รีวิวซีรีส์ East of Eden อีสต์ ออฟ อีเดน | เราเลือกได้ว่าจะเป็นอะไร
หลายๆ ซีรีส์เลยแหละครับที่เป็นซีรีส์ย้อนยุคของฝรั่งที่สร้างขึ้นมาจากนิยายชื่อดังในสมัยอดีต เรื่องราวของมัน แม้จะสะท้อนถึงความนึกคิด ค่านิยม และความเจ็บปวดของคนในช่วงเวลานั้น แต่ส่วนหนึ่งก็ต้องบอกว่า วิถีและการตัดสินใจของตัวละครก็เป็นไปตามแบบยุคนั้นๆ ด้วย เรื่องนี้ก็เช่นกัน ‘East of Eden’ หรือชื่อไทย ‘อีสต์ ออฟ อีเดน’ ที่ถูกหยิบมาเล่าไว้ในเน็ตฟลิกซ์
บทความนี้มีอะไรบ้าง?
คิดเห็นเช่นไรกับซีรีส์เรื่องนี้?
ซีรีส์ 7 ตอนที่ดัดแปลงมาจากนิยายเล่มดังในอดีต เรื่องราวของหลายชีวิตในช่วงปี 1900s ที่เล่าถึงคู่พี่น้องที่ต้องรับมือกับผู้เป็นพ่อ และเล่าถึงหญิงสาวที่มองว่าตนเองถูกสร้างมาเพื่อให้กลายเป็นคนเลวร้าย สุดท้ายเธอกลายเป็นแม่คนที่ทอดทิ้งลูกอย่างไม่ใยดี ใช้ชีวิตแหกขนบด้วยการเป็นโสเภณีและใช้ความชั่วร้ายตั้งตนขึ้นเป็นมาดาม มองไม่เห็นสวรรค์ที่จะผุดขึ้นตรงไหน มีแต่ความเศร้าโศกที่ก่อตัวขึ้นในทุกบ้าน
ฟลอเรนซ์ พิว เล่นได้สมบทบาทจนมองว่าเธอถ่ายทอดได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในเรื่องราวที่ถูกบอกเล่าแบบนิยายสมัยก่อน
เรื่องย่อซีรีส์ ‘East of Eden’
อดัม แทรสก์ (Christopher Abbott จากหนังเรื่อง ‘Poor Things’) และ ชาร์ลส์ แทรสก์ (Mike Faist จากหนังเรื่อง ‘Challengers’) พี่น้องต่างแม่ที่ถูกพ่อผู้เป็นวีรบุรุษสงครามกลางเมืองเลี้ยงพวกเขามาอย่างเข้มงวด อดัมที่จิตใจอ่อนโยน ฆ่าสัตว์ไม่ลง ซึ่งต่างจากชาร์ลส์ แต่หลังพ่อแม่จากไปแล้ว พวกเขาที่ห่างกันไปก็ได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง
วันหนึ่ง พวกเขาพบร่างโชกเลือดของ แคธี่ เอมส์ (Florence Pugh จากหนังเรื่อง ‘Thunderbolts*’) โผล่มาที่หน้าประตูบ้าน อดัมอาสาจะดูแลเธอให้ แม้ชาร์ลส์ดูไม่เต็มใจนัก ชาร์ลส์ดูแลเธออย่างดีจนฟื้นตัวขึ้นมา
แม้ชาร์ลส์จะเชื่อว่าตัวเองรู้ดีแคธี่ไม่น่าไว้ใจ จึงพยายามผลักไสเธอตลอดมา แต่อดัมก็จะทัดทานอยู่เสมอ ในที่สุด อดัมก็เสนอให้เธอแต่งงานกับเขา ก่อนที่ทั้งสองจะย้ายไปแคลิฟอร์เนีย แต่ความจริงแคที่มิได้เต็มใจ เมื่อคลอดลูกแฝดแล้วเธอก็หายจากบ้านไป ทิ้งให้อดัมต้องเศร้าสร้อยอยู่เพียงลำพัง
สิ่งที่น่าหวั่นใจได้เกิดขึ้นอีกครั้ง แคที่กลับไปทำงานเป็นอีตัวในหอนางโลมอีกครั้ง
รีวิวซีรีส์ ‘อีสต์ ออฟ อีเดน’
นี่คือผลงานการดัดแปลงจากนิยายชื่อดังของ จอห์น สไตน์เบ็ก (John Steinbeck) ที่ตีพิมพ์ไว้ในราวปี 1952 แน่นอนว่า ผมไม่เคยอ่าน เรื่องราวที่ถูกบอกเล่าจึงถือเป็นเรื่องใหม่แม้จะคุ้นๆ ชื่อนี้มาบ้างแล้วก็ตาม
