ในโลกปัจจุบันที่เรามีเสรีภาพทางเพศมากขึ้น หนังจำพวกที่พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวจึงถูกสร้างออกมาอย่างต่อเนื่องตามสภาพของสังคมที่เปิดกว้างรับเรื่องราวพวกนี้มากขึ้นเช่นกัน หลายเรื่องได้รับการคัดและซื้อมาฉายในไทย อย่าง ‘Call Me By Your Name’ ก็เป็นอีกเรื่องที่กำลังจะได้ฉายในอีกวันสองวันนี้เช่นกัน

Call Me By Your Name เรียกฉันด้วยชื่อเธอ
ภาพจากหนัง ‘คอล มี บาย ยัวร์ เนม’

หากจะเอ่ยถึงชื่อ Luca Guadagnino คงมีไม่มากนักที่จะคุ้นชื่อของเขา แต่ถ้าเป็นคนที่ชอบดูหนังนอกกระแสมาบ้าง น่าจะคุ้นชื่อเขาจากหนังเรื่องก่อนๆ อย่าง ‘A Bigger Splash’ และนี่คืออีกหนึ่งผลงานที่คนไทยจะได้รับชมในบ้านของเราเอง ไม่ต้องถ่อไปเมืองนอกเมืองนา ทว่า อาจจะมีรอบและโรงน้อย เพราะจัดเฉพาะที่ House RCA ซึ่งสำหรับคอหนังที่อยากดูจริงๆ

ต่อให้ไกล ไปลำบาก แต่ก็ไม่ยากเกินจะไปถึงนักหรอก…

เรื่องย่อหนัง ‘Call Me By Your Name’

ช่วงฤดูร้อน ปี 1983 เรื่องราวของครอบครัวเล็กๆ ในเมืองเล็กๆ แถบอิตาลีตอนเหนือ ที่มีลูกชายวัยสิบเจ็ดอย่าง เอลิโอ (Timothée Chalamet) ที่สนิทสนมอยู่กับสาวน้อยมาร์เซีย (Esther Garrel) ที่ชอบพอเขาอยู่ เอลิโอมาอยู่ที่นี่ในช่วงหน้าร้อนทุกๆ ปี และทุกปีก็จะมีแชกคนหนึ่งมาร่วมพักอาศัยในบ้าน

ครอบครัวนี้กำลังต้อนรับการมาของ โอลิเวอร์ (Armie Hammer) ชายหนุ่มผู้สูงวัยกว่า

โอลิเวอร์นั้นเข้ามาพักอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกับเอลิโอเพียงชั่วคราว ด้วยภารกิจช่วยเหลือพ่อของเขา คุณเพิร์ลแมน (Michael Stuhlbarg) ในการวิจัยด้านอารยธรรมกรีกโรมัน

ตัวอย่างหนัง ‘คอล มี บาย ยัวร์ เนม’ [ซับไทย]

เอลิโอเริ่มแสดงออกบางอย่างต่อโอลิเวอร์ แรกเริ่มก็ดูเหมือนพวกเขาจะไม่ค่อยชอบกันมากนัก ทว่าก็ไม่อาจปิดบังสัญชาตญาณภายในได้

ความสัมพันธ์ของเด็กหนุ่มวัย 17 กับชายหนุ่มสูงวัยกว่าจึงถือกำเนิดขึ้น

รีวิว วิจารณ์หนัง ‘Call Me By Your Name’

หนังนอกกระแสที่สร้างด้วยทุนราว 4 ล้านยูโรเรื่องนี้ ได้รับกระแสชื่นชมอย่างมาก และค่อยๆ คว้ารางวัลจากสำนักโน้นนี่มาเรื่อยๆ ล่าสุด มีชื่อเข้าชิง 2 สาขาในเวทีลูกโลกทองคำปีนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

