Movie

รีวิว 1917 | หนังสงครามลองเทคที่ชวนลุ้นสุดใจ

หนังสงครามสไตล์ลองเทคจาก Sam Mendes เล่าเรื่องของสองทหารที่ต้องฝ่าดินแดนข้าศึกไปบอกข่าวหยุดการโจมตี

จะว่าไป หนังสงครามไม่ได้เป็นแนวหรือสไตล์ที่ผมนิยมเสพสักเท่าไหร่ ไม่ใช่ไม่ชอบหรอกนะครับ แต่พอจะเลือกดูหนังอะไรขึ้นมาสักเรื่องก็มักจะเป็นแนวไซไฟ แอคชัน แฟนตาซี ลึกลับ อะไรๆ เทือกๆ นั้นเสียมากกว่า แต่ใช่ว่าพอหนังสงครามเข้าฉายแล้วผมจะไม่ยอมเสียโอกาสไปดูหรอกนะครับ แล้ววันนี้ ผมก็ได้ไปดู 1917 หนังที่เล่าเรื่องจากสงครามโลกครั้งที่ 1 จาก Sam Mandes

จากที่เราเริ่มรู้ข้อมูลมันมากขึ้นว่า หนังเรื่องนี้สร้างกันยังไง ภาพของหนังออกมาน่าสนใจเพียงใด อีกทั้งก็เริ่มคว้ารางวัลจากเวทีนั้นเวทีนี้ ทำให้หนังเป็นที่สนใจมากขึ้นเรื่อยๆ

จนต้องบอกว่า ไม่ควรจะพลาดดูในโรงแล้วล่ะ เอาจริงๆ

เรื่องย่อหนัง ‘1917’

เรื่องย่อของหนังเรื่องนี้นั้นสั้นมาก เหตุมันเกิดขึ้นในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 ราวเดือนเมษาของปี 1917 เมื่อทหารอังกฤษสองคนได้รับภารกิจนำข่าวไปบอกกองทหารอีกกลุ่มผ่านดงข้าศึก

ทหารอังกฤษสองคนนั้นก็คือ สคอฟิลด์ (จอร์จ แมคเคย์ จาก Captain Fantastic) และ เบลก (ดีน-ชาร์ลส์ แชปแมน จาก Game of Thrones) ทั้งคู่ได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจที่ดูเหมือนว่าอาจไม่มีท่าว่าจะสำเร็จ และภารกิจนั้นก็คือ…

การเดินไปส่งสารบอกให้ฝ่ายตัวเองหยุดการโจมตี แต่ว่าจะต้องข้ามเขตแดนของข้าศึกนี่สิ

รีวิว วิจารณ์หนัง ‘1917’

หนังเรื่องนี้การร่วมงานของคนเก่งๆ นะครับ จะว่าไป หนังได้ โรเจอร์ ดีกินส์ ผู้กำกับภาพเจ้าของรางวัลออสการ์มารับหน้าที่ผู้กำกับภาพ Sam Mendes เขียนบทหนังเองโดยร่วมกับ Krysty Wilson-Cairns (จาก Showtime’s Penny Dreadful) คนทำดนตรีประกอบก็เป็น Thomas Newman (ที่เคยร่วมงานกับแซมมาแล้วทั้ง Skyfall และ Spectre) ทั้งยังร่วมงานกับนักแสดงที่คุ้นหน้าหลายคนรวมทั้ง Colin Firth และ Benedict Cumberbatch

กำเนิดจากคำบอกเล่าของคุณปู่ กลายเป็นภาพยนตร์สงครามสุดระทึก หยิบเอาคำบอกเล่ามาจินตนาการเติมต่อและสร้างให้เป็นภาพเคลื่อนไหว ที่ทำได้ถึงในทุกภาคส่วน

