Concert & FestivalMusic

4 วันหลัง FaT Festival 7

แล้วงานเทศกาลดนตรีที่(คาดว่า)ใหญ่ที่สุดในประเทศก็จบลงไป งานเทศกาลดนตรีที่จัดมายาวนานที่สุด(เท่าที่รู้)ก็ได้ผ่านพ้นไป พร้อมกับคำวิจารณ์ต่างๆ นานาที่ลอยมาตามหลังงาน

อาจเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ที่มักจะมีเสียงบ่นเกี่ยวกับงานนี้ ไม่ว่าจะเรื่องสถานที่, รูปแบบการจัดงาน, เวทีคอนเสิร์ต รวมไปถึงเรื่องอื่นๆ ซึ่งเป็นเรื่องนานาจิตตัง แล้วแต่ว่าใครชอบแบบไหน ไม่ชอบแบบไหน ความเห็นมันย่อมแตกต่างกันออกไป

ส่วนในมุมของผมเองนั้น ผมต้องขอคุยเสียก่อนว่า ผมไปงาน FaT Festival มาทุกครั้งไม่เคยขาด จะเรียกว่า้เป็นแฟนประจำของงานนี้เลยก็ว่าได้ ตั้งแต่ Heineken FaT Festival ครั้งแรกที่จัดขึ้นที่โรงงานยาสูบ(เก่า) ที่บรรยากาศแสนร้อนระอุ แต่อบอวลไปด้วยความรู้สึกดีๆ ระหว่างคนทำเพลงและแฟนๆ มาจนถึงครั้งล่าสุด FaT Festival 7 ที่ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2-3 เมืองทองธานี เทศกาลดนตรีที่จัดในร่ม ติดแอร์และกว้างขวาง

ครั้งล่าสุดนี่ เป็นครั้งแรกที่ FaT ตัดสินใจจัดงานที่เดิม…

เพราะทุกครั้งนั้นเปลี่ยนสถานที่จัดไปเรื่อยๆ แถมเป็นที่ที่ใครเขาไม่ค่อยคิดจะเอาไปจัดเสียด้วย

ต้องยอมรับกันล่ะครับ ว่าไม่มีอะไรไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็น แฟตเรดิโอเองก็เปลี่ยนตัวเองไปเยอะ ผ่านมา 7 ปีที่จัดงานนี้ คนฟังก็เปลี่ยนไปเยอะ วงการเพลงก็เปลี่ยนไปเยอะอีกเช่นกัน แม้ว่าจะเปลี่ยนไปมโหฬารจากการที่คลื่นอ้วนนี้ขึ้นมาก็ตามเถอะ

จากวันแรกๆ ที่ได้รู้จัก VFM เพลงไทยที่ถูกเปิดที่คลื่นนี้ในวันนี้ กับเพลงไทยที่ถูกเปิดที่คลื่น FaT Radio ช่างต่างกันมากมาย ความเป็น VFM และ FaT Radio ในยุคเริ่มต้นนั้น ทำให้หลายคนชื่นชอบจนถึงกับคลั่งไคล้เพลงไทย แต่ในวันนี้ หลายคนที่ฟังคลื่นนี้ในวันนั้น กลับเลิกฟัง ไม่ก็ฟังน้อยลงและหันไปฟังหลายๆ คลื่นสลับกัน

เพราะอะไร?

งานเทศกาลดนตรี FaT Festival ก็เช่นกัน มนต์ขลังของงานที่เคยเป็นที่พบปะของศิลปินกับแฟนเพลงแบบจะๆ มันได้หายไป กลายเป็นเทศกาลที่เต็มไปด้วยธุรกิจ มีระบบระเบียบอะไรต่างๆ มากขึ้น (จนบางครั้ง ก็นึกว่า นี่คือเทศกาลดนตรี หรืองานสัปดาห์หนังสือ)

ขณะที่ผู้เข้างาน ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน

จากวันที่เป็นเทศกาลที่เปิดให้เข้าฟรี เมื่อคนมากขึ้นและควบคุมกันลำบาก แฟตจำใจต้องเปลี่ยนมาเป็นการขายบัตรเข้างาน เพื่อควบคุมทั้งจำนวนและคุณภาพของคนเข้างาน แต่เมื่อดูภาพรวมของงานครั้งล่าสุด ก็คงต้องบอกว่า การขายบัตรไม่ได้ช่วยอะไรมากนักอย่างที่เคยคาดคิดไว้

เพราะเรายังพบว่า ผู้คนมากมายที่หลั่งไหลมาเที่ยวงานที่จัดไกลถึงเมืองทอง ยังคงเลือกที่จะแต่งตัวมาโชว์กันเช่นเดิม แต่ทว่าสนใจในเนื้อแท้ของดนตรีน้อยลง และให้ความสนใจกับความเป็น Celeb ของตัวศิลปินมากกว่า

ขณะที่รูปแบบงาน แทบไม่ได้เปลี่ยนอะไรไปมากนักจากครั้งก่อน สถานที่เดิม แต่ปรับเปลี่ยนรูปแบบบางอย่างที่เคยเป็นจุดด้อย และเพิ่มการแสดงออกทางศิลปะเ้ข้ามาเป็นสีสัน

