รีวิวซีรีส์ Can This Love Be Translated? ยากชะมัด รักภาษาอะไร | ติดเชื้อยัยซอมบี้ซะแล้ว!
อาชีพล่ามอาจจะเป็นอะไรที่ไม่ค่อยถูกบอกเล่าเป็นแกนหลังในหนังหรือซีรีส์สักเท่าไหร่ พอมีอะไรแบบนี้มันเลยดูโดดเด่นขึ้นมาในใจเรา นี่คือซีรีส์เกาหลีทางเน็ตฟลิกซ์ที่สตรีมทีเดียวทั้ง 12 ตอน ‘Can This Love Be Translated?’ หรือชื่อไทย ‘ยากชะมัด รักภาษาอะไร’ ที่บอกเล่าความสัมพันธ์ของดาราดังกับคุณล่ามที่ได้นักแสดงนำคนดังที่มีเคมีเข้ากันอย่าง คิมซอนโฮ และ โกยุนจอง ทำให้มันขึ้นอันดับหนึ่งในไทยได้ตั้งแต่วันแรกที่เข้าฉาย

Source|Netflix
คิดเห็นเช่นไรกับซีรีส์เรื่องนี้?
มันคือรอมคอมที่บอกเล่าเรื่องราวของชายหนุ่มผู้เป็นล่ามให้กับรายการโรแมนติกทริปที่มีสองดาราจากคนละประเทศมาเที่ยวด้วยกัน แต่เขาคือคนพิเศษของดาราสาวเพราะสองคนเคยเจอกันที่ญี่ปุ่น ซีรีส์ที่มีคิสซีนของคิมซอนโฮและโกยุนจองมากเป็นพิเศษ เน็ตฟลิกซ์ลงฉายรวดเดียวทั้ง 12 ตอน ไม่ต้องนอนดูต่อยาวๆ กันไปเลย
เรื่องนี้โดดเด่นหลายอย่าง ทั้งเคมีคู่พระนางที่พาฟินไม่หยุด การแสดงของยุนจองที่เล่นเป็นสองบุคลิกและเธอทำได้ดี พาท่องเที่ยวญี่ปุ่น แคนาดา อิตาลี และเกาหลีใต้ ทิวทัศน์และบ้านเมืองที่งดงามจนอยากตามรอย แล้วก็ยังมีเพลงประกอบที่เพราะมากมายเต็มเรื่องอีกด้วย
เรื่องย่อซีรีส์ ‘Can This Love Be Translated?’
ชามูฮี (Go Youn Jung จากซีรีส์ ‘Resident Playbook’) ดาราสาวสวยผู้มีบุคลิกมั่นใจที่เคยอับโชคไม่ประสบความสำเร็จ แต่ต่อมากลายเป็นดาราดังหลังประสบอุบัติเหตุขณะถ่ายทำหนังสยองขวัญ ‘หญิงสาวผู้ไร้เสียง’ จากคนฟอลไอจีหมื่นคนเด้งกลายเป็นสิบล้าน แต่เธอก็ยังไม่เก่งภาษาต่างชาติเหมือนเดิมในวันที่รับงานรายการเรียลิตี้เที่ยวแคนาดาและอิตาลีกับหนุ่มญี่ปุ่น
มูฮีตอนยังไม่ดังเคยได้พบกับ จูโฮจิน (Kim Sun Ho จากซีรีส์ ‘Hometown Cha-Cha-Cha’) คุณล่ามผู้ใจดีที่ญี่ปุ่น การพบกันเพียงครั้งเดียวสร้างแรงกระเพื่อมให้หลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นตามมา เธอได้เจอกับคุณล่ามอีกครั้งในวันที่เธอกลายเป็นคนดังแล้ว
โฮจินรับงานเป็นล่ามในรายการเรียลิตี้ที่ทำให้เขาได้พบกับชามูฮีอีกครั้ง แถมยังได้เจอกับ คุโรซาวะ ฮิโระ (Sota Fukushi จากหนังเรื่อง ‘The Travelling Cat Chronicles’) เจ้าชายที่สุดแสนโรแมนติกจากญี่ปุ่นที่ร่วมทริปกับมูฮี แต่ก็ต้องมาเจอ ชินจีซอน (Lee E Dam จากซีรีส์ ‘Daily Dose of Sunshine’) คุณพีดีที่เกิดวันที่ 8 เมษา คนที่เขาแอบรักมาตลอดเช่นกัน