เริ่มต้นที่งานด้านภาพที่ต้องเรียกได้ว่าทำออกมาได้น่าทึ่งมาก ด้วยวิธีการถ่ายทำในแบบลองเทคทั้งเรื่อง (แม้จะไม่ได้ถ่ายทำทีเดียวแต่ต้นยันจบ) วิธีการเคลื่อนกล้องที่ทำให้เหมือนเราอยู่ในเหตุการณ์จริง เดินตามทหารสองคนต้อยๆ ไปตามสนามเพลาะ หลบกระสุน หลบระเบิดไปพร้อมๆ กับพวกเขา

คลิกดูเบื้องหลังการถ่ายทำของหนังเรื่องนี้กันได้จากคลิปนี้

เมื่อหนังดำเนินไปด้วยวิธีการแบบลองเทค มันอาจดูเหมือนไม่ได้ดูการแสดง แต่ดูคนจริงๆ กำลังทำภารกิจอยู่ แม้กระนั้นก็ยังพอจะรู้ว่ามันเป็นหนังด้วยเพราะเหตุการณ์มันจะเกิดขึ้นต่อเนื่องแต่ไม่ได้แช่อยู่กับเหตุย่อยๆ ใดเนิ่นนาน หนังเดินไปแบบพอให้รู้ว่าเกิดอะไรแล้วก็เดินไปต่อ

เทคนิคด้านภาพนั้น นอกเหนือวิธีการถ่ายแบบลองเทคที่ยากและน่าทึ่งแล้ว มุมมองของภาพยังออกมาสวยมากสำหรับหนังสงครามอีกด้วย เริ่มตั้งแต่ช็อตแรกก็ร้องว้าวในใจกันแล้วล่ะครับ

ภาพนิ่งจากหนังสงครามลองเทค
ภาพนิ่งที่ใช้โปรโมตหนังเรื่องนี้ 1917

สิ่งที่เสริมไปเห็นจะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ นั่นคือ ดนตรีประกอบ ซึ่งส่งเสริมอารมณ์ให้เราตื่นเต้น ลุ้น และเศร้าซึมไปพร้อมกับหนังได้มากทีเดียว งานนี้ต้องชื่นชม Thomas Newman เขาล่ะครับ

ในด้านของเสียงนั้น ด้วยความที่ดูในระบบ IMAX จึงทำให้ได้ยินเสียงชัดเจนมากทั้งเสียงยิงปืนและเสียงระเบิดตูมตาม หากอยากได้อรรถรสเต็มทั้งตาและหูก็คงต้องลองรับชมในโรง IMAX กันดู

สิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือทีมนักแสดงและทีมงาน

งานนี้ต้องขอนับถือในความทุ่มเทของเหล่านักแสดงและทีมงานจริงๆ แต่ละฉากต้องใช้เวลาขุดกันไปเท่าไหร่กว่าจะพื้นที่ของสงครามอย่างที่เห็น และด้วยการถ่ายในเวลากลางวันแต่ต้องการทำภาพให้เป็นเวลากลางคืน ทีมงานจำเป็นต้องรอให้เมฆบังแสงจนไร้แดด นักแสดงและทีมงานก็ต้องสแตนด์บายรอกัน นับถือหัวใจพวกเขาจริงๆ นอกจากนี้ พวกเขายังซ้อมคิวให้แม่น ทีมสเปเชียลเอฟเฟกต์ต่างก็ต้องซ้อมเมื่อถึงเวลาถ่ายทำจริงก็จะได้ไม่หลุด

นักแสดงแต่ละคนมิใช่มือใหม่ หลายคนผ่านการแสดงบทสำคัญในหนังหรือซีรีส์สำคัญมาแล้วแม้ว่าคนไทยจะไม่ค่อยคุ้นชื่อนักก็ตาม อย่าง Dean-Charles Chapman เขาคือ Tommen Baratheon ใน Game of Thrones ซีรีส์ที่โด่งดัง เขามาเล่นเป็นเบลกผู้น้องที่ต้องคาบข่าวไปบอก นอกจากเป็นงานที่ได้รับคำสั่งมา มันยังเป็นการช่วยให้พี่ชายของเขารอดชีวิตอีกด้วย

