รีวิวซีรีส์ Run Away หนี | ตามหาเด็กหาย หักมุมได้ตลอดสิน่า
มีซีรีส์บางเรื่องที่เรามักจะข้ามไปข้ามมา ไม่ยอมเปิดดูมันสักที เหมือนรอเวลาที่เหมาะสมอะไรแบบนั้น อย่างเช่นซีรีส์เรื่องนี้ ‘Run Away‘ หรือชื่อไทย ‘หนี’ มันสร้างมาจากผลงานการเขียนจาก ฮาร์ลาน โคเบน ชูจุดเด่นที่เป็นเรื่องอาชญากรรม ต้องสืบสวนเพื่อหาตัวคนร้ายและความจริง ที่มาพร้อมกับบทที่ชวนไขว้เขวแต่พลิกผันตลอดเวลา
คิดเห็นเช่นไรกับซีรีส์เรื่องนี้?
นี่คือซีรีส์อาชญากรรมผสมสืบสวนสอนสวน ที่เดินเรื่องด้วยกิมมิกหลอกล่อให้คนดูรู้สึกระแวงตัวละคร ก่อนจะเฉลยว่าที่จริงแล้วไม่ใช่สักนิด เข้าใจผิดไปเอง เรื่องราวของเด็กที่หายตัวไปให้พ่อแม่ต้องตามหา เล่าเป็นสามเส้นเรื่องก่อน โดยมีเส้นที่สามเป็นสองวัยรุ่นนักฆ่าที่ไล่สังหารเป้าหมายทิ้งตามใบสั่ง ก่อนที่จะให้ทั้งสามเส้นเรื่องมาบรรจบกัน น่าติดตามไม่น้อย เมื่อบทมันคอยจะหักมุมตลอดเวลา ที่บางครั้งก็บ่อยเกินจนเริ่มจะไม่เซอร์ไพรส์อะไรอีก
สุดท้ายซีรีส์มันเฉลยซะทีว่า ที่ตั้งชื่อ ‘หนี’ นั่นมันหมายถึงอะไร
เรื่องย่อซีรีส์ ‘Run Away’
นักบริหารความมั่งคั่ง ไซมอน กรีน (James Nesbitt จากหนังเรื่อง ‘The Hobbit: An Unexpected Journey’) และอิงกริด กรีน (Minnie Driver จากแอนิเมชันซีรีส์ ‘Arcane’) สามีภรรยาที่มีลูกสามคน เพจ (Ellie de Lange) ซามูเอล (Adrian Greensmith) และอันย่า (Ellie Henry) แต่เพจ ลูกสาวที่รักในเสียงดนตรีแต่ติดยาได้หายตัวไป อันย่ายังอยู่ในกับครอบครัว ส่วนแซมเรียนมหา’ลัยอยู่ที่อีกเมืองหนึ่ง
ไซมอนเฝ้าติดตามหาเพจอย่างไม่ลดละ โดยมีเบาะแสเด่นชัดคือ แอรอน คอร์วัล ชายหนุ่มไร้บ้านขี้ยา แต่เพราะคลิปที่เขาทำร้ายแอรอนโด่งดังมากไป ใคร ๆ ต่างก็กล่าวหาว่าเป็นคนทำร้ายชายจรจัด ทว่าต่อมา เมื่อแอรอนถูกฆ่าตาย ไซมอนจึงกลายเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญของคู่รักตำรวจ รูบี้ ทอดด์ (Amy Gledhill) และสารวัตรไอแซค แฟกเบนเลย์ (Alfred Enoch จากซีรีส์ ‘Foundation’)
อีกด้านหนึ่ง เอเลน่า เรเวนครอฟต์ (Ruth Jones) นักสืบเอกชนที่ถูกเซบาสเตียน พ่อของเด็กว่าจ้างให้ตามหาลูกชาย เฮนรี่ ธอร์ป ผู้หายตัวไป 6 วันแล้ว ซึ่งเอเลน่าก็กำลังติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดกับ ลู (Annette Badland) แฮ็คเกอร์วัยชรา
