รีวิวซีรีส์ As You Stood By ฆ่าไม่เงียบ | เมื่อเธอช่วยเพื่อนฆ่าสามี
ใครมันจะเข้าใจความรู้สึกของตัวละครในเรื่องนี้ได้เท่ากับคนที่เติบโตมากับมัน แต่ถ้าไม่มีหนังหรือซีรีส์ที่พูดถึงมันบ่อย ๆ คนในสังคมก็คงจะตระหนักถึงมันน้อยกว่านี้แน่ๆ ความรุนแรงในครอบครัว ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องในครอบครัวอีกต่อไป วันนี้ เราขอหยิบซีรีส์เกาหลีเรื่อง ‘As You Stood By‘ หรือชื่อไทย ‘ฆ่าไม่เงียบ’ มาเขียนถึงกันครับ
คิดเห็นเช่นไรกับซีรีส์เกาหลีสะท้อนสังคมเรื่องนี้?
ซีรีส์เกาหลีที่นำนิยายญี่ปุ่นมาดัดแปลงใหม่ เรื่องราวของสองสาวที่เผชิญกับเหตุความรุนแรงในครอบครัว และตัดสินใจกระทำการฆาตกรรมสามี แต่เรื่องมันไม่ได้จบแค่นั้น เมื่อการฆ่าไม่ใช่การจบเรื่อง แต่เป็นแค่การเริ่มต้นของความวุ่นวายและอาชญากรรมซ้ำสองตามมา บทที่เริ่มต้นด้วยการสะท้อนถึงความรุนแรงที่ไม่ใช่แค่เรื่องของคนในครอบครัว ขยายไปสู่การไล่ล่า ดิ้นรน หลบหนี เมื่อตัวละครเลือกเดินออกนอกเส้นทาง
อาจดูอึดอัดไปบ้างใน 2 ตอนแรก แต่ก็เพื่อให้คนดูได้เห็นถึงแรงจูงใจของพวกเธอ ก่อนที่จะได้ลุ้นระทึกว่ามันจะจบจริง ๆ ยังไง
เรื่องย่อซีรีส์ ‘As You Stood By’
มันเป็นเรื่องของผู้หญิงสองคนที่เป็นเพื่อนเรียนมาตั้งแต่ยังเด็ก หนึ่งคือ โจฮีซู (Lee Yoo Mi จากซีรีส์ ‘Mr. Plankton’ และ ‘Strong Girl Nam-Soon’) หญิงสาวที่เขียนหนังสือและวาดรูปเก่ง แต่งงานแล้วกับโนจินพโย (Jang Seung Jo จากซีรีส์ ‘The Frog’) สามีผู้เป็นผู้ช่วยผู้จัดการผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการลงทุน แต่เขากลับเป็นสามีที่ใช้ความรุนแรงอย่างต่อเนื่องกับภรรยาของตน
ส่วน โจอึนซู (Jeon So Nee จากหนังเรื่อง ‘Soulmate’ และซีรีส์ ‘Melo Movie’) ตอนนี้ เธอเป็นผู้ช่วยผู้จัดการร้านขายนาฬิกาของห้างแห่งหนึ่ง เติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่พ่อทำร้ายแม่มาตลอด เธอพบว่านาฬิกาเรือนลิมิเต็ดหายไปและออกตามหาผู้ชายคนนั้น จนได้พบกับ จินโซแบ็ก หรือเถ้าแก่จิน (Lee Mu Saeng จากซีรีส์ ‘Genie, Make a Wish’) เจ้าของบริษัทการค้าจินกังผู้ไม่เคยทำการค้าขาดทุน เขามองเห็นบางสิ่งในตัวเธอที่ถูกเก็บกดเอาไว้ข้างใน
หลังอึนซูมองเห็นบาดแผลและความเจ็บช้ำที่แสดงออกมาจากแววตาของฮีซู เธอตัดสินใจระงับความรุนแรงครั้งนี้ด้วยการลงมือฆ่าโนจินพโยเสีย