ผมพบว่า บางอย่างกำลังถึงทางตัน หนังสือทำมือกำลังถูกละเลยความสนใจ โซนฉายหนังสั้นอยู่ตรงไหน ผมหาไม่เจอ เวทีนักดนตรีหน้าใหม่ถูกจัดแยกออกมาต่างหาก และไร้ผู้คนสนใจ (เนื่องจากพวกเขามางาน เพื่อชื่นชมศิลปินมีชื่อที่พวกเขาชื่นชอบเท่านั้น) สิ่งเหล่านี้ กำลังบอกว่า งาน FaT Festival คราวหน้า อาจถึงคราต้องถูกผ่าตัดอีกครั้ง

ฤา FaT Festival ที่เึคยขึ้นสู่จุดสูงสุด… อาจต้องหวนกลับคืนสู่สามัญเสียที

————————————

หลายคนคงได้ดูภาพต่างๆ ที่ผมกับทีมงานช่วยๆ กันถ่ายช่วยๆ กันทำขึ้นมาบ้างแล้ว ใน Songburi เกาะติด FaT Festival 7 และ Songburi Gallery หลายคนอาจจะรอดูที่นี่ แต่ก็คงต้องบอกว่า มันเยอะเกินจะมาใส่บล็อกส่วนตัวได้หมด ตามไปดูเอาในนั้น น่าจะดีกว่า

PatSonic

บล็อกเกอร์ผู้ชอบดูหนังหลากแนว ฟังเพลงหลายสไตล์ มีเวลาว่างก็จะออกไปท่องเที่ยว บางเวลาก็หยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน หยิบซีรีส์ขึ้นมาดู แล้วก็จะหยิบมาเขียนให้ทุกคนได้อ่านกัน

12 คอมเมนต์

  1. เป็นอนิจจาครับ … FAT Fes แรกๆ มันค่อนข้างสวนทางกับเีิรื่องของธุรกิจอยู่แล้ว… หุหุ

    จะว่าไปก็เหมือน PATTAYA Fes นะ ตอนแรกๆ น่าไปชะมัด ^^

  2. ผมก็ไปมาทุกครั้งไม่เคยขาด เลยขอแสดงความเห็นนะครับ

    – หนังสือทำมือกำลังถูกละเลยความสนใจ
    << ต้องกลับไปดูโปรดักชั่น และเนื้อหาครับ
    ทุกวันนี้เราหาโปรดักชั่นดีๆ และเนื้อหาดีๆ ได้ จาก blog

    แต่หนังสือทำมือ ยังยืนอยู่ที่เดิม
    ปีแรกๆ มายังไง วันนี้มีกี่คนที่พัฒนาตัวเองขึ้นไป ?

    – โซนฉายหนังสั้นอยู่ตรงไหน ผมหาไม่เจอ
    << ในแผนผัง ดันไม่บอก ถามสตาฟกว่าจะได้ความ
    เหนื่อยมากครับ แต่ได้ดูสมใจ สถานที่ดูหนังดีมากๆ
    อ่อ ห้องฉายอยู่ใต้ที่เราเดินๆ กันนี่ล่ะ

    – เวทีนักดนตรีหน้า
    ใหม่ถูกจัดแยกออกมาต่างหาก และไร้ผู้คนสนใจ (เนื่องจากพวกเขามางาน เพื่อชื่นชมศิลปินมีชื่อที่พวกเขาชื่นชอบเท่านั้น)
    << ต้องไปถามคนฟังครับ ว่าเขาอยากเสพอะไร
    และอยู่กับวงที่ขึ้นมาด้วย ว่ามีฐานแขHงแรงแค่ไหน
    แฟตให้ได้แค่เวที การสร้างความนิยม อยู่ที่ตัวนักดนตรี
    เวทีนี้ผมก็ไปมา

    กลายเป็นเทศกาลที่เต็มไปด้วยธุรกิจ มีระบบระเบียบอะไรต่างๆ มากขึ้น
    << ผมอยากให้คนเลิกมองแฟตแบบอุดมคติเสียที
    แฟตทำธุรกิจวิทยุ การประมุลสัมปทาน เจ้าของคลื่นไม่ได้ดุว่าคุณเปิดเพลงดี แล้วโอ้ย..ให้เลย เอาไปทำเรื่อยๆนะ

    ผมว่าแฟตพยายามสร้างสมดุลที่สุดแล้ว
    คนฟังเก่าๆบางพวกต่างหาก
    ที่ยึดติดกับโลกในอุดมคติของตัวเอง

    ยอมรับเถอะ เวลาเปลี่ยน คนก็เปลี่ยน คุณ หรือผมก็ต้องเปลี่ยน

  3. เป็นการนำเสนอมุมมองที่ดีครับ คุณ jetboat แต่การยอมรับไปซะทั้งหมด คงไม่เกิดประโยชน์อะไร นอกจากไปงานตามที่เขาจัด แค่เท่านั้น

