Movie

Movie in the Row | Identity

วันก่อน ผมนั่งรถไฟฟ้าผ่านสถานีสยามแล้วต้องตกใจสุดขีด (เว่อร์) เมื่อได้ยินหวีดร้องดังลั่น นึกไปว่า กำลังเข้ามาในดินแดนที่ต้องมนต์สาปอะไรสักแห่ง กำลังนึกไปว่า ข้างนอกต้องมีอีกานับหมื่นบิินว่อนเต็มท้องฟ้าแน่ๆ เลย … ปรากฏว่า ไม่ใช่ครับ มองไปข้างนอก เห็นฝูงชนรุมล้อมดูบุรุษต่างด้าว พร้อมส่งเสียงกรี๊ดๆๆๆ เป็นระยะ โอย อาการบ้าของนอกไม่ลืมหูลืมตามันเป็นอย่างนี้นี่เอง…

Identity

พอละ นอกเรื่อง เข้าเรื่องของเรากันดีกว่า เขียนถึงหนังดีวีดีที่ผมได้ดูไป 2 เรื่องแล้ว มาถึงเรื่องที่สามกันดีกว่าครับ

แล้วก็มาถึงเรื่องสุดท้าย Identity

เหตุผลที่ผมเลือกดูหนังเรื่องนี้ก็เพราะ มีหลายคนอ้างอิงถึงจากบทความวิจารณ์แนะนำหนังเรื่อง “บอดี้ ศพ#19” นั่นเองครับ พวกเขาต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า มันได้รับอิทธิพลมาจากหนังเรื่องนี้บ้าง ไม่ก็บอกว่า ดูแล้วนึกไปถึง Identity ทำให้ผมต้องไปเสาะหามาดู

เนื้อเรื่องเนื้อหาของ Identity นั้น ไม่มีอะไรเหมือนกันเลยกับ บอดี้ ศพ#19 แต่มีความเหมือนกันตรงที่หยิบเอาประเด็นทางจิตวิทยามาพูดถึงเหมือนๆ กัน

Identity กำกับโดย James Mangold ผู้กำกับที่มีชื่อเสียงจาก Girl, Interrupted (1999), Kate & Leopold (2001) และ Walk the Line (2005) พูดถึง บุคคลที่มีหลายบุคลิก เล่าเรื่องด้วยเรื่องราวอันแสนบังเอิญของคนกลุ่มหนึ่ง ที่ต้องเข้าพักใน Motel ในเมืองแห่งหนึ่ง จากสาเหตุที่แตกต่างกัน ในคืนวันที่ฝนตกหนักเพราะพายุเข้า ถนนขาดไปไหนไม่ได้ …

คงนึกภาพกันออกได้ Motel ที่อยู่กลางทะเลทรายห่างไกลชุมชน ห้องพักชั้นเดียวที่เรียงต่อกัน มีหลายเลขห้องเลขเดียว นับตั้งแต่ 1 2 3 … ไปเรื่อยๆ แต่มักไม่เกิน 10 เห็นแต่ไกลด้วยป้ายไฟที่เขียนว่า Vacancy (ฮั่นแน่ นึกไปถึงอีกเรื่องได้เลยนะนี่ ก็ Vacancy ไง)

Identity -Poster

เพียงไม่นาน เหตุการณ์อันน่าสะพรึงก็บังเกิดขึ้น สาววัยเลยกลางคนไปนิดหน่อย แถมเคยเป็นดาราเก่า ถูกฆ่าตาย พร้อมมีป้ายกุญแจห้องหมายเลข 10 วางอยู่ข้างกาย ไม่นานศพที่สองก็ตามมา คราวนี้มีกุญแจห้องหมายเลข 9

ฆาตกรกำลังฆ่าคนต่อเนื่อง และนับถอยหลังไปเรื่อยๆ คนที่เหลือจะจัดการอย่างไรกับมัน บางอย่างเริ่มชัดเจนขึ้นถึงจุดมุ่งหมายของผู้มาดร้าย และปริศนาที่บอกว่า ใครกันที่เป็นคนฆ่า…