รีวิวซีรีส์ ‘ฆ่าไม่เงียบ’
ซีรีส์เน็ตฟลิกซ์จำนวน 8 ตอนที่สร้างขึ้นจากนิยายเรื่อง ‘Naomi to Kanako’ ของ Hideo Okuda นักเขียนชาวญี่ปุ่น มันเคยเป็นซีรีส์ญี่ปุ่นมาแล้วครั้งหนึ่ง และครั้งนี้เป็นเวอร์ชันเกาหลีใต้
จุดเริ่มต้นของเรื่องราว สะท้อนถึงปัญหาสังคม ความรุนแรงในครอบครัว
เรื่องราวของมันเล่าถึงชีวิตของสองเพื่อนสาวที่คบกันมาแต่สมัยเรียน คนหนึ่งถูกสามีทำร้ายร่างกายเป็นประจำ แต่ก็มักจะซื้อข้าวของเครื่องประดับให้ทุกครั้งจนเต็มบ้าน กับอีกคนที่เติบโตมาในครอบครัวที่พ่อทำร้ายแม่ตลอดมา คนหนึ่งยอมแล้วยอมอีกเพื่อให้ได้รับความรัก อีกคนครองตัวเป็นโสด เอาแต่ฝึกยิวยิตสูเรียนรู้ทักษะการต่อสู้กับผู้ชาย
บทชี้ให้เห็นพฤติกรรมเลวร้ายของมนุษย์เพศชายบางคนที่กระทำรุนแรงต่อเพศหญิง บางคนร่ำรวย มีหน้ามีตาในสังคม แต่เบื้องหลังซ้อมภรรยา กักขังเธอไว้ราวกับลิงในสวนสัตว์ ข้าวของเครื่องประดับ แม้ได้รับมาเท่าไหร่ แต่ก็ดูไร้ความหมายเมื่อมองเห็นแต่รอยฟกช้ำบนร่างกายตนเอง บางคนรับบทพ่อ แต่ทำร้ายแม่ให้ลูกเห็นทุกวี่วัน แม่ก็ทนเหลือเกิน บอกว่าไม่มีอะไรแค่ล้ม ตอนเป็นเด็กก็จำใจต้องยอมโกหกไปเพราะอยู่ในภาวะที่ไร้อำนาจต่อรอง
สิ่งเหล่านี้เกิดและมีอยู่ในสังคม ไม่ว่าจะเป็นในญี่ปุ่นที่นักเขียนอาศัยอยู่ ในเกาหลีใต้ที่ผู้กำกับบอกเล่าเรื่องราว หรือแม้แต่ในไทยที่เราใช้ชีวิตอยู่ รวมทั้งบางคนไม่แค่ได้เจอ แต่ประสบมันด้วยตนเอง
คุณกำลังออกนอกเส้นทาง จึงสร้างปัญหาใหญ่ตามมา
ในขณะที่โจฮีซู คือเพื่อนสาวที่ยังวนอยู่ในวงจรอันเลวร้าย แต่โซอึนซูผู้เรียนรู้มองเห็นจากแม่ที่ยอมให้พ่อทำร้ายมาตลอด แม้แต่เธอเองในวัยเด็กก็เลือกจะโกหกและไม่ทำอะไร เมื่อเธอได้พบว่าคุณนายที่เจอสามีข่มเหงทั้งใจและกายแต่กลับเลือกจบชีวิตตัวเองแทน ทุกอย่างที่เธอได้รับมา แรงขับภายในนั้นส่งผลต่อทางเลือกที่เธอจะไม่ยอมให้มันเกิดอีก
เมื่อได้เจอกับจางกัง ชายที่เข้าเมืองผิดกฎหมายมาทำงานให้กับเถ้าแก่จิน เขามีหน้าตาเหมือนกับสามีของเพื่อนอย่างมาก เลยเกิดไอเดียที่จะทำให้เขาหายไปจากโลก
แต่นั่นมันเป็นแค่จุดเริ่มต้นของปัญหา การฆ่าถูกมองว่าเป็น “การออกนอกเส้นทาง” เป็นความจริงที่มันกลับสร้างปัญหาใหม่ตามมา
