘Law and The City’
แม้พวกเขาจะทำงานอยู่ในย่ายซอโซ ในตึกเดียวกัน แต่ก็อยู่คนละชั้นและอยู่คนละสำนักงานกัน จะมีก็แค่จูฮยองกับมุนจองเท่านั้นแหละที่อยู่สำนักงานเดียวกัน แต่ในวันนึง คิมฮยองมิน (ยอมฮเยรัน จากซีรีส์ ‘Mask Girl’) หญิงสาวเจ้าของตึกก็เดินเข้ามา บอกความต้องการ เธอผุดโปรเจกต์ควบรวมทุกบริษัทในตึกเข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน แต่ยังคงแยกให้ทำงานของใครของมันได้อยู่ โดยแจ้งว่า เธอจะหางานเข้ามาให้อะไรแบบนั้น
เป็นซีรีส์แนวกฎหมาย หรือแนวอาหารก็ไม่รู้
เอาจริงๆ มันมีความเป็นซีรีส์แนวกลุ่มเพื่อนอาชีพเดียวกัน คล้ายกับ ‘Hospital Playlist’ แค่เปลี่ยนจากอาชีพคุณหมอ มาเป็นอาชีพทนายผู้ช่วยแทนอะไรแบบนั้น แต่ไป ๆ มา ๆ ก็ดูจะเป็นซีรีส์อาหาร เพราะความที่เน้นถ่ายอาหารมากอยู่สักหน่อย
ช่วงที่พวกเขานัดกันไปกินอาหารกันที่นั่นที่นี่ (ซึ่งก็ไม่ได้มีแค่มื้อกลางวันนะ) เขาก็มักจะซูมไปที่อาหารอยู่บ่อยครั้ง เล่นเอาคนดูรู้สึกหิวตามไปด้วยเลย จะไม่ให้มองว่าเป็นซีรีส์อาหารได้ยังไง
แต่ระหว่างทางอีกเช่นกัน บทของซีรีส์ก็พาเราไปเจอกับภาระหน้าที่การงานของเหล่าทนายผู้ช่วยที่ต้องเจอะเจอ มันอาจจะไม่ใช่คดียิ่งใหญ่ ออกจะธรรมดาไปซะด้วยซ้ำ หลายคดีก็มักจะเป็นคดีเล็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นคดีทวงหนี้ ยึดทรัพย์ ไล่ที่ เรื่องคนไข้ตายหลังการผ่าตัด คดีเรื่องการหย่าร้าง เรื่องการใช้ความรุนแรง การกล่าวหา ฉ้อโกง ถูกหลอก หรือแม้แต่คดีฆาตกรรม แถมบางที ด้วยความที่ต่างสำนักงานต่างก็แยกกันทำแม้จะอยู่ในตึกเดียวกัน ทำให้บางที สองสำนักงานก็ต้องมาทำคดีเดียวกันซะงั้น และก็มีบ้างที่สองสำนักงานได้มาทำงานด้วยกัน
เป็นทนายมันก็ต้องมีทั้งคดีที่ชอบ และคดีที่ไม่อยากทำ แต่ยังไงมันก็เป็นงาน ชอบไม่ชอบก็ต้องทำมันอยู่ดีแหละเนอะ อย่างเช่นจูฮยองที่ไม่ชอบคดีหย่าร้าง แต่หัวหน้าก็โยนลงมาให้อยู่นั่นแหละ แถมคู่กรณีก็ดันเป็นอดีตคนสำคัญของตัวเองซะอีก
นอกจากนี้ มันก็ยังนำเสนอปัญหายุ่งยากใจที่ทนายผู้ช่วยบางคนต้องเจอ อย่างเช่น การที่ลูกความไม่เชื่อใจเพราะพวกเขาดูเด็กเกิน การได้รับมอบหมายแต่งานจุกจิก การถูกคุกคามกล่าวหา และรวมไปถึงเรื่องสุขภาพกายสุขภาพจิตของตัวทนายเอง