อดีต และปัจจุบัน ของหลากหลายตัวละคร
ซีรีส์ที่เล่าเรื่องสลับกันไปมา อดีต ปัจจุบัน อดีต ปัจจุบัน ของตัวละครนั้นที ตัวละครนี้ แต่ไม่งงอะไรนะ พอมันเอามารวมกันแล้วก็เข้าใจตัวละครได้ดี เช่นมันเล่าถึง พี่น้องคนละแม่อย่าง อดัมและชาร์ลส์ที่ต่างบุคลิกกัน อดัมที่จิตใจอ่อนโยนกว่าแต่พ่อกลับเลือกให้ไปเป็นทหารม้า ทว่ากับชาร์ลส์ เขากลับให้อยู่ดูแลไร่ที่บ้าน อดัมที่ไม่รู้ว่าจะฆ่าแกงอินเดียนแดงไปทำไม ถึงขนาดสมัครเป็นทหารต่ออีก 5 ปีเพื่อตัดขาดจากพ่อของตนเอง แล้วหลังจากนั้น เขาก็ไม่ยอมกลับบ้าน จวบจนวันที่กลับมาก็พบว่าพ่อเพิ่งตายจากไป
ขณะที่ชาร์ลส์ต้องอยู่ดูแลไร่คนเดียว นอกจากไม่ได้ทำในสิ่งที่หวัง เขาก็ค่อยๆ สูญเสียไปทีละคน พี่ไปเป็นทหาร หลังสูญเสียแม่ไป พ่อก็มาตายไปอีก แต่ความรู้สึกของชาร์ลส์ก็เปลี่ยนไปตามเวลาเช่นกัน ความอิจฉาในตัวอดัมมันเปลี่ยนไปแล้ว และรอให้พี่ชายกลับบ้านอีกครั้ง ในบ้านหลังสีแดงจึงมีพี่น้องที่อาศัยอยู่ร่วมกัน พร้อมกับได้รับมรดกนับแสนดอลลาร์ พวกเขากลายเป็นคนรวยโดยไม่ทันตั้งตัว
มาถึงด้านของแคธี่บ้าง เธอมีพ่อที่มองว่าลูกคือทรัพย์สิน แถมมองว่าลูกสำส่อน สำหรับเรา หนังไม่ได้บอกแบบให้เห็นชัดๆ ว่าทำไม แต่แคธี่ที่โตมาในแมตซาชูเซตต์ เธอเป็นหญิงสาวที่มีความสวยเป็นอาวุธ บริหารเสน่ห์ของตัวเองได้อยู่ตลอด จนทำให้ครูเจมส์หลงรักเธอหัวปักหัวปำ ทำจนกระทั่งครูยิงตัวตาย ข้อมูลนี้ทำให้คนดูอย่างเราเริ่มหวั่นแทนทั้งอดัมและชาร์ลส์ที่ดันไปรับแคธี่วันเลือดโทรมกายมาดูแล
ใช่แล้ว เธอเป็นคนเผาบ้านตัวเอง ก่อนเดินจากมาด้วยรอยยิ้ม เพื่ออยู่รอด เธอเลือกจะเป็นโสเภณีที่โลเวล และความที่โกหกพกลมได้เก่งระดับพระเจ้า แถมไม่ใช่ผู้หญิงที่เดาทางง่าย แต่ตรงกันข้าม เธอเอาอยู่เสมอมา สวมได้ทุกบทบาทที่คาดไม่ถึง
พี่น้องสองรุ่นกับพ่อของตัวเอง
บทของซีรีส์ที่ยาว 7 ตอนนี้ ทำให้นายแพทรู้สึกได้ถึงคู่พี่น้องสองรุ่นที่อยู่ในยุคที่แตกต่างกัน แต่ก็เจอปัญหาเดียวกันคือการรับมือกับของตนเองในมุมที่เหมือนแต่ก็แตกต่างไป
อดัมกับชาร์ลส์มีพ่อเป็นอดีตทหารที่เข้มงวด เลือกจะให้ลูกเป็นในสิ่งที่เขาไม่ได้อยากเป็น เมื่อมาถึงวันที่ชาร์ลส์กลายเป็นพ่อคน เขามีลูกชายฝาแฝด เคเลบ และ แอรอน ที่ก็มีความแตกต่างกันมาก แม้จะเป็นฝาแฝด แต่ก็เกิดจากไข่คนละใบ ความน่าสงสัยเพิ่มมาก็คือ แคที่ ที่เป็นแม่ของพวกเขานั้น นอนกับทั้งอดัมและชาร์ลส์ ไม่แน่ ไข่ใบนึงที่ถูกผสมอาจจะเป็นของอดัม และอีกใบเป็นของชาร์ลส์ก็ได้ แต่ทั้งคู่เป็นลูกชายในความดูแลของอดัม
Tagline: You are what you choose.