หนังชายรักชายที่ดูอบอุ่น อบอวล และเรียลมากๆ

มันเป็นหนังที่เล่าเรื่องราวของเกย์ออกมาในมุมที่ดูน่ารัก อบอุ่น ผสานไปกับองค์ประกอบอื่นๆ ที่พาให้รู้สึกสบายใจกับความสัมพันธ์ของคนคู่นี้ ขนาดคนดูที่ไม่ได้เป็นเกย์ ก็ยังรู้สึกไปด้วยว่า มันก็เป็นความรักที่เกิดได้ ไม่จำเพาะเจาะจงว่าโลกนี้จะต้องมีแค่ความรักสำหรับคนมีเพศตรงข้ามกันเพียงเท่านั้น

เรื่องราวเดินไปแบบเข้าใจง่าย ไม่ได้ซับซ้อนเกินจะเข้าใจ หนังมีเหตุมีผลในการเล่า หยิบเอาชีวิตการงานของพ่อและโอลิเวอร์มาเล่าเสริมเข้าไป แต่ก็มีเอลิโอยืนอยู่ในนั้น  หยิบเอามุมของเอลิโอที่ชอบเล่นเครื่องดนตรีโดยเฉพาะเปียโนเข้าไป ซึ่งก็ถูกใช้ในการเล่าเรื่อง

ไม่ได้ใส่มาจนกลายเป็นส่วนเกินของหนัง

Call Me By Your Name | เรียกฉันด้วยชื่อเธอ
ภาพจากหนัง ‘คอล มี บาย ยัวร์ เนม’

องค์ประกอบที่มาส่งเสริมกันได้ดี นอกจากดนตรีประกอบกรุ๊งกริ๊งๆ เพราะๆ แล้ว ก็ยังมีโลเกชั่นที่เลือกไปถ่ายอิตาลีในเขตสงบๆ ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน ผนังเป็นอิฐ สิ่งก่อสร้างก็เป็นสีอิฐทั่วเมือง ออกไปนอกเมืองก็มีแต่พื้นที่สีเขียวๆ ทั้งหมดทั้งมวลอบอวลรวมตัวกัน

ทำให้ ‘คอล มี บาย ยัวร์ เนม’ มีความดูเพลินเป็นอย่างยิ่ง

ด้วยลีลาการแสดงที่เป็นธรรมชาติ เหมือนพวกเขาคิดและเป็นอย่างนั้นจริงๆ จนไม่อาจแยกออกได้ว่าพวกเขากำลังแสดง ทุกอย่างจึงดูเรียลอย่างเหลือเชื่อ แม้เราจะไม่ได้เป็นเกย์ แต่เรากลับซึมซับโมเมนต์เหล่านั้นได้อย่างไม่เคอะเขิน

จนสงสัยและถามตัวเองไปว่า นี่ใจเราเปลี่ยนไปแล้วงั้นเหรอ?

เพลงประกอบสุดเพราะ ส่งเสริมอารมณ์ให้อิน

เรื่องราวของเอลิโอผู้มาพักร้อน วันๆ แทบจะไม่ได้ทำอะไร นอกจาก เล่นเปียโน อ่านหนังสือ ฟังเพลง เที่ยวเล่น แต่การมาของโอลิเวอร์ทำให้ฤดูร้อนนี้มีความหมายที่แตกต่างออกไป เด็กหนุ่มวัย 17 ผู้ยังค้นหาตัวเอง โดยในด้านความรัก เขายังอยู่ระหว่างกลางของทางเลือก ว่าจะมีความสัมพันธ์กับคนเพศไหนดี

อีกส่วนเขาก็ยังคงเป็นเด็กหนุ่มที่แสดงออกทางด้านความรักอย่างไร้เดียงสา คิดอย่างไรรู้สึกอย่างไร ก็แสดงออกไปอย่างนั้น ความสามารถพิเศษของเขาในการเล่นเครื่องดนตรีถูกหยิบมาใช้มากพอสมควรทีเดียวในหนังเรื่องนี้

Call Me By Your Name | เรียกฉันด้วยชื่อเธอ
โปสเตอร์หนัง ‘คอล มี บาย ยัวร์ เนม’ เวอร์ชั่นไทย

