รีวิวหนัง The Fantastic Four: First Steps | ทีมพลังคอสมิกสุดวินเทจ
เมื่อ 4 เดือนก่อน ภาพยนตร์แนวซูเปอร์ฮีโร่เรื่องนี้เข้าฉายในเมืองไทย ‘The Fantastic Four: First Steps’ หรือ ‘เดอะ แฟนแทสติก โฟร์: จุดเริ่มต้นปฐมบทใหม่‘ 4 เดือนถัดมา ภาพยนตร์เรื่องเดียวกันก็กลับมาฉายอีกครั้งในระบบสตรีมมิ่ง ทางแพลตฟอร์มชื่อ ดิสนีย์พลัส เรื่องราว 4 มนุษย์ผู้เป็นเครือญาติกัน ได้รับพลังคอสติกและมีพลังวิเศษ และมันเป็นเรื่องราวใน 4 ปีถัดมาหลังพวกเขาได้รับพลังเหล่านั้น
คิดเห็นเช่นไรกับหนังแฟนแทสติกโฟร์ เวอร์ชันนี้?
ทีม 4 คนกลายพันธุ์กลับมาอีกครั้ง แต่หนนี้ใส่ไอเดียความวินเทจเข้าไปแต่ใส่ความทันสมัยให้ดูขัดแย้งกัน แคสต์นักแสดงกลุ่มใหม่ที่โดนใจมหาชน ขีดเขียนบทให้แต่ละตัวต่างมีบางสิ่งในใจ ก่อนพาตัวร้ายจอมเขมือบดวงดาวพ่วงซิลเวอร์เซิร์ฟเฟอร์เพศหญิงมาเป็นอุปสรรค ครั้งนี้รี้ดกับซูกำลังจะมีสมาชิกใหม่ที่ต่างก็หวั่นใจในพลังของลูกตน แต่เมื่อจอมเขมือบยื่นข้อเสนอขอทารกแลกกับการละเว้นโลก แฟนแทสติกโฟร์เลยต้องคิดมากหน่อยว่าจะเลือกอย่างไหนดี
หนังมีช่วงให้ผู้คนลุ้นระทึกไปกับภารกิจพอตัวเลย แม้บางส่วนจะยังชวนรู้สึกกังขาอยู่หน่อย ๆ ก็เหอะ
เรื่องย่อหนัง ‘The Fantastic Four: First Steps’
เวลาผ่านไป 4 ปี หลังสี่นักบินฝ่าปราการขอบฟ้าออกไปสำรวจอวกาศและเผชิญกับพายุคอสมิคจนกลายพันธุ์ พวกเขากลับมาพร้อมพลังวิเศษ
ดร.รี้ด ริชาร์ด (Pedro Pascal จากซีรีส์ ‘The Last of Us’) ผู้มีพลังยืดร่างกายเหมือนยาง ซูซาน สตอร์ม (Vanessa Kirby จากหนังเรื่อง ‘Napoleon’) ภรรยาผู้พลังล่องหน จอห์นนี่ (Joseph Quinn จากหนังเรื่อง ‘Gladiator II’) หนุ่มหล่อน้องชายของภรรยาผู้มีไฟลุกท่วมเหาะเหินเดินอากาศได้ และเบน กริมม์ (Ebon Moss-Bachrach จากซีรีส์ ‘Andor’) ผู้กลายร่างเป็นหินและมีพละกำลังมากล้น ตอนนี้ พวกเขากลายเป็นทีมผู้พิทักษ์โลก และกำลังจะมีสมาชิกใหม่เมื่อซูตั้งท้อง ทั้งเป็นที่สงสัยกันว่า เด็กที่เกิดมาจะมีพลังวิเศษหรือเปล่า
แต่ในระหว่างที่ซูยังไม่ทันกำหนดคลอดลูก โลกก็ต้องเผชิญภัยร้าย เมื่อซิลเวอร์เซิร์ฟเฟอร์หญิง (Julia Garner จากซีรีส์ ‘Ozark’) มาเยือนดาวโลกพร้อมกับข่าวน่าหวาดหวั่น เธอบอก “ดาวของเจ้าถูกกำหนดให้ตาย” คำขู่ของเธอคือ กาแล็กตัส กำลังจะกลืนดาวโลกเหมือนเช่นที่เคยทำกับอีกหลายดาว
ครั้งนี้ ครอบครัวพลังวิเศษจะปกป้องโลกเอาไว้ได้อย่างไร?