เพราะโนจินพโย สามีของโจฮีซู ไม่ได้ตัวคนเดียว และโลกนี้มีกฎหมายบ้านเมือง การฆ่าคนถือเป็นอาชญากรรมและเป็นการทำผิดกฎหมาย บทจึงพาให้ โนจินยอง (Lee Ho Jung จากซีรีส์ ‘Nevertheless’) น้องสาวที่เป็นตำรวจของโนจินพโยให้เข้ามาเกี่ยวข้อง ตัวละครที่ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนจากเดิมที่ดูเหมือนจะพยายามปกปิดพฤติกรรมเลวร้ายของพี่ชายตนเอง มาเป็นสืบสาวความจริงเกี่ยวกับการตายของพี่ชาย
แต่ก็มีอีกแรงจูงใจ นั่นคือ ความต้องการเลื่อนขั้นตัวเองไปเป็นตำรวจภายในสำนักประธานาธิบดี เรื่องแบ็กกราวด์ทางครอบครัวเลยต้องขาวสะอาด เธอเลยต้องเก็บกวาดทุกสิ่งที่จะทำให้ประวัติด่างพร้อยไปให้หมด แม้จะต้องฆ่าใครเพิ่มอีกก็ตาม
นอกจากนี้ บทซีรีส์ยังใส่รายละเอียดเพิ่มตรงตัวละครแม่ของจินพโยและจินยอง เธอเป็นผู้บรรยายเรื่องสิทธิสตรี แต่กลับทำเป็นเพิกเฉยไม่ใส่ใจเมื่อรับรู้พฤติกรรมของลูกชาย
อีกตัวละครที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ อาจเรียกได้ว่าเป็นเพศชายคนเดียวในเรื่องที่ไร้พฤติกรรมเลวทรามต่อเพศหญิง เถ้าแก่จิน แม้จะมีภาพลักษณ์น่ากลัวหน่อย ๆ แต่ที่จริง เขาเป็นคนดีที่มีปมบางอย่างในใจ คอยช่วยเหลือชัพพอร์ตสองสาว อันที่จริง ไอเดียการฆ่าสามีฮีซูก็เกิดมาจากคำพูดจากปากของเขานั่นแหละ เลยอาจคิดว่าตนเองก็มีส่วนต้องรับผิดชอบด้วย
ความรู้สึกที่ได้จากการรับชมซีรีส์ ‘ฆ่าไม่เงียบ’
สองตอนแรกจะแยกเล่าชีวิตของเพื่อนสาวทีละคน เป็นช่วงเวลาเดียวกัน จึงจะมีบางช็อตในตอนที่สองที่คอยตอบคำถามถึงเหตุการณ์ในตอนที่หนึ่ง ก่อนจะปิดจบด้วยการตกลงปลงใจว่าจะฆ่าสามีของฮีซู สองตอนแรกจึงอาจจะอึดอัด ๆ หน่อย ก่อนจะเริ่มปลดปล่อยความระทึกและตื่นเต้นมากขึ้นในช่วงถัด ๆ มา
อันที่จริง บทของซีรีส์ก็ชวนให้เห็นถึงความรู้สึกของฮีซู แม้สามีจะตายไปแล้ว แต่เธอก็ยังคงหลอนเห็นรอยเลือดของเขาอยู่ตลอด ขนาดเช็ดแล้วเช็ดอีกก็ยังมองเห็นอยู่ อาจเป็นอาการของคนรู้สึกผิดหลังฆ่าคน แต่อีกด้านหนึ่ง เธอก็ได้รู้สึกถึงความสุข สงบ ผ่อนคลาย เป็นตัวของตัวเองจริง ๆ ซะที แต่แค่มันอาจจะอยู่ได้ไม่นาน การดิ้นรนครั้งใหม่จะเริ่มขึ้น
อย่างที่รู้กัน การหาทางออกด้วยการฆ่าคนนั้นไม่ใช่เรื่องถูก แม้ว่าการกระทำของคนคนนั้นมันจะควรค่าสาสมกันก็ตาม สุดท้าย คนที่ฆ่าก็ต้องได้รับผลของมัน การฆ่าจึงอาจไม่ใช่คำตอบของปัญหานี้
“ถึงจะอยู่อย่างหลบซ่อนได้ แต่ก็หลุดพ้นจากความทรงจำนั้นไม่ได้”