เรื่องความสัมพันธ์ของคู่พระนางท่ามกลางกลุ่มเพื่อนกินข้าว
กลับมาว่าที่ความสัมพันธ์ของคู่พระนาง ในครั้งแรกที่พวกเขาได้เจอกัน จูฮยองแสร้งว่าตัวเองจำนางไม่ได้ แต่ฮีจีเธอบอกเองเลยว่า เราเคยคบกันช่วงสั้น ๆ สมัยที่อยู่ในฮ่องกงเมื่อสองปีก่อน แต่ไม่ถึงกับเรียกว่าเป็นแฟน ความจริงที่ยิ่งกว่าคือ สมัยจูฮยองเรียนกฎหมาย เคยเจอกับฮีจีที่เป็นนักศึกษาเอกเปียโนด้วย
พวกเขาเคยเจอกันที่ฮ่องกง แล้วก็เหมือนจะมีเรื่องเข้าใจผิด จนทำให้สองคนต้องห่างกันไป เมื่อกลับมาเจอกันก็เลยจะประดักประเดิดกันอยู่สักหน่อย และต้องใช้เวลาพอประมาณเพื่อต่อสานความเข้าใจ
ระหว่างที่เรื่องดำเนินไปเรื่อยๆ นั้น เขาก็หยิบเอาภาพของช่วงเวลาในอดีตของคนทั้งสองคนมาฉายให้เราได้เห็นอยู่เป็นระยะ ทำให้เราได้รู้ว่า พวกเขาเจอกันยังไง นั่นอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้ชมติดตามเอาใจช่วยให้พวกเขาได้พบกับแฮปปี้เอนดิ้งอยู่ก็เป็นได้
มิตรภาพระหว่างเพื่อน และแง่มุมของการเป็นทนายความผู้ช่วย
สิ่งที่เราได้เห็นในซีรีส์ที่เล่าเรื่องแก๊งเพื่อนทานข้าว ก็จะต้องมีเรื่องของมิตรภาพระหว่างเพื่อนฝูงอยู่แล้ว ในระหว่างทาง พวกเขาช่วยกันได้อย่างดี ผองเพื่อนต่างเชื่อใจกันและพาผ่านพ้นเรื่องเลวร้ายไปได้
ประสบการณ์ของการเป็นทนาย บางทีก็ให้ด้านลบ ๆ กับพวกเขา บางคนอาจรู้ตายด้าน ไม่ก็ชินชา กับการที่ต้องว่าความให้คนที่ตนรู้ว่าทำผิดแต่เมื่อมันเป็นงานก็ต้องทำไปทั้งที่ตรงข้ามกับใจตัวเอง แต่หลายหน พวกเขาควรรู้สึกดีที่เจอคนดี เหมือนที่จูฮยองเริ่มมีความคิดไปในทางนี้มากขึ้นเมื่ออยู่ใกล้ชิดกับฮีจีทุกวัน
แก๊งข้าวกลางวันทั้งห้า ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไร พอมากินข้าวกันก็กลายเป็นเซฟโซนให้กัน เจอทางตันอะไรก็กลายเป็นที่ปรึกษา ช่วยแก้ปัญหาให้ กลายเป็นซีรีส์ทนายสไตล์ฟีลกู๊ดไปซะได้แฮะเรื่องนี้
ส่วนคุณที่ปรึกษา ทีแรกก็พาสงสัย ว่าแกเข้ามาควบรวมกิจการในตึกนี้ทำไม ระหว่างทาง ก็ให้รู้สึกว่าแกท่าทางอยากเป็นทนายอย่างมากเลยล่ะ ก่อนที่เรื่องเบื้องหลังจะเปิดให้เห็นที่มาที่ไป ก่อนที่ตอนท้ายเรื่อง ชีวิตทนายผู้ช่วยที่กำลังเดินมาถึงทางแยก บางคนตั้งครรภ์และอาจจะต้องมีชีวิตเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกแทนที่จะได้ว่าความที่รู้สึกรัก