เดาไม่ยากหรอกครับ ที่มันต้องอยู่ในกลุ่มนั้นแหละ แต่มันเป็นใครกันละ นั่นละที่เดายากอยู่

เริ่มต้นเรื่องนั้น เราไม่รู้เลยว่า กำลังดูหนังที่จะจบแบบนั้น แม้ว่าหนังจะเปิดเรื่องที่บอกตอนจบไว้แล้วก็ตาม แบบที่ บอดี้ ศพ#19 บอกกับเรา เป็นลูกเล่นที่ผู้เขียนบทและผู้กำกับหยิบมาใช้และหลอกเราเล่นอย่างสนุกสนาน พลางยิ้มเยาะอยู่ในใจ

“ไอ้ห่า ตูบอกมึงตั้งแต่ต้นแล้ว ไมไม่รู้กันฟะ”

———————-

ผู้ชมคงงุนงงกับการเปิดเรื่องที่ไม่ได้บอกอะไรมากนัก ทำได้แค่เพียงปะติดปะต่อบางสิ่งที่ยังไม่สัมพันธ์กัน

“แล้วใครมันจะรู้ละเฟ้ย ว่ามันจะออกมาแบบนั้น”

———————-

Title : Identity
Director : James Mangold
Writer : Michael Cooney
Genre: Crime / Horror / Mystery / Thriller
Cast : John Cusack, Ray Liotta, Amanda Peet, John Hawkes, Alfred Molina, Clea DuVall, John C. McGinley

PatSonic

บล็อกเกอร์ผู้ชอบดูหนังหลากแนว ฟังเพลงหลายสไตล์ มีเวลาว่างก็จะออกไปท่องเที่ยว บางเวลาก็หยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน หยิบซีรีส์ขึ้นมาดู แล้วก็จะหยิบมาเขียนให้ทุกคนได้อ่านกัน

14 คอมเมนต์

  1. คุณ pat เขียนชื่อเรื่องผิดปล่าวครับ Identity ครับ ไม่ใช่ Indentity สงสัยมือเร็วพิมพ์เกินมาตัวนึง

  2. คุณ pat เขียนชื่อเรื่องผิดปล่าวครับ Identity ครับ ไม่ใช่ Indentity สงสัยมือเร็วพิมพ์เกินมาตัวนึง

  3. จำได้ว่าดูแล้วชอบมากเรื่อง identity เนี่ย..
    ทำให้ชอบพระเอกเรื่องนี้ขึ้นเป็นกองเลย ..

    :)

  4. จำได้ว่าดูแล้วชอบมากเรื่อง identity เนี่ย..
    ทำให้ชอบพระเอกเรื่องนี้ขึ้นเป็นกองเลย ..

    :)

  5. อาการบ้าของนอกไม่ลืมหูลืมตามันเป็นอย่างนี้นี่เอง

    เอิ๊ก อาการนี้ผมเห็นบ่อยครับ เพราะผมทำงานบริษัทเพลง ซึ่งจะมีส่วนของ inter
    พอมีศิลปินมาเมืองไทยที ออฟฟิศแทบระเบิด T____T แฟนคลับมุง กันเพียบ เราเลยใช้อภิสิทธิ์คนใน ถ่ายรูปไว้เยอะ ๆ แล้วไร้แผ่นให้แฟนคลับ แล้วแฟนคลับที่น่ารักจะตอบแทนด้วยขนมมากมายส่งมาที่ออฟฟิศ (ส่วนมากเป็นขนมไฮโซ ๆ อร่อย ๆ อิอิ เช่นล่าสุด มี ขนมปังป้าแอน กล่องใหญ่ กินกันทั้ง part แฮ่ ๆๆ)