แน่นอนว่า มันต้องเป็นเรื่องที่กระทบจิตใจของคนทั่วไปที่พบเจอข่าวการใช้ความรุนแรงในครอบครัวมาตลอดอยู่แล้ว แต่มันคงจะกระทบใจมากที่สุด กับผู้คนที่เผชิญหน้ากับมันจริงๆ
คนที่อยู่วงนอกก็อาจจะมองเข้ามาแล้วคิดแค่ว่า ก็แค่เดินออกมาเท่านั้นเอง แต่สำหรับคนใน การจะออกมามันไม่ง่ายขนาดนั้น มันต้องผ่านวันเวลาแห่งความเจ็บปวดที่มากกพอจนถึงวันที่ทนไม่ไหว เขาจะรู้สึกอยากออกเอง เพียงแต่ในเรื่องนี้ แทนที่จะใช้วิธีอื่น พวกเขาตัดสินใจจะก่อฆาตกรรมเพื่อจบเรื่อง ทว่า มันกลับไม่จบอย่างที่คิด
จุดเริ่มต้นของมันคือ การสะท้อนถึงความรุนแรงในครอบครัว แต่เรื่องราวต่อมา มันคือผลพวงของฆาตกรรม อาจมีบางตัวละครที่พาเรื่องให้พลิกผันหักมุม แม้แต่เราเองยังคาดไม่ถึงเพราะตัวละครตัวนี้ทำตัวแนบเนียนมาตลอด เวลาที่เหลือกลายเป็นการฟาดฟันกันระหว่างสามตัวละครหญิง โดยมีหนึ่งตัวละครชายคนคอยช่วยเหลือ
ดูจบแล้วก็ได้แต่คาดหวัง ให้คนที่ก่อความรุนแรงในครอบครัวได้ตระหนักและเปลี่ยนแปลงตัวเองกันสักที อย่าบอกเลยว่า มันทำไม่ได้หรอก ถ้าตั้งใจจริง มันทำได้อยู่แล้ว พูดตรงๆ เลย
รายละเอียดเกี่ยวกับซีรีส์
| ชื่อซีรีส์ | As You Stood By / ฆ่าไม่เงียบ / 당신이 죽였다 |
| ผู้กำกับ | Lee Jung Lim |
| ผู้เขียนบท | Hideo Okuda (novel) |
| นักแสดง | Jeon So Nee, Lee Yoo Mi, Jang Seung Jo, Lee Mu Saeng |
| แนว/ประเภท | ดราม่า, อาชญากรรม, ระทึกขวัญ |
| จำนวนตอน | 1 ซีซัน: 8 ตอน |
| ช่องทางรับชม | Netflix |
| เริ่มออกอากาศ | 7 พฤศจิกายน 2025 |
| ผู้ผลิต/เจ้าของลิขสิทธิ์ | Ghost Studio, MIZIFILM, Studio S, Netflix |
คะแนนรีวิวซีรีส์ ฆ่าไม่เงียบ
พล็อตและบท - 7.8
การดำเนินเรื่อง - 7.8
การแสดง - 8.1
เพลงและดนตรีประกอบ - 7.8
งานถ่ายภาพ โปรดักชั่นและเทคนิคพิเศษ - 7.8
7.9
As You Stood By
ซีรีส์เกาหลีที่นำนิยายญี่ปุ่นมาดัดแปลงใหม่ เรื่องราวของสองสาวที่เผชิญกับเหตุความรุนแรงในครอบครัว และตัดสินใจกระทำการฆาตกรรมสามี แต่เรื่องมันไม่ได้จบแค่นั้น เมื่อการฆ่าไม่ใช่การจบเรื่อง แต่เป็นแค่การเริ่มต้นของความวุ่นวายและอาชญากรรมซ้ำสองตามมา บทที่เริ่มต้นด้วยการสะท้อนถึงความรุนแรงที่ไม่ใช่แค่เรื่องของคนในครอบครัว ขยายไปสู่การไล่ล่า ดิ้นรน หลบหนี เมื่อตัวละครเลือกเดินออกนอกเส้นทาง อาจดูอึดอัดไปบ้างใน 2 ตอนแรก แต่ก็เพื่อให้คนดูได้เห็นถึงแรงจูงใจของพวกเธอ ก่อนที่จะได้ลุ้นระทึกว่ามันจะจบจริง ๆ ยังไง