นอกจากนี้ แอช (Jon Pointing) และ ดีดี (Maeve Courtier-Lilley) สองนักฆ่าที่คบหากันก็กำลังตามล่าสังหารตามใบสั่งที่ได้รับมา
สามกลุ่มตัวละครที่จะกลายเป็นเรื่องเดียวกันได้อย่างไร เปิดเข้าไปรับชมกันได้เองเลยครับท่านผู้อ่าน
รีวิวซีรีส์ ‘หนี’
อีกหนึ่งซีรีส์ที่มาจากผลงานของ ฮาร์ลาน โคเบน ที่หลายคนคุ้นเคยจากซีรีส์อย่าง ‘Fool Me Once’, ‘Missing You’ และ ‘Shelter’ แต่นี่ถือเป็นเรื่องแรกสำหรับนายแพทก็แล้วกัน มันเป็นเรื่องราวของพ่อแม่ที่กำลังปวดใจกับการหายตัวไปของลูก ครอบครัวกรีนนำโดยไซมอน ร้อนรนที่จะตามหาเพจให้เจอโดยเร็ว ขณะที่ครอบครัวธอร์ปก็กำลังตามหาเฮนรี่เช่นกัน
พวกเขาจึงต้องว่าจ้างนักสืบเอกชนมาช่วยสืบ เอเลน่า สาวแว่นร่างอวบเข้ามารับหน้าที่ตามหาเฮนรี่ โดยที่เธอเองก็มีภารกิจส่วนตัวในการติดตามสาวเจ้าของร้านอาหารคนหนึ่ง ขณะที่ครอบครัวกรีนนั้น ไซมอนเลือกจะตามสืบเอง แม้จะมีคู่รักตำรวจทำหน้าที่นี้อยู่ก็ตาม
ในเรื่อง แม้จะมีตัวละครยั้วเยี้ยที่มาทำให้เรื่องราวมันแตกแขนงสร้างเหตุผลไปได้หลากหลาย หนึ่งในตัวละครที่สำคัญ ก็อย่างเช่น คอร์นีเลียส เฟเบอร์ (Lucian Msamati) ชายผิวดำที่เอ็นดูเพจ เขาเป็นได้ทั้งตัวร้ายตัวดี จนทำให้เราไม่มั่นใจว่าควรจะรู้สึกยังไงกับเขา ต้องค่อยๆ ติดตามเรื่องกันไปจนกว่าทุกอย่างจะคลี่คลาย
วิธีการเดียวกันนี้ก็ยังถูกใช้ไปกับอีกหลายตัวละครที่แวดล้อมตัวเอก ไม่ว่าจะเป็น เอวอนน์ (Ingrid Oliver) เพื่อนที่ทำงานของไซมอน ซึ่งเป็นน้องสาวของอิงกริด เจย์ สแตนฟิลด์ (Mark Bazeley) เพื่อนหมอที่ รพ. เดียวกันที่เคยคบหากับอิงกริดมาก่อน แล้วก็ยังมีคนอื่นๆ อีก
นอกจากนี้ การที่บทมันเดินไปแบบมีหลายเส้นเดินพร้อมกัน ก็ทำให้เรื่องมันน่าติดตาม ทั้งเส้นการสืบของไซมอนเพื่อตามหาเพจ เส้นของเอเลน่าที่สืบหาเฮนรี่ เส้นของสองวัยรุ่นฆาตกรที่ไล่ฆ่าตามใบสั่ง ก่อนที่ 3 เส้นมันจะค่อยๆ มารวมกัน
คงต้องบอกว่า ไซมอนเป็นคุณพ่อขาลุยจริงๆ ตามไล่ล่าไปทั่ว กัดไม่ปล่อย เสี่ยงอันตรายก็ยังจะไป ขอให้ได้กลิ่นเถอะว่าเบาะแสการหายไปของเพจอยู่ตรงไหน ไซมอนจะไปอยู่ตรงนั้นเสมอเลย
ซีรีส์เรื่องนี้ ถือว่ามีตัวละครหลากหลาย แต่ละคนต่างก็มีรายละเอียด มีบทของตัวเองให้เล่นแตกต่างกัน ยิ่งบทมันเดินไปหลายตอนเข้า คนดูอย่างเราก็ยิ่งต้องปวดขมองเพราะมีเรื่องที่ต้องจดจำจนเต็มเมมโมรี่ แถมซีรีส์ยังหาหนทางเลื้อยไปเลื้อยมาได้เก่ง ทั้งหาเรื่องเซอร์ไพรส์คนดูได้ไม่หยุดหย่อน