  6. อาการบ้าของนอกไม่ลืมหูลืมตามันเป็นอย่างนี้นี่เอง

    เอิ๊ก อาการนี้ผมเห็นบ่อยครับ เพราะผมทำงานบริษัทเพลง ซึ่งจะมีส่วนของ inter
    พอมีศิลปินมาเมืองไทยที ออฟฟิศแทบระเบิด T____T แฟนคลับมุง กันเพียบ เราเลยใช้อภิสิทธิ์คนใน ถ่ายรูปไว้เยอะ ๆ แล้วไร้แผ่นให้แฟนคลับ แล้วแฟนคลับที่น่ารักจะตอบแทนด้วยขนมมากมายส่งมาที่ออฟฟิศ (ส่วนมากเป็นขนมไฮโซ ๆ อร่อย ๆ อิอิ เช่นล่าสุด มี ขนมปังป้าแอน กล่องใหญ่ กินกันทั้ง part แฮ่ ๆๆ)

  7. หนังไทยดีนะคับแต่ยังขาดความเนียน จิงๆ หนังฝรั่งหลายๆ เรื่องก็ไม่เนียน แต่เป็นค่านิยมไปแล้วเลยพอรับได้ แต่ด้วยหนังฝรั่งมักออกมาก่อนหนังไทย บางเรื่องเลยดูเหมือนเลียนแบบมา
    อย่างเช่นอีกเรื่อง ใครได้เคยดู The Covenant ที่จะมีวัยรุ่นฝรั่งหลายๆ คนมีพลังพิเศษ เมื่อใช้ไปมาก จะทำให้พลังค่อยๆ ลดหายไป หนังไทยเรื่องโอปะปาติกะ ก็คล้ายๆ กันครับ พลอตเรื่องคล้ายมาก แต่ถ้าใครไม่เคยดู the covenant ผมว่าก็น่าจะมันพอใช้ได้ (ถ้าไม่ตัดหนังจนสั้นเกินไป หรือดำเนินเรื่องเอื่อยไป)

    ยังไงก็หนับหนุนหนังไทยคับ

  8. หนังไทยดีนะคับแต่ยังขาดความเนียน จิงๆ หนังฝรั่งหลายๆ เรื่องก็ไม่เนียน แต่เป็นค่านิยมไปแล้วเลยพอรับได้ แต่ด้วยหนังฝรั่งมักออกมาก่อนหนังไทย บางเรื่องเลยดูเหมือนเลียนแบบมา
    อย่างเช่นอีกเรื่อง ใครได้เคยดู The Covenant ที่จะมีวัยรุ่นฝรั่งหลายๆ คนมีพลังพิเศษ เมื่อใช้ไปมาก จะทำให้พลังค่อยๆ ลดหายไป หนังไทยเรื่องโอปะปาติกะ ก็คล้ายๆ กันครับ พลอตเรื่องคล้ายมาก แต่ถ้าใครไม่เคยดู the covenant ผมว่าก็น่าจะมันพอใช้ได้ (ถ้าไม่ตัดหนังจนสั้นเกินไป หรือดำเนินเรื่องเอื่อยไป)

    ยังไงก็หนับหนุนหนังไทยคับ

  9. ฮ่าๆ วันนั้นเป็นวันที่ดงบังมาใช่มั้ยคะ 55

    —–

    น่าดูทั้ง 2 เรื่องเลย บอดดี้ศพ#19 นี่อยากดูเพราะมีแต่คนบอกให้ดู
    ส่วน Identity นี่ เห็นเล่าแล้วน่าดูคะ จะดูให้ได้คะ :)

  10. ฮ่าๆ วันนั้นเป็นวันที่ดงบังมาใช่มั้ยคะ 55

    —–

    น่าดูทั้ง 2 เรื่องเลย บอดดี้ศพ#19 นี่อยากดูเพราะมีแต่คนบอกให้ดู
    ส่วน Identity นี่ เห็นเล่าแล้วน่าดูคะ จะดูให้ได้คะ :)

  11. ไม่ได้ดู บอดี้ศพ แต่ได้ดู identity ซึ่งฉันว่าสนุกดี เจ๋งที่พล็อตเรื่อง หลอกเราได้ประมาณหนึ่ง

  12. ไม่ได้ดู บอดี้ศพ แต่ได้ดู identity ซึ่งฉันว่าสนุกดี เจ๋งที่พล็อตเรื่อง หลอกเราได้ประมาณหนึ่ง

คุณน่าจะชอบบทความนี้
Close
Back to top button