รีวิวหนัง The Devil Wears Prada นางมารสวมปราด้า | ตัวแม่วงการแฟชั่น
ก่อนจะไปพบกับหนังเรื่องนี้ที่จู่ๆ ก็กลับมาสร้างภาคใหม่หลังเวลาผ่านไป 20 ปี ก็เลยต้องย้อนกลับไปดูภาคแรกภาคเก่าเพื่อทบทวนเรื่องราวอีกหน เรื่องราวหญิงสาวที่ฝันอยากเป็นนักข่าวแต่ดันได้มาเป็นผู้ช่วยของนายหญิงแห่งนิตยสารรันเวย์ จอมจู้จี้และบ้างาน ‘The Devil Wears Prada’ หรือชื่อไทย ‘นางมารสวมปราด้า’ นั่นยังไงล่ะครับ
บทความนี้มีอะไรบ้าง?
คิดเห็นเช่นไรกับหนังเรื่องนี้?
การกลับไปเจอกับ เมอริล สตรีพ ในบทที่ทุกคนจดจำอีกครั้ง กับหนังที่เล่าเรื่องคนแฟชั่นได้สนุก เพราะชีวิตของนางเอกที่รับบทโดย แอนน์ แฮทธาเวย์ นั้นโลดโผนและวุ่นวายยิ่ง เธอต้องผ่านการตัดสินใจเลือกและสูญเสียหลายต่อหลายครั้งเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพและชีวิต ไม่จำต้องอยู่วงการแฟชันก็เข้าใจเรื่องพวกนี้ได้ เพราะคนเราต้องเลือก ต้องตัดสินใจ อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
เพลงประกอบก็มีหลายเพลงที่อยู่ในความทรงจำเช่นกันนะครับเนี่ย
เรื่องย่อหนัง ‘The Devil Wears Prada’
ในนิวยอร์คเมืองแห่งแฟชัน มีหลายคนทำงานอยู่ที่นครแห่งนี้ หนึ่งในนั้นคือ แอนดี้ แซคส์ (Anne Hathaway จากหนังเรื่อง ‘The Odyssey’) ในวันแรกที่เธอมาเยือนสำนักพิมพ์อีเลียส คาร์ก เธอก็ได้พบกับ มิแรนด้า พริสต์ลีย์ (Meryl Streep จากหนังเรื่อง ‘Don’t Look Up’) บก.บริหารของนิตยสารแฟชั่น ‘รันเวย์’ มิแรนด้าคือตัวแม่ของรันเวย์ที่ทุกคนล้วนเกรงกลัว ด้วยบุคลิกของนายหญิงจอมจู้จี้และบ้างาน
ในเวลานี้ ไนเจล (Stanley Tucci จากหนังเรื่อง ‘Spotlight’) คือแฟชั่นดีไซเนอร์มือหนึ่ง เช่นเดียวกับ เอมิลี่ (Emily Blunt จากหนังเรื่อง ‘Edge of Tomorrow’) คือผู้ช่วยเบอร์หนึ่ง
แต่แอนดี้ผู้เข้ามาในตำแหน่งผู้ช่วยคนใหม่ของมิแรนด้านั้น ไม่ได้มีบุคลิกอะไรที่ดูเข้ากับเจ้านายและที่ทำงานเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นหญิงสาวไซส์ 6 ที่เข้ามานิวยอร์กเพื่อเป็นนักข่าว ไม่เคยอ่านรันเวย์ ไม่เคยได้ยินชื่อของมิแรนด้า สไตล์การแต่งตัวไม่ใช่เลย ซึ่งส่งผลให้เธอต้องปรับตัวและปรับลุคอย่างปัจจุบันทันด่วน
อีกด้านเธอก็ต้องดีลกับชีวิตรักด้วย เธอมีแฟน เนท (Adrian Grenier จากซีรีส์ ‘Clickbait: คลิกล่อตาย’) เชฟหนุ่มที่อาศัยอยู่ด้วยกัน แต่งานกำลังทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มจะมีปัญหา
รีวิวหนัง ‘นางมารสวมปราด้า’
มันเป็นหนังในปี 2006 ที่นายแพทไม่ได้ดูมานานแล้ว ในฐานะที่จะเปิดดูภาคสองทั้งที ก็เลยย้อนกลับมาเปิดดูใหม่ จะได้เอามาเขียนถึงในหน้านี้ไปด้วยซะเลย มันเป็นเรื่องราวของหญิงสาวที่ไม่มีอะไรเข้ากับที่ทำงานใหม่แต่ดันได้เข้าไปทำงานหน้าตาเฉย เลยต้องปรับตัวกันขนานใหญ่ว่างั้นเถอะ