ตัวละครไหนที่ปูมาว่าน่าสงสัย ใส่ไฟให้คนดูรู้สึกเคลือบแคลงและไขว้เขวว่าเขาจะเป็นคนไม่ดีหรือเปล่า ผ่านไปสักพัก จะแกงคนดูและบอกว่าที่คิดไว้ผิดทั้งหมด พร้อมหาเหตุผลโน่นนี่นั่นมาอธิบายจนคนดูบอก โอเค เชื่อก็ได้
บทซีรีส์เหมือนจะไม่ต้องการให้คนดูไว้ใจใครเลย เพราะคนที่ไม่น่าไว้ใจ ต่อมากลับกลายเป็นคนดีไม่เป็นอย่างที่เคยไขว้เขว เล่าถึงเรื่องเด็กหาย สาวไปถึงเรื่องศาสนาและลัทธิบางอย่าง ไล่เรียงไปถึงเรื่องเว็บตรวจบรรพบุรุษ เชื่อมโยงไปถึงเรื่องสถานอุปถัมภ์ เอเยนต์รับเลี้ยง ศูนย์บำบัดยาเสพติด ทั้งหมดนี้ถูกบอกเล่าอยู่ในซีรีส์อาชญากรรมผสมสืบสวนสอบสวน และใช้บทหักมุมเป็นจุดขาย
กว่าจะรู้ว่า ‘หนี’ ที่เป็นชื่อของซีรีส์นั้นหมายถึงอะไร ก็เมื่อมันผ่านไปถึงตอนสุดท้ายโน่นแล้วล่ะ
รายละเอียดเกี่ยวกับซีรีส์
| ชื่อซีรีส์ | Run Away / หนี |
| ผู้กำกับ | Nimer Rashed, Isher Sahota |
| ผู้เขียนบท | Daniel Brocklehurst, Charlotte Coben, Tom Farrelly, Amanda Duke |
| นักแสดง | James Nesbitt, Minnie Driver, Lucian Msamati, Alfred Enoch, Adrian Greensmith, Ellie Henry, Ruth Jones |
| แนว/ประเภท | อาชญากรรม, ดราม่า, สืบสวนสอบสวน |
| จำนวนตอน | 1 ซีซัน: 8 ตอน |
| ช่องทางรับชม | Netflix |
| เริ่มออกอากาศ | 1 มกราคม 2026 |
| ผู้ผลิต/เจ้าของลิขสิทธิ์ | Final Twist ProductionsI, TV Studios, Quay Street Productions |
คะแนนรีวิวซีรีส์ หนี
พล็อตและบท - 7.5
การแสดง - 7
การดำเนินเรื่อง - 7.5
งานถ่ายภาพ เทคนิคพิเศษและโปรดักชั่น - 7.2
เพลงและดนตรีประกอบ - 7.2
7.3
Run Away
นี่คือซีรีส์อาชญากรรมผสมสืบสวนสอนสวน ที่เดินเรื่องด้วยกิมมิกหลอกล่อให้คนดูรู้สึกระแวงตัวละคร ก่อนจะเฉลยว่าที่จริงแล้วไม่ใช่สักนิด เข้าใจผิดไปเอง เรื่องราวของเด็กที่หายตัวไปให้พ่อแม่ต้องตามหา เล่าเป็นสามเส้นเรื่องก่อน โดยมีเส้นที่สามเป็นสองวัยรุ่นนักฆ่าที่ไล่สังหารเป้าหมายทิ้งตามใบสั่ง ก่อนที่จะให้ทั้งสามเส้นเรื่องมาบรรจบกัน น่าติดตามไม่น้อย เมื่อบทมันคอยจะหักมุมตลอดเวลา ที่บางครั้งก็บ่อยเกินจนเริ่มจะไม่เซอร์ไพรส์อะไรอีก สุดท้ายซีรีส์มันเฉลยซะทีว่า ที่ตั้งชื่อ 'หนี' นั่นมันหมายถึงอะไร



