Movie

รีวิว BNK48: One Take | สารคดี Netflix Original เล่าเรื่องเลือกตั้งไอดอล

สารคดีไอดอลเรื่องสองที่เล่าเน้นเรื่องงาน General Election ครั้งแรก หยดน้ำตาและความพยายามของไอดอลที่เล่าผ่านบทสัมภาษณ์และฟุตเทจ

นี่คือสารคดีไอดอล BNK48 เรื่องที่สองต่อจาก Girls Don’t Cry ที่เล่าเรื่องของรุ่น 1 คราวนี้หันมาเล่าเรื่องราวของวงหญิงสาวที่มีรุ่น 2 เพิ่มเติมเข้ามา โดยมีอีเวนต์เลือกตั้งหรือ 6th Single Senbatsu General Election เป็นเหตุไคลแมกซ์ งานนี้ส่งไม้ให้ผู้ดาราและกำกับหญิงอย่าง โดนัท มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล ก่อนเคยใช้ชื่อหนังว่า Real Me แต่ท้ายที่สุดก็เปลี่ยนมาใช้ชื่อ One Take ตามคอนเซ็ปต์ในการถ่ายทำ

เมมเบอร์วง BNK48 บนเวทีประกาศผลการเลือกตั้งครั้งแรก
เมมเบอร์วง BNK48 บนเวทีประกาศผล General Election ครั้งแรก

ด้วยมูลเหตุของโรคเลื่อนที่ผ่านมาหลายหน ทั้งเหตุผลที่เราไม่รู้ ทำให้หนังยังไม่ได้รับการฉายกระทั่งการเลือกตั้งครั้งที่สองอย่าง 9th Single Senbatsu General Election ผ่านพ้นไป หนังก็ยังไม่ได้ฉาย ผสมกับประเทศไทยอยู่ในวิกฤติไวรัส COVID-19 ระบาดจนโรงหนังถูกสั่งปิดทำการ ทั้งหมดทั้งมวลอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หนังสารคดีนี้กลายเป็น…

หนังสารคดีไทยเรื่องแรกที่ได้เป็น Netflix Original

เรื่องย่อหนัง ‘One Take’

เส้นทางของการเป็นไอดอลในเครือ 48 Group นั้น นอกจากจะมีการออดิชันมาเป็นรุ่นๆ แล้ว นอกจากจะมีการฝึกฝนในทั้งด้านการร้องและเต้นแล้ว ก็ยังมีหนทางของการแข่งขันที่ถูกเรียกว่า General Election หรือการเลือกตั้งของไอดอลอีกด้วย

วันเทค เกิดขึ้นและถ่ายทำในช่วงที่วงกำลังผ่านเข้ามาสู่งานการเลือกตั้งครั้งแรก ซึ่ง BNK48 ในช่วงเวลานั้นมีแล้วทั้งรุ่น 1 และรุ่น 2

ไอดอลที่มีรวมกันอยู่ราว 50 ชีวิตในเวลานั้น ได้รับการบันทึกไว้ทั้งภาพที่คนทั่วไปเคยได้เห็น ภาพของพวกเธอในเวลาที่แฟนคลับไม่ได้เข้าร่วมและรับรู้ และบทสัมภาษณ์ที่พวกเธอจะได้รับโจทย์ในคอนเซ็ปต์เดียวกัน

คือ เทคเดียว ไม่มีเทคสอง!

รีวิวหนัง ‘BNK48: One Take’

ผลงานหนังสารคดีไอดอลในวันที่ BNK48 มีเพิ่มเติมรุ่นสองเข้ามา ในความรู้สึกผมนั้น ผมว่าโดนัททำได้ดีกว่าที่คาดคิดไว้เสียอีก เธอได้ขยายวงของการพูดคุยออกไปจากเดิม นอกเหนือจากที่เราได้รับรู้ความคิดต่อการเป็นไอดอลและการเลือกตั้งไอดอลจากปากของไอดอลแล้ว เราก็ยังจะได้รับรู้เสียงที่ออกมาจากทีมงานฝั่งญี่ปุ่น แฟนคลับ และคนในวงการอีกด้วย

หนังเปิดตัวด้วยเหตุการณ์สั้นๆ ของวันประกาศผลด่วนครั้งแรก และหยิบคลิปภาพสั้นๆ ของสิ่งที่จะได้พบในช่วงถัดไป ก่อนเข้าสู่โลโก้หนัง