แต่หลังฟื้นจากอุบัติเหตุ ชามูฮีก็มองเห็น “โดรามี” ตัวละครที่เธอเล่นในหนังอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งสิ่งนี้จะส่งผลต่อความสัมพันธ์ของคู่พระนางอย่างเห็นได้ชัด
รีวิวซีรีส์ ‘ยากชะมัด รักภาษาอะไร’
มันเป็นซีรีส์ที่ฉายรวดเดียวในเน็ตฟลิกซ์ แถมตัวละครนำก็เป็นนักแสดงที่เป็นขวัญใจของผู้ชมซะด้วย ใครๆ ต่างก็คาดหวังว่ามันจะออกมาปังแน่ๆ เช่นเดียวกับผมที่ดูตัวอย่างแล้วรู้สึกพล็อตของมันก็น่าสนใจอยู่นะ
พล็อตรอมคอมที่น่าสนใจ
บทที่เขียนให้พระเอกเป็นล่าม เข้าใจหลายภาษา ประกอบอาชีพแปลคำพูดให้คนเข้าใจ แต่ต้องมาทำความเข้าใจกับภาษาของนางเอกที่เป็นดาราโนเนมประสบอุบัติเหตุและตื่นมาพบว่าตัวเองโด่งดังจากหนังเรื่องล่าสุด ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไม่คาดฝัน ทั้งต้องรับมือกับอีกหนึ่งตัวตนที่โผล่มาในรูปของตัวละครที่เธอเล่น พระนางเจอกันครั้งแรกที่ญี่ปุ่น เดินทางไปทำงานประสานกันในแคนาดาและอิตาลี การโอบกอดอันอบอุ่นเพียงครั้งเดียวกลายเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง
เรื่องราวมันคงดำเนินไปไม่ได้ถ้าไร้ซึ่งอุปสรรคที่กั้นขวางไว้ ไหนจะดาราหนุ่มญี่ปุ่นที่ไม่ชอบหน้าเธอในทีแรกแต่ก็กลับหลงไหลเธอในเวลาต่อมา ไหนจะความรู้สึกของพระเอกที่ยังมีหญิงคนเก่าค้างอยู่ในใจ ทว่าอุปสรรคที่สำคัญกลับเป็นอดีตอันเลวร้ายที่ฉุดรั้งเธอไว้เรื่อยมา
เรื่องราวที่บอกเล่าการตกหลุมรักกันของคู่พระนางแม้จะได้เจอกันเพียงครั้งเดียวนี้ พาบุคลิกนางเอกก็ดูออกจะโก๊ะๆ แต่ก็มั่นอยู่ไม่น้อย ซึ่งปรากฏว่าเข้ากันดีกับหน้าสวยๆ ของ โกยุนจอง เรามักจะได้ยินคำพูดอย่าง “เชี่ยเอ๊ย” หรือ “หงุดหงิดว่ะ” ในช่วงแรก ขณะที่ คิมซอนโฮ ได้บทของคุณล่ามใจอารีแสนอบอุ่น อันเป็นหนึ่งในบุคลิกในฝันของบรรดาสาวๆ
แต่มันก็ไม่ได้มีแค่เรื่องราวสามเส้าของ 1 หญิงสองชายเท่านั้น เพราะมันยังมีคู่รองอย่าง คิมยงอู (Choi Woo Sung จากซีรีส์ ‘Chief Detective 1958’) ผู้จัดการส่วนตัวของชามูฮี กับพีดีชินจีซอน โปรดิวเซอร์รายการโรแมนติกทริป ที่ก็สร้างสีสันให้กับเรื่องนี้ได้ไม่น้อยเช่นกัน
แม้แต่นักแปลภาษา ก็ยังมีภาษาที่ไม่เข้าใจ
สำหรับจูโฮจิน แม้เขาจะเชี่ยวชาญหลายภาษา มีความสามารถในการแปล มีงานแปลเข้ามามากมาย เติบโตในอเมริกา เดินทางไปทั่วโลก แต่กลับไม่เข้าใจภาษาของชามูฮี