แอนเดรีย หรือที่ใครๆ เรียกเธอว่า แอนดี้ เป็นหญิงสาวผู้ไม่มองเห็นความจำเป็นต้องสนใจความแตกต่างของเข็มขัดสีฟ้าสองอัน แถมยังแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่คนแฟชันมองว่าเชยระเบิด แถมนี่ก็ไม่ใช่งานที่เธอใฝ่ฝัน แต่ต้องทำเพื่อเป็นบันไดที่พาเธอก้าวไปสู่งานนักข่าวที่เธอชอบมองว่าเธอจะได้ประสบการณ์ที่ล้ำค่านั่นเอง
ช่ายมะ เป็นใครก็ที่อยู่ในช่วงสะสมประสบการณ์เป็น First Jobber ก็คงสนใจทำไปก่อนแล้วค่อยหาทางขยับขยายเปลี่ยนที่ใหม่กันอีกทีนั่นแหละ
ด้วยประวัติการทำงานอันน่าทึ่ง มีความรับผิดชอบ และฉลาด ไปที่ไหนก็คงมีแต่คนอ้าแขนรับ แต่วันนี้ ลองทำที่นี่ดูก่อน แต่การปรับตัวไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่เธอก็ดันทำได้ คนขั้วตรงข้ามกับงานแฟชัน ต้องเปลี่ยนทุกอย่างทั้งข้างนอกข้างใน บางทีมันก็เหลือเชื่อเกินไปนั่นแหละนะ
Tagline: Hell On Heels.

Source|TheMovieDB
บทเรื่องนี้ มีหลายตัวละครที่สร้างจุดเปลี่ยนให้กับตัวเอก อย่างเช่น ไนเจล เขาคือคนที่ช่วยเตือนสติแอนดี้ ผลักดันให้เธอเปลี่ยนตัวเองให้มิแรนด้ารู้สึกทึ่งให้ได้ ขณะเดียวกัน งานนี้ก็ทำให้เธอ ‘แตกต่างห่างชั้น’ กับเพื่อนๆ ในอีกมุม เธอก็ยังคงเป็นแค่เอมิลี่คนใหม่ ก่อนที่ถัดมา มิแรนด้าจะเรียกเธอว่าแอนเดรียก็ตาม มันเหมือนว่าเธอจะปรับตัวได้แล้ว แต่ความผิดพลาดก็ตามมาเสมอ ทำให้เธอต้องวุ่นวายกับความเอาแต่ใจและอยากแก้เผ็ดของมิแรนด้า
อีกมุมหนึ่ง ก็คือเรื่องความคาดหวังความก้าวหน้าในอาชีพและชีวิต แอนดี้จำเป็นต้องทุ่มเทให้กับงาน เพราะมันคือความก้าวหน้าของเธอ แต่ก็ต้องแลกกับการทำให้แฟนหนุ่มผิดหวังเพราะไม่ได้ร่วมงานเลี้ยงวันเกิดของเขา และการเลือกจะอยู่กับแฟน ก็ทำให้เธอต้องสูญเสียโอกาสได้งานที่ฝัน โอกาสที่มากับ คริสเตียน ทอมป์สัน (Simon Baker จากหนังเรื่อง ‘Margin Call’) คนดังในแวดวงสิ่งพิมพ์ ไม่ใช่แค่นั้น เพราะเธอจำเป็นต้องก้าวข้ามเอมิลี่ไป นั่นก็เพื่อความก้าวหน้าของตัวเองเช่นกัน คนเราต้องตัดสินใจอะไรยากๆ ในชีวิตแบบนี้เสมอ
ชีวิตของแอนเดรียมีแต่การต่อสู้เพื่อจะได้สิ่งหนึ่งมาแล้วต้องเสียอีกสิ่งไปตลอด อย่างเช่น เธอต้องตัดสินใจเลือก ว่าจะไปต่อกับงานนี้โดยทิ้งทุกอย่าง หรือจะยอมทิ้งงานนี้เพื่อยังมีอีกหลายสิ่งที่รัก จะเห็นว่าบทหนังชักพาให้แอนดี้วุ่นวายใจหนัก เมื่อเธอต้องเลือกจะทำอย่างใดอย่างหนึ่ง และรู้ว่าการเลือกนั้นจะทำให้เธอเสียบางอย่างไป
เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนรอบตัวมองว่าแอนเดรียเปลี่ยนไปหลังไปทำงานที่รันเวย์กับมิแรนด้า แม้เธอจะปฏิเสธว่าตัวตนข้างในเธอไม่ได้เปลี่ยนไปก็ตาม ไม่ว่ายังไง ประสบการณ์ในทุกวันที่เราได้เจอ จะค่อยแปรเปลี่ยนตัวเราไปทีละน้อยอยู่ดีแหละ