จากนั้นนั่นแหละ ถึงจะเป็นเวลาจริงๆ ของหนังสารคดีเรื่องนี้

อร BNK48 กับช่วงลุ้นผลด่วน
อร BNK48 กับช่วงลุ้นผลด่วน

เรื่องราวที่เล่าสลับกันไประหว่างคลิปภาพเคลื่อนไหวของเหตุการณ์และบทสัมภาษณ์ โดยมีตัวหนังสือคอยบอกจุดขีดคั่นของเหตุการณ์ จะว่าไป มันคือการร้อยเรื่องที่ทำให้คนดูเข้าใจเรื่องได้แม้ไม่ใช่แฟนคลับ

จากจุดเริ่มต้น สู่การเดินทางของความพยายาม

หนังเล่าย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นตั้งแต่การออดิชัน จุดประกายด้วยซิงเกิลที่โด่งดัง จนผลิบานกับการมาของรุ่นที่สอง พูดถึงความสำคัญของการขึ้นเป็นเซ็มบัตสึ (16 คนในเพลงหลัก) แต่ วันเทค เลือกจะมองไปถึงแฟนคลับซึ่งเป็นผู้เล่นสำคัญสำหรับการดำรงอยู่ของวง

ทีมงานเลือกเอาแฟนคลับมาบอกเล่าความรู้สึกของตัวเองในบทบาทของแรงสนับสนุน แม้จะไม่ใช่ทั้งหมดแต่ก็คือส่วนหนึ่ง

BNK48: One Take's Poster
โปสเตอร์หนัง BNK48: One Take

หากใจความสำคัญก็ยังคงมุ่งเน้นไปที่ความคิดความรู้สึกของเหล่าไอดอล

ผู้กำกับเขาเลือกจะหยิบความรู้สึกส่วนลึกภายในจิตใจของสมาชิกที่มีต่อส่วนเสี้ยวชีวิตของการเป็นไอดอล ความกดดันและการทำหน้าที่ที่ต้องผ่านทั้งรอยยิ้มและน้ำตา การเสแสร้งและความเป็นตัวตน ความพยายามและความผิดหวังที่จะคอยผลักดันได้พัฒนาตัวเองในช่วงเวลาถัดๆ ไป

เพื่อน และ คู่แข่ง

ในส่วนตัว ผมมองเห็นว่า เขาทำให้เราได้มองเห็นแง่มุมต่างๆ มากขึ้น ครอบคลุมทุกความรู้สึกของเมมเบอร์มากขึ้น (แม้มันจะเป็นแง่มุมที่คนเป็นแฟนคลับรับรู้อยู่แล้วก็ตาม) ทำให้คนนอกที่ได้ลองเอาตัวเองเข้ามาทำความรู้จักได้มองเห็นว่า การเป็นสมาชิกวงไอดอล BNK48 ไม่ใช่สิ่งง่าย ทั้งภายนอกและภายในจิตใจ

พวกเธอต้องก้าวข้ามผ่านทั้งการพัฒนาความสามารถของตัวเอง การค้นพบตัวเอง ทั้งยังต้องเป็นที่ต้องการของผู้คนไปพร้อมๆ กันด้วย พวกเธอเป็นทั้งเพื่อนที่ปรารถนาดีต่อกัน แต่พวกเธอก็ต้องการที่จะก้าวขึ้นเป็นเซ็มบัตสึ ต้องการจะก้าวออกมาอยู่แถวหน้า ทั้งที่รู้ว่าต้องมีบางคนต้องเสียใจ การอยู่ในวงนี้จึงเป็นการผสมรวมของความรู้สึกหลายอย่างปะปนกัน

เอาจริงๆ มันก็เป็นอะไรที่คนอย่างแฟนคลับล่วงรู้ดีอยู่แล้ว

สิ่งที่รู้สึกเมื่อได้ดูหนังสารคดีไอดอลเรื่องที่สอง

พอมองเห็นว่าการสร้างหนังสารคดีไอดอลดูมีกรอบในการเล่าอยู่พอสมควร ยิ่งเมื่อเป็นหนังที่ใช้ฟุตเทจ(ที่คนเคยเห็นและไม่เคยเห็น)ผนวกเข้ากับคลิปสัมภาษณ์ จึงอาจมองไม่เห็นความแตกต่างมากมายนักจาก Girls Don’t Cry สิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือ ฟุตเทจที่เพิ่มขึ้น การเล่าเรื่องที่เดินเป็นระเบียบตามไทม์ไลน์ การสัมภาษณ์คนภายนอกและแฟนคลับ และเรื่องราวก็จะดำเนินไปจนจบที่สิ้นสุดผลของการ General Election