1917's Poster
โปสเตอร์จากหนังเรื่อง 1917

ส่วนอีกคนที่จะขาดเสียไม่ได้ เขาคือ George MacKay เพื่อนทหารที่เบลกดึงมาช่วยในภารกิจสำคัญ เขาอาจได้บทไม่สำคัญจนเป็นที่จดจำนัก แต่ในเรื่องนี้ 1917 เขาน่าจะเป็นที่จดจำของทุกๆ คนที่ได้ดู

แม้ว่าพล็อตจะดูเรียบง่ายเอามากๆ หากการดำเนินเรื่องของหนังเรื่องนี้ชวนให้รู้สึกลุ้นตามไปกับตัวละครด้วย เราไม่อาจไม่ไว้อะไรได้เลย ด้วยเพราะไม่รู้ว่าจะอะไรเกิดขึ้นตอนไหน ต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ทั้งหนังก็ดำเนินไปไม่มีหยุด ผ่านจากเรื่องไปเจอเรื่องนั้น ไม่มีช่วยให้หยุดหายใจหายคอ และเมื่อถึงเวลาน้ำตาก็ไหลซึมออกมาได้เองไม่ต้องบีบเค้นมันแต่อย่างใด

บทหนัง ไดอะล็อกที่ตัวละครพูดกันมันบ่งบอกอะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับสงครามได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงภาพของศพที่นอนเกลื่อนอยู่นั่นก็จุดความคิดบางสิ่งที่ก่อเกิดในใจเราได้ หนังมีความเครียดสไตล์หนังสงครามอยู่ แต่ก็ให้อะไรอย่างอื่นกับผู้ชมด้วย สุดในหลายๆ ภาคส่วน ทั้งสร้างอารมณ์ ทั้งการเคลื่อนกล้อง ทั้งเทคนิคลองเทค

เหมาะสมแล้วกับเป็นหนังล่ารางวัลจริงๆ


ชื่อภาพยนตร์: 1917
ผู้กำกับภาพยนตร์: Sam Mendes
ผู้เขียนบทภาพยนตร์​: Sam Mendes, Krysty Wilson-Cairns
นักแสดง: Dean-Charles Chapman, George MacKay, Daniel Mays, Colin Firth, Andrew Scott
แนว/ประเภท: Drama, War
ความยาว: 119 นาที
อัตราส่วนภาพ: 2.39 : 1
ปี: 2019
เรท: ไทย/, MPAA/R
วันที่เข้าฉายในประเทศไทย: 30 มกราคม 2020 (ฉายรอบพิเศษ วันที่ 23-29 มกราคม 2020)
ผู้สร้าง/ผู้ผลิต/ผู้จัดจำหน่าย: Amblin Partners, DreamWorks, Neal Street Productions, New Republic Pictures, UIP

1917

พล็อตและบท - 8.9
การแสดง - 8.3
เพลง/ดนตรีประกอบ - 10
การดำเนินเรื่อง - 9.2
งานภาพ - 9.1

9.1

1917

หนังพล็อตเรียบง่ายแต่วิธีการเล่านั้นเข้าขั้นหนักหน่วง ใช้การถ่ายทำแบบลองเทค เซ็ตฉากสงครามขึ้นมาอย่างน่าทึ่ง ดนตรีประกอบเร้าอารมณ์ การแสดงเข้าขั้นเยี่ยม กับเพียงเรื่องราวจากการบอกเล่าของคุณปู่แต่กลายมาเป็นหนังสงครามที่ชวนอินขนาดนี้ เหมาะสมยิ่งแล้วที่หนังคว้ารางวัลมาหลายเวที

User Rating: Be the first one !

แท็ก

PatSonic

บล็อกเกอร์ผู้ชอบดูหนังหลากแนว ฟังเพลงหลายสไตล์ มีเวลาว่างก็จะออกไปท่องเที่ยว บางเวลาก็หยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน หยิบซีรีส์ขึ้นมาดู แล้วก็จะหยิบมาเขียนให้ทุกคนได้อ่านกัน
Back to top button
Close