หลังจากอดัมย้ายมาสร้างบ้านใหม่จากบ้านหลังเก่าในเมืองชื่อซาลินัส แคลิฟอร์เนีย ปี 1900 ลูกแฝดที่เกิดมาทั้งสองคนไม่เคยได้รู้จักหน้าของแม่เลยสักครั้ง พวกเขาเกิดมาพร้อมกับความลับที่อดัมไม่เคยเปิดเผยให้รู้ เมื่อพวกเขาโตขึ้น หนึ่งในนั้นจึงเริ่มรู้ระแคะระคายและตามไปสืบจนรู้ความจริง
เคเลบ กับ แอรอน ก็เจอกับการควบคุมของผู้เป็นพ่อไม่ต่างจาก อดัมและชาร์ลส์ แต่คราวนี้กลายเป็นอดัมที่ไม่ยอมให้เคเลบได้ปลูกผักอย่างที่เขาต้องการ แม้เขาจะหาเงินได้มากเท่ากับที่พ่อต้องขาดทุนไป แต่เขากลับถูกพ่อ(ที่ยึดถือขนบความคิดแบบคุณธรรมเต็มเปี่ยม)ต่อว่า
ความวุ่นวายระหว่างลูกและพ่อยังเกี่ยวพันกับแม่ของพวกเขาด้วย เมื่อความจริงปรากฏว่า เธอคือหญิงสาวเจ้าของซ่องหรือหอนางโลมที่มีชื่อในซาลินาส แอรอนสะเทือนใจอย่างมากจนถึงกับยินดีสมัครไปเป็นทหารทั้งที่ก็ไม่ได้ชอบ เรียกได้ว่า ครอบครัวนี้มันมีปัญหาซะจริงๆ
ฟลอเรนซ์ พิว เธอเล่นได้โดดเด่น บทนี้ใช่ของเธออย่างมาก
ไปๆ มาๆ กลายเป็นว่า บทนี้ Florence Pugh เธอเล่นได้กินขาดและโดดเด่นเกินหน้าทุกคน ด้วยมันเป็นบทที่ได้เล่นในหลายหลากความยากจึงเพิ่มพูน เธอได้เล่นเป็นหญิงที่มีชีวิตวัยเด็กที่ไม่ดี จนเธอเติบโตมาเป็นหญิงที่ไม่สนใจขนบ แถมจะแหกมันออกมาด้วยซ้ำ
แคธี่เป็นผู้หญิงที่เลือกจะใช้ชีวิตแบบอิสระจากทุกสิ่ง นอกจากเผาบ้านและฆ่าพ่อแม่ตัวเองแล้ว ก็ยังเลือกจะทำอาชีพโสเภณี ทั้งที่สมัยนั้นมันต่ำต้อยยิ่งกว่าเป็นผู้หญิงธรรมดาซะอีก แต่เธอทำเงินจากมันได้ไง ไม่ต้องเป็นเมียใครหรือต้องอยู่ใต้ร่มของผู้ชายคนใดๆ แถมได้รับรู้ความลับของพวกผู้ชายที่ถูกนับหน้าถือตาด้วย ทั้งหมดนี้เป็นความลับที่ผู้ชายโคตรดีอย่างอดัมไม่เคยรู้เลย ขณะที่ผู้ชายอย่างชาร์ลส์และแซมมูเอล แฮมิลตัน (Ciarán Hinds) คนที่พาไปดูที่และช่วยขุดบ่อ พวกเขาเห็นแคธี่แว้บเดียวก็สัมผัสได้ถึงรังสีประหลาดน่ากลัวแล้ว
ฟลอเรนซ์ต้องสวมบทบาทเป็นหญิงสาวที่ดำรงชีพด้วยการเป็นนางโลม ที่ก้าวขึ้นไปเป็นมาดามได้อีกต่างหาก แต่เธอก็เริ่มจะได้รับบทเรียนของตนเองเมื่อเวลาผ่านไป ทำให้ฟลอเรนซ์ต้องเล่นเป็นคนที่คล้ายจะเสียสติ คนที่ต้องเจ็บปวดกับสิ่งที่ตัวเองไม่เคยรู้เลยว่ามีความรู้สึกกับเขาด้วยเช่นกัน นั่นยังไม่รวมว่าเธอต้องเปลือยท่อนบนเพื่อเล่นฉากบนเตียงกันผู้ชายด้วยนะ