เมมเบอร์ BNK48 ในชุมเซ็มบัตสึเพลง BNK Festival
เมมเบอร์ BNK48 ในชุมเซ็มบัตสึเพลง BNK Festival

ในใจนั้นก็ไม่ได้คิดหรือคาดหวังอะไรก่อนเปิดดู จึงรู้สึกว่า หนังหยิบความคิดแตกต่างหลากหลายของเมมเบอร์มาเล่าได้ค่อนข้างครบถ้วนดี

แต่ไม่มีความแตกต่างอย่างน่าชื่นชมเท่าที่ควร

ถ้ามองในมุมของแฟนคลับหรือคนที่ติดตามวงมานานมากกว่าสองปี น่าจะเป็นอะไรที่พวกเขาได้รับรู้มาพอสมควรแล้ว จึงไม่ได้รู้สึกจะได้พบในสิ่งที่แปลกแตกต่างจากที่รู้มา แค่เรื่องราวที่ถูกร้อยเรียงมาเล่าไว้ใน 85 นาทีเท่านั้น ไม่ได้ต่างอะไรจากสารคดีเรื่องก่อนหน้าสักเท่าใด

ประเด็นของการเล่าเรื่องที่ไม่ชัดนอกจากเล่าไทม์ไลน์ชีวิตของตัวอ่อนที่ชื่อไอดอล เติบโต และวันนี้ก็แตกหน่อออกมาแล้ว ส่วนหนึ่งคือหนังเล่าเรื่องราวที่เก่าไปแล้วกว่าเราจะได้ดู อีกส่วนหนึ่งก็คือ วงไอดอลน่าจะมีประเด็นอื่นให้เล่าได้มากกว่า ความพยายาม การแข่งขัน ความขัดแย้งทางอารมณ์ ที่มาเพียงผิวๆ แล้วก็เดินจากไป

ฝากไว้ถ้ามีเรื่องหน้าอะนะ!


ภาพยนตร์เรื่อง: BNK48: One Take
ผู้กำกับภาพยนตร์: โดนัท มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล
ผู้เขียนบทภาพยนตร์:
นักแสดงนำ: สมาชิก BNK48 รุ่น 1 และ 2
ความยาว: 85 นาที
ปี: 2020
แนว/ประเภท: Documentary
อัตราส่วนภาพ:
ประเทศ: ไทย
เรท: ไทย/, MPAA/
วันที่เข้าฉายในประเทศไทย: เข้าฉายทาง Netflix พร้อมกันทั่วโลก 18 มิถุนายน 2020
สตูดิโอ/ผู้สร้าง/ผู้จัดจำหน่าย: iAM Films, High Pigxell,Netflix

บีเอ็นเคโฟร์ตีเอท: วันเทค

พล็อตและบท - 6
เพลง/ดนตรีประกอบ - 6.3
การดำเนินเรื่อง - 5.1
งานภาพ - 6.5

6

BNK48: One Take

สารคดีไอดอลเรื่องสองที่เล่าเน้นเรื่องงาน General Election ครั้งแรก หนังเล่ายาวครอบคลุมตั้งแต่เริ่มต้นวงจนถึงงานประกาศผลการเลือกตั้ง แทรกด้วยฟุตเทจและการสัมภาษณ์เมมเบอร์ ร่วมด้วยความคิดหลากหลายจากคนบันเทิงและแฟนคลับ หากไม่คาดหวังก็จะเป็นหนังสารคดีที่เล่าได้หลากหลายมุมดี แต่ก็กลับพบว่ามันเล่าเรื่องในแนวทางเดียวกับ Girls Don't Cry เพิ่มบางสิ่งให้มากกว่าเท่านั้น เราไม่แน่ใจว่าคนทั่วไปที่ไม่ได้ติดตามวงจะรู้สึกสนุกกับการดูหนังมากน้อยแค่ไหน เพราะไร้จุดพีคอย่างสิ้นเชิง

User Rating: Be the first one !

PatSonic

บล็อกเกอร์ผู้ชอบดูหนังหลากแนว ฟังเพลงหลายสไตล์ มีเวลาว่างก็จะออกไปท่องเที่ยว บางเวลาก็หยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน หยิบซีรีส์ขึ้นมาดู แล้วก็จะหยิบมาเขียนให้ทุกคนได้อ่านกัน
Back to top button