รีวิวหนัง Practical Magic 2 สองสาวพลังรักเมจิก มนตราเสน่หา | แม่มดรุ่นใหม่วุ่นรัก
หนังเรื่องนี้เคยมีภาคแรกที่ออกฉายไปเมื่อปี 1998 เรื่องราวของสองพี่น้องที่ต้องกำพร้าพ่อแม่จนต้องมาอาศัยอยู่กับป้าๆ ที่เกาะแห่งหนึ่ง แต่ความนิสัยแตกต่างเลยแยกไปอยู่คนละที่กัน แต่สุดท้าย คำสาปเรื่องชายคนรักที่จะมีอันเป็นไปก็ตามมาเจอพวกเธอจนได้ มันเป็นหนังที่ให้ฟีลแปลกประหลาด แต่ก็ไม่คิดว่า 28 ปีถัดมา ทางสตูดิโอจะสร้างภาคสองมาให้เราดูกันอีกครั้ง กับ ‘Practical Magic 2’ หรือชื่อไทย ‘สองสาวพลังรักเมจิก มนตราเสน่หา’ นั่นแล
บทความนี้มีอะไรบ้าง?
คิดเห็นเช่นไรกับหนังแม่มดภาคต่อเรื่องนี้?
ภาคสองที่ตามมาเมื่อเวลามันล่วงเลยผ่านไป 28 ปี กลับมาหนนี้ ลูกทั้งสองของแซลลี่โตเป็นสาวแล้ว แต่พวกเขาก็เติบโตมาอย่างไม่รู้ว่าตัวเองมีเชื้อสายแม่มด ไม่รู้จักเวทมนตร์ ไม่รู้ว่าคำสาปนั้นเป็นของจริง พอคนเล็กมีรักและล่วงรู้ความจริงขึ้นมาก็เลยอยากลบล้างคำสาป เป็นเหตุให้ทั้งครอบครัวต้องผจญภัยข้ามทวีปเพื่อช่วยเหลือ หนังยังอบอุ่นด้วยสายใยของครอบครัวอยู่เช่นเคย พาสองนักแสดงระดับตัวแม่ให้กลับมาเล่นเป็นแม่มดอีกหน
แต่ที่รู้สึกคือ อาจจะเดินเรื่องช้าไปหน่อย ถ้ากระชับกว่านี้จะดีมากๆ เบย
เรื่องย่อหนัง ‘Practical Magic 2’
มันเป็นเรื่องของพี่น้องตระกูลโอเวนส์ที่ไม่ว่ายังไงก็ยังเป็นพี่น้องกันตลอดไป แซลลี่ (Sandra Bullock จากหนังเรื่อง ‘Gravity’ และ ‘The Lost City’) ที่ยังคงมีความสุขกับชีวิตในบ้านแม้จะโดนจิลเลียน (Nicole Kidman จากหนังเรือง ‘The Northman’ และ ‘Aquaman’) กระทุ้งอยู่เรื่อยให้ออกไปใช้ชีวิตซะบ้าง นั่นเพราะหลังจากแซลลี่สูญเสียไปทั้งไมเคิลและแกรี่ เธอก็ไม่สนจะคบหากับใคร นอกจากทำงานบรรณารักษ์ที่ห้องสมุดแห่งหนึ่งเท่านั้น
จนมาถึงงานวันเกิดของป้าเจ็ทตี้ ทำให้บ้านหลังนี้อบอุ่นพร้อมหน้า มีทั้งป้าแฟรนนี่ (Stockard Channing) จิลเลียน และลูกทั้งสองของแซลลี่ แอนโทเนีย (Maisie Williams จากซีรีส์ ‘Game of Thrones’) และไคลี่ (Joey King จากหนังเรื่อง ‘Independence Day: Resurgence’) ที่โตเป็นสาวกันหมดแล้ว
แซลลี่ตัดเรื่องเวทมนตร์ออกไปไม่ให้แอนโทเนียและไคลี่ต้องมายุ่งเกี่ยวกับมันอีก แม้ทั้งสองคนจะรู้เรื่องคนเขาพูดกันเรื่องคำสาปแต่ก็ไม่ได้มองว่ามันจะเป้นเรื่องจริงอะไร จนในวันที่ไคลี่มีกิเดียน (Xolo Maridueña จากหนังเรื่อง ‘Blue Beetle’) เป็นแฟนและเขาประสบอุบัติเหตุจนโคม่าอยู่ในโรงพยาบาล ไคลี่จึงออกเดินทางไปแก้ไขคำสาป แม้ว่านั่นจะเป็นการใช้เวทมนตร์ครั้งแรกในชีวิต