    อย่างไรก็ตาม ผมเสนอตามมุมมองของผม โดยหวังแค่การผสานทุกอย่างที่ควรจะเป็น ที่ผมควรจะได้ ที่วงการควรจะได้ ช่วยอ่านข้อเขียนของผมอีกทีนะครับ ผมก็ระบุไว้แล้วด้วยว่า ทุกสิ่งต้องมีการเปลี่ยนแปลง ข้อนี้ผมรู้ดีครับ

    สิ่งที่ผมอยากบอก มันไม่ได้เป็นอุดมคตินะครับ แค่มันอาจจะทำยากในความคิดของคนบางคนเท่านั้นเอง

  4. เป็นการนำเสนอมุมมองที่ดีครับ คุณ jetboat แต่การยอมรับไปซะทั้งหมด คงไม่เกิดประโยชน์อะไร นอกจากไปงานตามที่เขาจัด แค่เท่านั้น

    อย่างไรก็ตาม ผมเสนอตามมุมมองของผม โดยหวังแค่การผสานทุกอย่างที่ควรจะเป็น ที่ผมควรจะได้ ที่วงการควรจะได้ ช่วยอ่านข้อเขียนของผมอีกทีนะครับ ผมก็ระบุไว้แล้วด้วยว่า ทุกสิ่งต้องมีการเปลี่ยนแปลง ข้อนี้ผมรู้ดีครับ

    สิ่งที่ผมอยากบอก มันไม่ได้เป็นอุดมคตินะครับ แค่มันอาจจะทำยากในความคิดของคนบางคนเท่านั้นเอง

  5. ไปบูทค่ายเพลง (ดังๆ) ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเจอศิลปิน เจอแต่ Staff และถามมักได้คำตอบว่าเดี๋ยวศิลปินมาช่วงนั้นช่วงนี้

    ปีหน้าถ้ามีจริงๆ อยากให้

    – ไม่ให้มี บูท ค่ายเพลง ให้มีแต่บูทศิลปิน นั้นๆเท่านั้น (ในค่ายมี 8 ศิลปิน ก็ 8 บูท)
    – ศิลปินต้องขายของเอง มี Staff ช่วยบ้างตามสมควร
    – ประชาสัมพันธ์ ศิลปิน Noname ให้เป็นที่รู้จักมากๆ ก่อนเริ่มงานเพื่อผลักดันศิลปิน
    – หาสถานที่จัดงานใหม่ได้แล้วเหตุผลเพราะถ้าไม่อยากถูกเปรียบเทียบกับที่เดิม

    ผมรู้สึกประทับใจศิลปิน Noname ที่ยืนขายงานตัวเองมากกว่า ศิลปินที่เริ่มดังแล้วให้ Staff มาขายให้
    พอยอมรับได้ว่ามันเป็นธุรกิจ แต่ก็อยากให้ความรู้สึกเดิมๆมันมีอยู่ในทุกๆปี

  6. ไปบูทค่ายเพลง (ดังๆ) ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเจอศิลปิน เจอแต่ Staff และถามมักได้คำตอบว่าเดี๋ยวศิลปินมาช่วงนั้นช่วงนี้

    ปีหน้าถ้ามีจริงๆ อยากให้

    – ไม่ให้มี บูท ค่ายเพลง ให้มีแต่บูทศิลปิน นั้นๆเท่านั้น (ในค่ายมี 8 ศิลปิน ก็ 8 บูท)
    – ศิลปินต้องขายของเอง มี Staff ช่วยบ้างตามสมควร
    – ประชาสัมพันธ์ ศิลปิน Noname ให้เป็นที่รู้จักมากๆ ก่อนเริ่มงานเพื่อผลักดันศิลปิน
    – หาสถานที่จัดงานใหม่ได้แล้วเหตุผลเพราะถ้าไม่อยากถูกเปรียบเทียบกับที่เดิม

    ผมรู้สึกประทับใจศิลปิน Noname ที่ยืนขายงานตัวเองมากกว่า ศิลปินที่เริ่มดังแล้วให้ Staff มาขายให้
    พอยอมรับได้ว่ามันเป็นธุรกิจ แต่ก็อยากให้ความรู้สึกเดิมๆมันมีอยู่ในทุกๆปี

  7. ไปมาทุกปีเช่นกันครับ

    โดยรวมปีนี้ผมก็โอเคนะครับ

    เพราะบ้านใกล้ด้วยมั๊ง หะหะ

    ตรงส่วนศิลปะ ก็ทำได้น่าสนใจดี

    ปีนี้ก็ซื้อแผ่นน้อยลง พอสมควร

    สงสัยเริ่มแก่ตัว :D

  8. ไปมาทุกปีเช่นกันครับ

    โดยรวมปีนี้ผมก็โอเคนะครับ

    เพราะบ้านใกล้ด้วยมั๊ง หะหะ

    ตรงส่วนศิลปะ ก็ทำได้น่าสนใจดี

    ปีนี้ก็ซื้อแผ่นน้อยลง พอสมควร

    สงสัยเริ่มแก่ตัว :D

คุณน่าจะชอบบทความนี้
Close
Back to top button