หนังมีช่วงพลิกผันเข้ามา อย่างในวันที่มิแรนด้าเผชิญวิบากกรรมมีเรื่องหย่าเข้ามา แอนดี้เลยได้มองเห็นมากกว่ามุมความเป็นเจ้านาย แต่คือคนธรรมดาที่ต้องเจอเรื่องเลวร้ายส่วนตัว ไม่พอเท่านั้น ก็ยังได้รับรู้อีกว่า มิแรนด้ากำลังจะถูกเด้งออกไปจากบังเหียน
สุดท้าย แอนเดรียก็รู้แล้วว่าจะเลือกยังไงกับชีวิตตัวเอง วินาทีที่เธอทิ้งมือถือลงไปในน้ำพุ แฟนหนุ่มจะไปเป็นเชฟในบอสตัน และเธอก็กำลังจะได้งานใหม่ในเดอะนิวยอร์กมิร์เรอร์ งานนักข่าวที่เธอใฝ่ฝันไง
สุดท้าย มิแรนด้าก็เข้าใจว่าแล้วว่าแอนเดรียเหมาะกับสิ่งไหน
การได้กลับไปดูหนังเรื่องนี้ มันก็ remind หลายอย่างเหมือนกันนะ สมัยนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือมันช่างน่าเกลียดซะเหลือเกิน ดังแบบน่ารำคาญ ซึ่งพอโตมาถึงตอนนี้ เราต่างเลิกใช้เสียงเรียกเข้าไปแล้ว และเลือกจะให้มันสั่นแทน
อีกอันคือเพลงประกอบ หนังปี 2006 เรื่องนี้ ใช้เพลงประกอบที่เราเคยฟังสมัยก่อน ที่จำได้ขึ้นใจเลยก็คือ เพลง ‘Vogue’ ของ Madonna ‘Here I Am (Kaskade Remix)’ ของ David Morales และอีกเพลง ‘Seven Days in Sunny June’ ของ Jamiroquai สองศิลปินนี้เป็นที่ชื่นชอบของนายแพทเมื่อสิบยี่สิบปีก่อน
ยังมีอีกอย่างหนึ่งก็คือ การกลับไปเจอกับ แอนน์ แฮทธาเวย์ เมื่อ 20 ปีก่อน ทำให้รู้สึกเลยว่า เธอคนนี้แทบจะไม่แก่ลงเลยเนอะ
รายละเอียดเกี่ยวกับหนัง
| ชื่อภาพยนตร์ | The Devil Wears Prada / นางมารสวมปราด้า |
| กำกับ | David Frankel |
| เขียนบท | Aline Brosh McKenna, Lauren Weisberger |
| แสดงนำ | Anne Hathaway, Meryl Streep, Adrian Grenier, Emily Blunt, Stanley Tucci |
| แนว/ประเภท | คอมเมดี้, ดราม่า |
| เรท | 15+ |
| ความยาว | 109 นาที |
| ปี | 2006 |
| สัญชาติ | สหรัฐอเมริกา |
| เข้าฉายในไทย | 28 กันยายน 2006 |
| ผลิต/จัดจำหน่าย | Fox 2000 Pictures, Dune Entertainment, Major Studio Partners |
คะแนนรีวิว นางมารสวมปราด้า
พล็อตและบท - 7.5
การแสดง - 7.5
การดำเนินเรื่องและการตัดต่อ - 7.5
เพลงและดนตรีประกอบ - 8
งานถ่ายภาพ เทคนิคพิเศษ และโปรดักชัน - 7
7.5
Devil Wears Prada
การกลับไปเจอกับ เมอริล สตรีพ ในบทที่ทุกคนจดจำอีกครั้ง กับหนังที่เล่าเรื่องคนแฟชั่นได้สนุก เพราะชีวิตของนางเอกที่รับบทโดย แอนน์ แฮทธาเวย์ นั้นโลดโผนและวุ่นวายยิ่ง เธอต้องผ่านการตัดสินใจเลือกและสูญเสียหลายต่อหลายครั้งเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพและชีวิต ไม่จำต้องอยู่วงการแฟชันก็เข้าใจเรื่องพวกนี้ได้ เพราะคนเราต้องเลือก ต้องตัดสินใจ อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เพลงประกอบก็มีหลายเพลงที่อยู่ในความทรงจำเช่นกันนะครับเนี่ย