ด้วยความช่วยเหลือของ เอียน ไรท์ (Lee Pace จากหนังเรื่อง ‘Bodies Bodies Bodies’) ผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์ด้านนี้ พวกเขาต้องร่วมมือกันเพื่อลบล้างมนตราเสน่หาและช่วยเหลือครอบครัวของพวกเขาเอาไว้
รีวิวหนัง ‘สองสาวพลังรักเมจิก มนตราเสน่หา’
ห่างหายกันไปนานเลยนะ ภาคแรกฉายเมื่อปี 1998 ภาคที่สองมาในปี 2026 มันห่างกันถึง 28 ปีเลยเชียว นานพอจะทำให้ตัวแสดงนำในภาคแรกกลายเป็นรุ่นป้าในสมัยนี้ไปโดยปริยาย แล้วลูกสาวของตัวนำในภาคก่อนก็กลายเป็นตัวนำ(ร่วม)ในภาคนี้
แอนโทเนีย ที่โตมาเป็นหมอ กับ ไคลี่ ที่จะออกไปทางอาร์ติสหน่อยๆ พวกเขาเป็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่เชื่อเรื่องเวทมนตร์ เรื่องแม่มด หัวเราะเยาะคำสาปเสียด้วยซ้ำ โดยไม่ทันคาดคิดว่า เรื่องที่ร่ำลือกันนั้น มันเป็น “เรื่องจริง”
อันนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะแซลลี่ คุณแม่ของสองสาวนั้น เจ็บปวดกับความรักมามาก สูญเสียทั้งไมเคิลผู้เป็นพ่อของแอนโทเนียและไคลี่จากอุบัติเหตุ แล้วกว่าจะมาถึงภาคนี้ แกรี่ที่ลงเอยกับแซลลี่ในภาคแรกนั้น เขาก็กลายเป็นปุ๋ยไปแล้ว ซึ่งสิ่งนี้มันส่งผลให้แซลลี่เลือกที่จะไม่ให้ลูกๆ ล่วงรู้ว่าพวกเธอเป็นลูกหลานตระกูลแม่มด ไม่ให้เรียนเวทมนตร์เลย แม้ลูกๆ จะได้ยินตำนานเรื่องสาวตระกูลนี้รักใครต้องตายก็ตามที
แต่อย่างว่า มันอยู่ในสายเลือด ยังไงวันนึงชีวิตก็ต้องวนมาเจอกับวิบากกรรมและเวทมนตร์อยู่ดี
เหมือนหนังพยายามวนซ้ำ ครั้งนี้ บทก็พาคนดูกลับไปเจอกับตำนานวันเก่าเช่นเคย แต่ทำให้มันเก่าไปกว่านั้นอีก พร้อมกับเพิ่มรายละเอียดใหม่ๆ เข้าไป ที่จดจำได้สนิทก็คงเป็น “ด้วงแห่งความตาย” ที่จะปรากฏตัวพร้อมเสียงให้ได้ยินกันหลายครั้งในระหว่างเรื่องราว บวกกับคัมภีร์เรเวนเล่มแดงที่นำพาให้ครอบครัวที่เหลือแต่เพศหญิงนี้ให้ต้องผจญภัยข้ามทวีป ได้เจอกับหนุ่มคนใหม่ ชื่อของเขาคุ้นมาก เอียน ไรท์ จนสงสัยว่ามือเขียนบทจะชื่นชอบนักฟุตบอลตำนานแห่งเกาะอังกฤษคนนี้หรือเปล่า
และด้วยความที่หนังมันกลับมาสร้างภาคต่อในอีก 28 ปีถัดมา ทำให้สามารถสร้างฉากแฟนตาซี ใส่เทคนิคพิเศษได้อลังการสมจริงกว่าเก่า ทำให้ภาคนี้สามารถเล่นได้ใหญ่กว่าเดิม