หลังจากมูฮีประสบอุบัติเหตุ เธอสลบไปนานหกเดือน ก่อนจะฟื้นขึ้นมา แม้จะกลายเป็นคนโด่งดังไปทั่วโลกจากหนังที่เธอเล่นเป็น “โดรามี” ยัยซอมบี้ที่ภาพลักษณ์แตกต่างจากตัวจริงมากมาย แต่มีสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นกับเธอ นั่นคือภาพและเสียงของโดรามีที่โผล่ขึ้นบ่อยครั้ง จนตัวมูฮีเริ่มเข้าใจว่านั่นเป็นเหมือนคอมเมนต์ด้านแย่ๆ ของตนเอง ทำให้คนอื่นอาจมองเธอเป็นคนบ้าหรือไม่อยู่กับร่องกับรอย
โฮจินอยู่ท่ามกลางความอลหม่านในใจ เขายังหลงรักพีดีชินอยู่หรือเปล่า หรือตอนนี้เทใจให้มูฮีไปแล้ว

Source|Reddit
แต่ในที่สุด เขาก็เอาตัวเองไปรู้จักกับอดีตที่ไม่น่าจดจำของมูฮี สาเหตุหลักที่ทำให้เธอมองว่าตัวเองไม่ดีพอจะรับความรักจากใคร และเอาแต่ผลักไสคนพวกนั้นออกไป เหมือนซีรีส์เรื่องนี้ตั้งใจจะปลอบประโลมคนที่มีชีวิตวัยเด็กที่ยากลำบากให้ก้าวข้ามเพื่อใช้ชีวิตต่อ
ทัศนียภาพโดนตา เคมีโดนใจ
ซีรีส์เรื่องนี้ แม้ภาพหลักจะเป็นโรแมนติกคอมเมดี้ แต่ก็มีมุมดราม่าเข้ามาเสริมให้เรื่องราวมันหนักแน่นขึ้น หากก็รู้สึกถึงบทสนทนาที่ชวนคิ้วขมวดไม่เข้าใจภาษาของผู้เขียนบท ทว่าเหตุที่ทำให้เราติดตามมันจนจบทั้ง 12 ตอนนั้นก็มีอยู่หลายประการด้วยกัน ไล่เรียงกันไปเลยนะครับ
หนึ่งคือ มันเป็นซีรีส์ที่เล่าเรื่องการท่องเที่ยว พระเอกเป็นล่ามและไปโน่นมานี่เป็นประจำ นางเอกเป็นดาราดังที่ได้งานเรียลิตี้ท่องเที่ยวกับหนุ่มญี่ปุ่น ซีรีส์เลยพาคนดูไปเที่ยวทั้งญี่ปุ่น แคนาดา อิตาลี แล้วก็กลับมาเกาหลีใต้ เราเลยได้เห็นวิวสวยๆ เมืองงามๆ จนอยากจะลองไปดูสักครั้ง (ถ้ามีตังค์พอ)
สองก็คือ เคมีสองคู่พระนางที่ดีมากมาย ไม่น่าเชื่อว่า คิมซอนโฮ และ โกยุนจอง จะเข้ากันได้ดีขนาดนี้ ความหวาน อบอุ่น ละมุน ต่างๆ นานา พาคนดูฟินตามไป มีสาวๆ มากมายที่ชื่นชอบในซอนโฮ ขณะเดียวกันหนุ่มๆ ก็คงล่องลอยยามได้มองหน้าของยุนจอง งานนี้ต่อให้บทดูหย่อนย้วยบางจุด แต่พวกเขาก็ไม่หยุดเทกลางทางอย่างแน่นอน
แถมยังมีคิสซีนกระจายอีกต่างหากนะครับทุกคน
สามคือ การแสดงของโกยุนจอง ที่ต้องเรียกว่าโดดเด่นเพราะเรื่องนี้เธอเล่นเป็นสองบุคลิก และเธอเล่นให้เราเห็นความแตกต่างที่ชัดเจน คนดูจะรู้เลยว่าตอนนี้เธอเป็นใครอยู่ เป็นซามูฮี หรือเป็นโดรามี ส่วนช็อตไหนที่เธอร้องไห้มีน้ำตา ก็พาคนดูสะเทือนใจตามไปด้วยเสมอ มองเห็นได้ถึงพัฒนาการด้านแสดงของยุนจองได้ชัดเจน
สี่ เล่นกับคำว่า “การแปลภาษา” นอกจากความอารมณ์ดีที่พาคนดูขำไประหว่างดูแล้ว บทมันก็ยังเล่นกับเรื่องภาษาในหลายแง่มุม นอกจากมุมโต้งอย่างการที่พระเอกแปลเกาหลีเป็นญี่ปุ่น ญี่ปุ่นเป็นเกาหลีให้กับมูฮีและฮิโระแล้ว มันก็ยังพูดถึงว่าทุกคนมีภาษาของตัวเองและเราต้องพยายามเข้าใจภาษาของคนอื่น แล้วมันก็ยังเล่าว่ามูฮีเองก็กลายเป็นล่ามให้แม่กับลูกได้สานสัมพันธ์กันอีกครั้งด้วย