มันจะมีฉากที่เขาเล่นเปียโนอยู่หลายฉาก มีแต่เพลงคลาสิกเพราะๆ อยู่ในนั้น แถมหนังก็ยังเปิดด้วยเสียงเปียโนอีก น่าเสียดายอยู่อย่างนึง คือ หนังไม่ใช้ความสามารถทางเปียโนของเอลิโอในการเล่าเส้นเรื่องหลัก เพียงแค่ใช้มันเพื่อช่วยเล่าเรื่องให้มีสีสันเท่านั้น

ขณะที่เพลงประกอบในหนัง ช่างไพเราะจับจิตมาก แถมดูในโรง House ก็ใส่คำแปลเนื้อเพลงมาให้หมดจดด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นส่วนสำคัญยิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้ใกล้เคียงความเพอร์เฟกต์และอบอุ่นมากๆ

งานกำกับคน งานกำกับภาพที่ต้องถือว่าสุดยอด

หนังมีหลายอย่างที่ทำให้เราได้หยิบมาคิดถึง เหมือนคนทำแอบใส่รายละเอียดบางอย่างเอาไว้ให้เราไปนั่งค้นหาเอาเอง

แต่สิ่งที่ต้องทึ่งอย่างหนึ่ง คือ การกำกับตัวนักแสดงนำทั้ง Armie Hammer และ Timothée Chalamet ของผู้กำกับฯ Luca Guadagnino ว่าเขาทำได้อย่างไร ไกด์นักแสดงด้วยวิธีไหน ทำไมพวกเขาเล่นบทแบบนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ จนเหมือนว่าพวกเขาเป็นตัวละครนั้นจริงๆ

Call Me By Your Name | เรียกฉันด้วยชื่อเธอ
ภาพจากหนัง ‘คอล มี บาย ยัวร์ เนม’

นอกจากงานกำกับแล้ว งานด้านภาพก็เป็นอีกจุดโดดเด่นของหนัง แม้โลเกชั่นทุกอย่างดูเก่า แต่งานภาพทำให้มันดูโรแมนติก และหลายช็อตก็สื่อความหมายได้ดี น่าชื่นชมผลงานคนไทยอย่าง สยมภู มุกดีพร้อม เสียจริงๆ

งานบทก็เป็นอีกสิ่งที่น่าชื่นชม คำพูดดีๆ โดนๆ อย่างประโยคก็น่าจะหยิบกลับไปใช้ได้ดี ทำให้เราได้มองเปิดตามองโลกในมุมใหม่ๆ ทำให้เราลองเรียนรู้ชีวิตในมุมมองที่แตกต่าง เราอาจพบเจอทั้งสิ่งที่ทำให้ยิ้ม หัวเราะ สุขใจ แต่เราก็มักจะได้เจออีกด้านโดยไม่คาดคิดฝันอีกเช่นกัน

โลกนี้มันหาวิธีเล่นจุดอ่อนเราได้เสมอแหละ

—————-

ชื่อภาพยนตร์: Call Me By Your Name / เอ่ยชื่อคือคำรัก / คอล มี บาย ยัวร์ เนม
ผู้กำกับภาพยนตร์: Luca Guadagnino
ผู้เขียนบทภาพยนตร์: James Ivory (screenplay by), André Aciman (based on the novel by)
นักแสดงนำ: Armie Hammer, Timothée Chalamet, Michael Stuhlbarg, Esther Garrel, Amira Casar
ดนตรีประกอบ:
ผู้กำกับภาพ: สยมภู มุกดีพร้อม
ความยาว: 132 นาที
แนว/ประเภท: Drama, Romance
อัตราส่วนภาพ: 1.85 : 1
ปี: 2017
เรท: ไทย/, MPAA/R
วันที่เข้าฉายในประเทศไทย: 14 ธันวาคม 2017
สตูดิโอ/ผู้สร้าง/ผู้จัดจำหน่าย: Frenesy Film Company, La Cinéfacture, RT Features

PatSonic Blog Comment

2 COMMENTS

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.