เช่นเดียวกับการเดินทางจากจุดสตาร์ทไปถึงเส้นชัยก็ใช้เวลายาวนานกว่าเดิมไปด้วย หนังให้เวลากับการสนทนาของตัวละครมากพอดู เพื่ออธิบายทุกการกระทำ ทุการตัดสินใจ ทุกความรู้สึกที่แปรเปลี่ยน ซึ่งหลายครั้งมันก็ทำให้เรื่องราวค่อยๆ ยืดยาวออกไป จนแทนที่คนดูจะรู้สึกตื่นเต้น กลับรู้สึกว่าเมื่อไหร่จะผ่านพ้นตรงนี้ไปได้สักที
แต่สิ่งหนึ่งที่หนังทำให้เราได้อย่างอิ่มเอมเลย ก็คือ การนำเอานักแสดงหญิงที่เราชื่นชอบผลงานของเขามาตั้งแต่สมัยโน้น ให้กลับมาโลดแล่นในบทเดิม ทั้ง แซนดรา บุลล็อค และ นิโคล คิดแมน ที่ตอนนี้ก็คงเรียกว่าเป็นตัวแม่ของวงการได้แล้ว พวกเธอยังซ่าออกรสได้ไม่ต่างจากวันวาน กับเรื่องราวที่ยังคงมู้ดเดิมและความตั้งใจเดิมเอาไว้ไม่เปลี่ยน
หญิงสาวที่ต้องเรียนรู้เข้าใจความรัก ท่ามกลางคำสาปที่พร้อมจะพรากมันไป แต่คำสัญญาที่ใช้เลือด คำสาบานกับรอยกรีดบนมือเหล่านั้น ที่จะพาให้ทั้งครอบครัวก้าวข้ามผ่านอุปสรรคไปด้วยกัน สิ่งสำคัญคือ พวกเธอต้องยอมรับในสิ่งที่เป็น และเป็นตัวเองให้ได้มากที่สุดนั่นเอง
รายละเอียดเกี่ยวกับหนัง
| ชื่อภาพยนตร์ | Practical Magic 2 / สองสาวพลังรักเมจิก มนตราเสน่หา |
| กำกับ | Susanne Bier |
| เขียนบท | Akiva Goldsman, Georgia Pritchett, Kelly Marcel |
| แสดงนำ | Sandra Bullock, Nicole Kidman, Dianne Wiest, Stockard Channing, Maisie Williams, Joey King, Lee Pace |
| แนว/ประเภท | โรแมนติก, แฟนตาซี, ดราม่า, คอมเมดี้ |
| เรท | PG-13 |
| ความยาว | 110 นาที |
| ปี | 2026 |
| สัญชาติ | สหรัฐอเมริกา |
| เข้าฉายในไทย | 10 กันยายน 2026 |
| ผลิต/จัดจำหน่าย | Alcon Entertainment, Blossom Films, DiNovi Pictures |
คะแนนรีวิว สองสาวพลังรักเมจิก มนตราเสน่หา
พล็อตและบท - 6.5
การแสดง - 7
การดำเนินเรื่องและการตัดต่อ - 6.5
เพลงและดนตรีประกอบ - 7
งานถ่ายภาพ เทคนิคพิเศษ และโปรดักชัน - 7
6.8
Practical Magic 2
ภาคสองที่ตามมาเมื่อเวลามันล่วงเลยผ่านไป 28 ปี กลับมาหนนี้ ลูกทั้งสองของแซลลี่โตเป็นสาวแล้ว แต่พวกเขาก็เติบโตมาอย่างไม่รู้ว่าตัวเองมีเชื้อสายแม่มด ไม่รู้จักเวทมนตร์ ไม่รู้ว่าคำสาปนั้นเป็นของจริง พอคนเล็กมีรักและล่วงรู้ความจริงขึ้นมาก็เลยอยากลบล้างคำสาป เป็นเหตุให้ทั้งครอบครัวต้องผจญภัยข้ามทวีปเพื่อช่วยเหลือ หนังยังอบอุ่นด้วยสายใยของครอบครัวอยู่เช่นเคย พาสองนักแสดงระดับตัวแม่ให้กลับมาเล่นเป็นแม่มดอีกหน แต่ที่รู้สึกคือ อาจจะเดินเรื่องช้าไปหน่อย ถ้ากระชับกว่านี้จะดีมากๆ เบย