ห้าก็คือ เพลงประกอบเพราะๆ เยอะมากมาย มันเต็มไปด้วยเพลงประกอบที่เวียนสลับกันมาเป็นระยะตลอดเรื่องราว ครึ่งหนึ่งเป็นเพลงใหม่ภาษาเกาหลี และอีกครึ่งเป็นเพลงภาษาอังกฤษที่ถูกเลือกเฟ้นมาเพื่อให้เข้ากับมูดโทนและเรื่องราว
แม้คุณล่ามจะเก่งหลายภาษาจนได้ฉายาว่า “พาพาโก” (แอปแปลภาษาชื่อดังของเกาหลี) แต่ก็ต้องเวลาประมาณนึงเลยทีเดียวกว่าจะเข้าใจภาษาของชามูฮี ใช่แล้ว ทุกคนต่างก็มีภาษาของตัวเอง มีบุคลิก ความทรงจำ บาดแผลในใจที่เป็นของตัวเอง การที่ใครสักคนหนึ่งจะเข้าใจและยอมรับในความเป็นเรา อาจหมายถึงการเปิดใจให้ใครคนหนึ่งเข้ามาทำความรู้สึกกับตัวตนจริงๆ ของเรา หากเขายอมรับมันได้ เขาก็จะรักเราที่เป็นเรา ไม่กังขากับสิ่งที่เราเป็นอีก
แถมจะกลายเป็นกำลังใจหลักที่สำคัญ ในอันที่จะพาเราก้าวไปพร้อมกันด้วยนะ
รายละเอียดเกี่ยวกับซีรีส์
| ชื่อซีรีส์ | Can This Love Be Translated? / ยากชะมัด รักภาษาอะไร / 이 사랑 통역 되나요? |
| ผู้กำกับ | Yoo Young Eun (ผู้กำกับซีรีส์ ‘Bloody Heart’) |
| ผู้เขียนบท | Hong Jung Eun, Hong Mi Ran |
| นักแสดง | Kim Sun Ho, Go Youn Jung, Sota Fukushi, Lee E Dam, Choi Woo Sung |
| แนว/ประเภท | โรแมนติก, คอเมดี้ |
| จำนวนตอน | 1 ซีซัน: 12 ตอน |
| ช่องทางรับชม | Netflix |
| เริ่มออกอากาศ | 16 มกราคม 2026 |
| ผู้ผลิต/เจ้าของลิขสิทธิ์ | Imaginus, Triii Studio, Netflix |
คะแนนรีวิวซีรีส์ ยากชะมัด รักภาษาอะไร
พล็อตและบท - 7
การแสดง - 8.5
การดำเนินเรื่อง - 7.5
งานถ่ายภาพ โปรดักชั่นและเทคนิคพิเศษ - 9
เพลงและดนตรีประกอบ - 8
8
Can This Love Be Translated?
มันคือรอมคอมที่บอกเล่าเรื่องราวของชายหนุ่มผู้เป็นล่ามให้กับรายการโรแมนติกทริปที่มีสองดาราจากคนละประเทศมาเที่ยวด้วยกัน แต่เขาคือคนพิเศษของดาราสาวเพราะสองคนเคยเจอกันที่ญี่ปุ่น ซีรีส์ที่มีคิสซีนของคิมซอนโฮและโกยุนจองมากเป็นพิเศษ เน็ตฟลิกซ์ลงฉายรวดเดียวทั้ง 12 ตอน ไม่ต้องนอนดูต่อยาวๆ กันไปเลย เรื่องนี้โดดเด่นหลายอย่าง ทั้งเคมีคู่พระนางที่พาฟินไม่หยุด การแสดงของยุนจองที่เล่นเป็นสองบุคลิกและเธอทำได้ดี พาท่องเที่ยวญี่ปุ่น แคนาดา อิตาลี และเกาหลีใต้ ทิวทัศน์และบ้านเมืองที่งดงามจนอยากตามรอย แล้วก็ยังมีเพลงประกอบที่เพราะมากมายเต็มเรื่องอีกด้วย