บางคนอาจอยากใช้ชีวิตเป็นอาจารย์จึงอยากศึกษาต่อแต่ก็ติดที่มีแม่ที่อายุมากแล้วต้องดูแล บางคนอาจไม่ได้มีเป้าหมายอะไรที่แน่นอนแต่มีพ่อเป็นเจ้าของธุรกิจที่คะยั้นคะยอให้ไปรับหน้าที่สืบทอด ขณะที่อีกคนก็รู้สึกยิ่งทำก็ยิ่งคิดเห็นไม่ตรงกับเจ้านาย สุดท้าย ทุกคนก็ต้องเลือกเส้นทางที่ใช่สำหรับตัวเอง
ซึ่งมันไม่ใช่ จงซอก หรือ กายอง ที่พาคนดูเพลิดเพลินเจริญตา แต่คนอื่น ๆ ก็ทำได้ไม่น้อยหน้าจนแม้บางคดีจะดูธรรมดา แต่พวกเขาก็ยังพาให้เราติดตามต่อได้
อีกองค์ประกอบที่ทำให้ผมชื่นชอบซีรีส์นี้ ก็คือ ดนตรีประกอบส่วนใหญ่จะเป็นเพลงแจ๊สเบา ๆ บ้าง Lo-Fi หน่อย ๆ สร้างบรรยากาศสบาย บวกโรแมนติกนิดๆ บางทีก็เป็นออเคสตรา บางเพลงประกอบมีความซิตี้ป็อป และบางทีก็เป็นบรรเลงเครื่องสาย
ซึ่งถูกจริตมาก ๆ เลยขอรับ+
รายละเอียดเกี่ยวกับซีรีส์
| ชื่อซีรีส์ | Law and The City / 서초동 |
| ผู้กำกับ | Park Seung Woo/พัคซึงอู (เจ้าของผลงาน ‘W: Two Worlds Apart’ และ ‘Adamas’) |
| ผู้เขียนบท | Lee Seung Hyun/อีซึงฮยอน |
| นักแสดง | Mun Ka Young, Lee Jong Suk, Kang You Seok, Ryoo Hye Young, Im Sung Jae |
| แนว/ประเภท | ดราม่า, กฎหมาย |
| จำนวนตอน | 1 ซีซัน: 12 ตอน |
| ช่องทางรับชม | Disney+ Hotstar |
| เริ่มออกอากาศ | 5 กรกฎาคม – 10 สิงหาคม 2025 |
| ผู้ผลิต/เจ้าของลิขสิทธิ์ | CJ ENM Studios, tvN |
คะแนนรีวิวซีรีส์ Law and the City
เพลงและดนตรีประกอบ - 8.2
พล็อตและบท - 7.5
การแสดง - 7.7
การดำเนินเรื่อง - 7.5
งานถ่ายภาพ และเทคนิคพิเศษ - 7.5
7.7
Law and the City
ชีวิตการทำงานของทนายผู้ช่วยที่อยู่กันคนละสำนักแต่อยู่ในตึกเดียวกัน เลยกลายเป็นเพื่อนซี้ที่ช่วยเหลือกันในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะทุกข์เรื่องใดมา เมื่อทานข้าวด้วยกันมันกลายเป็นความสุขไปแทน นอกจากบทจะเล่าถึงชีวิตทนายและคดีเล็กใหญ่ที่พวกเขาได้พบเจอแล้ว ก็ยังมีเรื่องโรแมนติกของคู่พระนาง บวกกับเรื่องคุณที่ปรึกษาที่จู่ ๆ ก็มาควบรวม บรรยากาศดูฟีลกู๊ดดี ชอบมากก็คือดนตรีประกอบที่ออกแนวแจ๊สเพลินหู เพลงประกอบก็ดีโดยเฉพาะที่เป็นซิตี้ป๊อปเพลงนั้นนั่นแหละ