รีวิวหนัง ‘เดอะ แฟนแทสติก โฟร์: จุดเริ่มต้นปฐมบทใหม่’
หลังพยายามแล้วพยายามอีก แต่ก็ดูเหมือนความพยายามจะไม่ผลิดอกออกผลงดงามอย่างใจหวัง การเริ่มต้นใหม่หนัง ‘Fantastic Four’ หนก่อนเลยล่มไม่เป็นท่า แต่มาร์เวลก็ไม่ถอดใจ นำกลับมาใหม่พร้อมกับคนและวิธีคิดแบบใหม่ ๆ (ซึ่งก็ไม่ใหม่มากนัก) โดยหวังว่ามันจะออกมาดีและไม่เป็นเหมือนอย่างที่แล้วมา ดูท่ามันจะเข้าทีอยู่เหมือนกันแฮะ
หนังภาคนี้ กำกับโดย Matt Shakman ผู้ที่เคยสร้างสรรค์ซีรีส์ ‘WandaVision’ ให้ออกมาประสบความสำเร็จ มีผู้คนชื่นชอบมากมาย ครั้งนี้ เขาก็นำไอเดียแบบนั้นมาปั้นแต่งแฟนทาสติกโฟร์ให้ พวกเขามีเรื่องราวในกาลอดีต สร้างภาพลักษณ์วินเทจสุดสะอาดตาให้บังเกิดขึ้น
แถมไม่ได้เริ่มต้นเล่าที่จุดกำเนิด หากใช้ช่วงเวลาที่ครอบครัวซูเปอร์ฮีโร่ทั้งสี่ได้ใช้ชีวิตมนุษย์จอมพลังมา 4 ปีจนอะไร ๆ เริ่มจะอยู่ตัว จนกำลังจะมีเจ้าตัวน้อย นอกจากนี้ ก็ยังมีเจ้า เฮอร์บี้ หุ่นเอไอรับใช้สุดทันสมัยแบบวินเทจมาเสริมทัพอีกด้วย
แบ็กกราวด์ของหนังคือการพาคนดูย้อนกลับไปในยุคเก่า แต่ทุกอย่างดูทันสมัย ฟังดูขัดแย้งดี แต่ไปดูในหนังเองแล้วจะเข้าใจสิ่งนี้ได้เอง งานภาพก็เน้นสีฟ้าเป็นหลัก โดยเฉพาะธีมชุดสูทของแฟนแทสติกโฟร์ไม่ว่าจะฟ้าอ่อนหรือฟ้าเข้มก็ตาม นอกจากนี้ ก็ยังบอกเล่าถึงชีวิตจิตใจของตัวละครซูเปอร์ฮีโร่ด้วยซึ่งทำให้คนดูเข้าถึงพวกเขามากขึ้น
รี้ดเป็นสามีของซู สองคนกำลังจะมีลูกของตัวเองแต่ก็ไม่มั่นใจว่าลูกจะมีพลังมากล้นจนควบคุมไม่ไหวหรือเปล่า เบนที่เป็นมนุษย์หินก็แอบหลงรักสาวที่แต่ไม่กล้าจะไปไกลเกินเพราะกลัวเธอรับไม่ได้ กับอีกคน หนุ่มที่ดันไปชอบสาวนักเซิร์ฟที่ตัวสีเงินซะงั้น
แต่ตัวร้ายของภาคนี้กลับเป็นจอมเขมือบดวงดาว ซึ่งเอาเข้าจริงก็ดูภูมิหลังก็ชวนประหลาดใจเล็กๆ แหละ ดั้งเดิมก็เป็นมนุษย์ธรรมดา แต่ขยายใหญ่โตแถมกินเก่งจนกลายเป็นยักษ์ไปได้ แถมยังต้องพึ่งพาซิลเวอร์เซิร์ฟเฟอร์ในการค้นหาดาวที่จะเขมือบให้อีกต่างหาก
ความจริงก็ตื่นเต้นน่าดูอยู่เหมือนกันนะ กับช่วงของการเผชิญหน้าระหว่างสี่จอมพลังกับจอมเขมือบเนี่ย ซีเควนซ์ยาวของการต่อสู้กับซิลเวอร์เซิร์ฟเฟอร์และฉีกหนีจากหลุมดำนี่เป็นอะไรที่ลุ้นดีไม่หยอกเลย แต่เราต่างก็รู้ว่า หนังมันยังไม่จบ อุปสรรคแรกผ่านไป ต้องมีอุปสรรคที่ใหญ่กว่าตามมา
อุปสรรคครั้งใหญ่กลายเป็นการต่อสู้กันทั้งภายในและภายนอกทีม เมื่อคำขาดที่จอมเขมือบต้องการเพื่อแลกกับการละเว้นดาวโลก คือ พวกเขาต้องให้แฟลงคลิน ทารกที่เพิ่งเกิดใหม่ผู้มีพลังไร้ขีดจำกัดที่จะหยุดยั้งความหิวกระหายของอสูรยักษ์ พวกเขาต้องทั้งทะเลาะกันเอง ไม่พอยังต้องเจอทั้งสื่อและมวลชนรุมค่อนแคะว่าเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตน ไม่สนใจจะเสียสละเพื่อคนทั้งโลก อันที่จริงก็เป็นไอเดียความขัดแย้งที่เข้าทีอยู่เหมือนกันนะ
Taglines: Prepare 4 launch.

