Movie

รีวิว Pan’s Labyrinth | อัศจรรย์แดนฝัน มหัศจรรย์เขาวงกต

หนังของ Guillermo del Toro ดำเนินเรื่องได้ดีเสียจนแม้จะง่วงแค่ไหนก็ต้องถ่างตาดูจนจบ

แล้ววันนี้ ผมก็ได้ดู Pan’s Labyrinth จนได้…. หนังเรื่องนี้มีชื่อไทยว่า “แพนส์ แลบิรินธ์ อัศจรรย์แดนฝัน มหัศจรรย์เขาวงกต” เป็นหนังสเปนครับ ผมก็เิพิ่งรู้นะเนี่ย หลังจากได้ดูดีวีดีที่เช่ามา ชื่อสเปนเขาเขียนว่า Laberinto del fauno, El ครับ

อัศจรรย์แดนฝัน มหัศจรรย์เขาวงกต

ยอมรับก่อนหนังจะเข้าฉาย มีความรู้สึกอยากดูมาก แต่ไปๆ มาๆ หนังเข้าจนออกไปแล้ว ไหงกลับไม่ได้ไปดูก็ไม่รู้ ผมเสาะหาหนังเรื่องนี้มาดูจนได้ แต่ปรากฏว่า ไม่มี sub ครับท่าน ก็เลยไม่ได้ดูสักที จนในที่สุด

ก็ได้ดูจากแผ่นนี่แหละครับ


เรื่องย่อหนัง Pan’s Labyrinth

ในปี 1944 สเปนในยุคฟาสซิสต์ โอฟิเลีย สาวน้อยที่ต้องเดินทางไปกับแม่ที่ท้องแก่ เพื่อไปอยู่กับพ่อเลี้ยงที่เป็นผู้กอง (กาปิตัน/Captain) ผู้โหดเหี้ยมแห่งกองกำลังทหารสแปนิช เธอได้พบกับนางฟ้าที่พาเธอไปยังเขาวงกต (labyrinth) ที่นั่นเธอได้พบกับเทพารักษ์ตนหนึ่ง มันบอกว่าเธอคือเจ้าหญิง แต่เธอต้องปฎิบัติภารกิจอันแสนน่ากลัวให้ลุล่วง ถ้าเธอทำไม่สำเร็จ เธอก็จะไม่ผ่านการพิสูจน์ความเป็นเจ้าหญิงแห่งเมืองลี้ลับนั่นอย่างแท้จริง และจะไม่สามารถพบกับพ่อที่แท้จริงของเธอ (ซึ่งเป็นพระราชา) ได้


รีวิวหนัง อัศจรรย์แดนฝัน มหัศจรรย์เขาวงกต

หนังเรื่องนี้กำกับและเขียนบทโดย Guillermo del Toro ผู้ชายคนนี้ ชื่อคุ้นมากๆ เลยนะครับ ก็เขาเป็นคนกำกับ Hellboy, Mimic, Blade II นั่นเอง ดูจะเป็นผู้กำกับชาวสเปนที่เป็นที่รู้จักที่สุดคนหนึ่งเลยละมั้งครับ

ส่วนนักแสดงนำ ไม่มีคนไหนน่าพูดถึงไปกว่า น้องสาวขอผม Ivana Baquero นั่นเอง เธออาจจะไม่ใช่คนที่สวยบาดจิต แต่มองดูแล้วมีความสุขได้ ด้วยใบหน้าใสๆ ไร้เดียวสาของเธอ ตาโตสวยคมแบบสเปนๆ แบบนี้แหละ ผมชอบ อิอิ ส่วนเรื่องการแสดง เธอก็ทำได้ดีเชียวละ

Ivana Baquero

เกิดปี 1994 โอ้ว พระเจ้า! ตอนนี้เธออายุแค่ 13 ปีเองนะ

ผมชอบหนังเรื่องนี้มาก ไม่เสียแรงที่อยากดูมานาน ถ้าจะเทียบกับแนวเดียวกันอย่าง Bridge to Terabithia นั่น ต่างกันราวฟ้ากับดิน หนังกล่าวถึงจินตนาการของเด็กเหมือนๆ กัน แต่ความน่าสนใจ ความประทับใจที่มีมันต่างกันชัดเจน ซึ่งก็อาจจะด้วยเพราะจุดประสงค์ที่ทำให้คนต่างกลุ่มกันด้วยแหละ

เรื่องนี้ เน้นไปที่ความรุนแรงของการต่อสู้ของคน 2 กลุ่ม เหล่าทหารที่คิดว่าตัวเองชนะเหนืออีกฝ่าย และสมควรได้รับสิทธิในการดำรงอยู่ ขณะที่อีกฝ่าย ต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิการดำรงอยู่ของตัวเอง ภาพความรุนแรงเกิดขึ้นในหนังบ่อยครั้งมาก จนมิอาจถือได้ว่าเป็นหนังเด็กได้เลย แม้แต่ผู้ใหญ่อย่างผมดูยังรู้สึกได้เลยว่า “มันแรงมาก” จริงๆ

ขณะที่หนังกลับทำให้โอฟิเลียมีความอ่อนโยน และบริสุทธิ์ ซึ่งตัดกับความขัดแย้งและการต่อสู้ข้างบนนั่นอย่างขาวกับดำ เธอหลบลี้จากความรุนแรงมาอยู่ในโลกที่เธอกลายเป็นคนสำคัญที่ต้องพิสูจน์ตนเอง

หนังดำเนินเรื่องได้ดีเสียจน แม้จะง่วงแค่ไหนก็ต้องถ่างตาดูจนจบ ภาพในหนังนั้นสวยมาก ถ่ายออกมาได้ดีอย่างเหลือเชื่อ ซีจีที่เติมเข้าไปไม่มากก็เนียนจนเหมือนเป็นของจริง ตัวละครที่ต้องเมคอัพต่างก็ทำออกมาได้ดี ท่วงท่าการเดินทำให้นึกไปถึง 28 Days Later ยังไงไม่รู้ แต่ก็นั่นละ นี่ไม่ใช่หนังฮอลลีหวูดนี่นา


สำหรับคนที่อยากจะสรรหามาเสพ ขอรับรองอีก 1 เสียงว่า ท่านจะไม่ผิดหวัง

ปล. ผมเพิ่งรู้ว่า Labyrinth แปลว่า “เขาวงกต” ก็วันนี้เองนะเนี่ย เหอๆ

PatSonic

บล็อกเกอร์ผู้ชอบดูหนังหลากแนว ฟังเพลงหลายสไตล์ มีเวลาว่างก็จะออกไปท่องเที่ยว บางเวลาก็หยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน หยิบซีรีส์ขึ้นมาดู แล้วก็จะหยิบมาเขียนให้ทุกคนได้อ่านกัน

3 คอมเมนต์

  1. เป็นหนังที่ดูสนุก
    แต่หลังจากดูจบก็ไม่อยากดูซ้ำ
    นอกจากนี้ นี่ไม่ใช่หนังสำหรับเด็กเลย
    ถึงหน้าหนังจะสื่อเหมือนเป็นหนังแนวแฟนตาซี
    แต่ว่ามันไม่ใช่

    อ่า ที่ชอบอีกอย่างของหนังคือเพลงประกอบ
    ไพเราะ งดงาม แต่หลอนได้ใจ

  2. ผมว่าฉากบางตอนแรงไปสำหรับเด็กเล็กนะ ถ้าเด็กโตก็พอได้

Back to top button

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save