ที่จริงก็ยังมีมุมมองที่เห็นว่าน่าสนใจในซีรีส์เรื่องนี้ กับตัวละครอย่าง ลี (Hoon Lee) คนรับใช้เชื้อสายจีน คนที่เกิดบนแผ่นดินอเมริกา แต่เพราะหน้าจีน เขาจึงต้องพูดเหมือนคนจีนเพราะคนอยากให้พูดแบบนั้น แม้แต่กับอดัมที่เป็นเจ้านายก็ยังไม่รู้เรื่องเบื้องลึกหลายอย่างเพราะเขาไม่ได้ใส่ใจจะฟัง ซีรีส์เรื่องนี้มันเล่าถึงคนที่ยังรู้สึกแปลกแยกจากสังคม
แล้วไปๆ มาๆ มันก็มาตบเข้าเรื่องคัมภีร์อะไรสักอย่างเกี่ยวกับศาสนา “ทิมเชล” ที่มีความถึงการเปิดให้เลือกได้ มันคงตั้งใจเอามาตอบคำถามของสิ่งที่เริ่มต้นเอาไว้ บางตัวละครที่มองว่าตนกลายเป็นเหมือนปีศาจเพราะการเลี้ยงดู แต่เอาเข้าจริง เราก็ยังมีทางเลือกที่จะทำตัวแบบไหน เลือกจะเดินทางไหน เลือกจะเป็นอะไร ไม่จำเป็นต้องเป็นปีศาจเสมอก็ได้เช่นกัน
หลังจากที่ได้ดูทั้ง 7 ตอนมา สัมผัสได้ว่ามันเป็นซีรีส์จากนิยายดราม่าสุดเศร้าโศก บางทีเราก็รู้สึกว่า ตัวละครอดัมเป็นทั้งลูกชายและพ่อที่อ่อนไหวและยึดติดกับบางสิ่งที่เขาเชื่อจนมากเกินไป ซึ่งก็กลายเป็นผลเสียให้กับทั้งชีวิตของเขาเองและลูกแฝดด้วย
มันจะไม่ใช่ซีรีส์ที่คนไทยส่วนใหญ่จะสนุกอะไรกับมันมากนัก จุดที่โดดเด่นที่สุดของมันกลายเป็นบทบาทและการแสดงของ Florence Pugh ซะมากกว่า
รายละเอียดเกี่ยวกับซีรีส์
| ชื่อซีรีส์ | East of Eden / อีสต์ ออฟ อีเดน |
| ผู้สร้าง | Zoe Kazan |
| ผู้กำกับ | Garth Davis, Laure de Clermont-Tonnerre |
| ผู้เขียนบท | Zoe Kazan, Alexander Chee |
| นักแสดง | Florence Pugh, Christopher Abbott, Mike Faist |
| แนว/ประเภท | ดราม่า |
| จำนวนตอน | ซีซัน 1: 7 ตอน |
| ช่องทางรับชม | Netflix |
| เริ่มออกอากาศ | ซีซัน 1: 1 ตุลาคม 2026 |
| ผู้ผลิต/เจ้าของลิขสิทธิ์ | Anonymous Content, Fifth Season, Netflix Studios |
คะแนนรีวิว อีสต์ ออฟ อีเดม
พล็อตและบท - 7
การแสดง - 8
การดำเนินเรื่องและการตัดต่อ - 7.5
เพลงและดนตรีประกอบ - 7
งานถ่ายภาพ เทคนิคพิเศษ และโปรดักชัน - 7.5
7.4
East of Eden
ซีรีส์ 7 ตอนที่ดัดแปลงมาจากนิยายเล่มดังในอดีต เรื่องราวของหลายชีวิตในช่วงปี 1900s ที่เล่าถึงคู่พี่น้องที่ต้องรับมือกับผู้เป็นพ่อ และเล่าถึงหญิงสาวที่มองว่าตนเองถูกสร้างมาเพื่อให้กลายเป็นคนเลวร้าย สุดท้ายเธอกลายเป็นแม่คนที่ทอดทิ้งลูกอย่างไม่ใยดี ใช้ชีวิตแหกขนบด้วยการเป็นโสเภณีและใช้ความชั่วร้ายตั้งตนขึ้นเป็นมาดาม มองไม่เห็นสวรรค์ที่จะผุดขึ้นตรงไหน มีแต่ความเศร้าโศกที่ก่อตัวขึ้นในทุกบ้าน ฟลอเรนซ์ พิว เล่นได้สมบทบาทจนมองว่าเธอถ่ายทอดได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในเรื่องราวที่ถูกบอกเล่าแบบนิยายสมัยก่อน