Source|Marvel
ก่อนที่สุดท้าย พวกเขาทั้งสี่จะได้ข้อสรุปร่วมกัน แต่สิ่งที่ได้เห็นหลังนั้นก็คือไอเดียที่ชวนคนดูอย่างเราต้องกังขาว่ามันจะเป็นจริงไปได้มั้ย การเอาชนะหนนี้ ต้องพึ่งพาการร่วมแรงร่วมใจกันของคนทั้งโลก การประหยัดพลังงานเพื่อให้ปฏิบัติทำลายจอมเขมือบเป็นจริง แต่กรรมวิธีมันดูไม่น่าเชื่อไปหน่อยเท่านั้นเอง ก่อนที่ต่อมา จะเป็นฉากใหญ่ให้คนได้ลุ้นระทึกกันอีกคำรบ
หนังมีฉากแถมสองฉากด้วยกัน ฉากแรกตรงมิดเครดิตที่จะบอกใบ้ถึงตัวละครสำคัญตัวถัดไป ขณะที่ฉากปิดท้ายเครดิตเป็นการ์ตูน ซึ่งจะคุ้มคาการรอคอยหรือเปล่า อันนี้ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันแฮะ
รายละเอียดเกี่ยวกับหนัง
| ชื่อภาพยนตร์ | The Fantastic Four: First Steps / เดอะ แฟนแทสติก โฟร์: จุดเริ่มต้นปฐมบทใหม่ |
| กำกับ | Matt Shakman |
| เขียนบท | Josh Friedman, Eric Pearson, Jeff Kaplan, Ian Springer |
| แสดงนำ | Pedro Pascal, Vanessa Kirby, Ebon Moss-Bachrach, Joseph Quinn, Ralph Ineson, Julia Garner, Natasha Lyonne |
| แนว/ประเภท | แอ็คชัน, ผจญภัย, ไซไฟ |
| เรท | PG-13 |
| ความยาว | 155 นาที |
| ปี | 2025 |
| สัญชาติ | สหรัฐอเมริกา |
| เข้าฉายในไทย | 24 กรกฎาคม 2025 |
| ผลิต/จัดจำหน่าย | Marvel Studios, Pinewood Studios, New Zealand Film Commission, Québec Film & TV Production Tax Credit, 20th Century Studios |
คะแนนรีวิวหนัง เดอะ แฟนแทสติก โฟร์: จุดเริ่มต้นปฐมบทใหม่
พล็อตและบท - 7.2
การแสดง - 7
การดำเนินเรื่อง - 7.2
งานถ่ายภาพและเทคนิคพิเศษ - 7.8
เพลงและดนตรีประกอบ - 7
7.2
The Fantastic Four: First Steps
ทีม 4 คนกลายพันธุ์กลับมาอีกครั้ง แต่หนนี้ใส่ไอเดียความวินเทจเข้าไปแต่ใส่ความทันสมัยให้ดูขัดแย้งกัน แคสต์นักแสดงกลุ่มใหม่ที่โดนใจมหาชน ขีดเขียนบทให้แต่ละตัวต่างมีบางสิ่งในใจ ก่อนพาตัวร้ายจอมเขมือบดวงดาวพ่วงซิลเวอร์เซิร์ฟเฟอร์เพศหญิงมาเป็นอุปสรรค ครั้งนี้รี้ดกับซูกำลังจะมีสมาชิกใหม่ที่ต่างก็หวั่นใจในพลังของลูกตน แต่เมื่อจอมเขมือบยื่นข้อเสนอขอทารกแลกกับการละเว้นโลก แฟนแทสติกโฟร์เลยต้องคิดมากหน่อยว่าจะเลือกอย่างไหนดี หนังมีช่วงให้ผู้คนลุ้นระทึกไปกับภารกิจพอตัวเลย แม้บางส่วนจะยังชวนรู้สึกกังขาอยู่หน่อย ๆ ก็เหอะ












