Movie

รีวิว Maleficent: Mistress of Evil | มาเลฟิเซนต์ ภาคนี้ชื่อ นางพญาปีศาจ

มิเชล ไฟเฟอร์ ปะทะ แองเจลิน่า โจลี่ อินเนอร์พลุ่งพล่าน คนที่ชอบอยู่แล้วน่าจะชอบมากขึ้นไปอีก

จากจุดเริ่มต้น กำเนิดนางฟ้าปีศาจ ในภาคก่อน วันนี้ ได้เวลาของภาพสองกันแล้ว กับขุ่นแม่มาลี ที่กลับพร้อมภาคใหม่ชื่อใหม่ Maleficent: Mistress of Evil หรือชื่อไทย มาเลฟิเซนต์ นางพญาปีศาจ ที่ยังคงเป็น Angelina Jolie ขุ่นแม่คนเดิมเพิ่มเติมตัวละครใหม่

ภาพจากหนัง นางพญาปีศาจ

งานนอกจากเสริมทัพด้วยจำนวนตัวละครแล้ว ก็ยังมีความเปลี่ยนอีกสิ่งคือตัวผู้กำกับ ที่ภาคนี้เปลี่ยนมือเป็น Joachim Rønning (จากเรื่อง Pirates of the Caribbean: Salazar’s Revenge และ Kon-Tiki) ที่ทำให้สีสันของหนังและการเดินเรื่องแปรเปลี่ยนไปในทางดีขึ้นมาก

เรื่องย่อหนัง ‘Maleficent: Mistress of Evil’

โลกในเทพนิยายที่ขยายสู่เรื่องราวที่ยังไม่เคยไปถึงมาก่อน เมื่อเจ้าหญิงออโรร่า (Elle Fanning สายน้อยสุดน่ารักจากหนัง The Beguiled, 20th Century Women และ Super 8 ) แห่งเมืองมัวร์สของขุ่นแม่ มาเลฟิเซนต์ (Angelina Jolie จากหนัง Wanted, Salt, Mr. & Mrs. Smith, By the Sea และอีกมากมาย) รับคำจะแต่งงานกับเจ้าชายฟิลิป (Harris Dickinson) เจ้าชายของอีกเมืองหนึ่ง แน่นอนว่าขุ่นแม่ย่อมจะไม่ต้องการส่งลูกสาวสุดที่รักให้จากอกไปอยู่กับมนุษย์

แต่ข้างฝ่ายเจ้าชายนั้นก็ใช่ย่อย แม้พระราชาจะดูไม่เท่าไหร่ แต่ราชินีอิงกริธ (Michelle Pfeiffer จากหนัง Batman Returns, Dangerous Minds และ What Lies Beneath)​ ของเมืองนั้น ถึงแม้เธอจะเป็นมนุษย์แต่ก็ไม่ได้เกรงกลัวภัยของแม่มดสักเท่าไร เธอเตรียมการทุกอย่างไว้สรรพเพื่อจะจัดการกับชาวเมืองมัวร์ทั้งหลาย

โดยใช้การอภิเษกของเจ้าชายเจ้าหญิงเป็นจุดเริ่มต้น

ตัวอย่างหนัง นางพญาปีศาจ ซับไทย

งานนี้คล้ายจะมีตัวแปรที่ไม่คาดคิด แต่ดูอีกที กลับคล้ายก็อิงกริธจะเตรียมรับมือไว้หมดแล้ว สงครามย่อยของสองตระกูลต่างเมือง กับสงครามใหญ่ที่ส่อเค้าลางมาจากกองกำลังมืด ทำให้นี่จะเป็นเรื่องราวตอนต่อของเทพนิยายที่ไม่เคยถูกเล่า

และไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

รีวิว วิจารณ์หนัง ‘Maleficent: Mistress of Evil’

เอาจริงๆ การย้อนกลับไปดูภาคแรกมาก่อนหรือไม่ก็ดูจะไม่สำคัญเท่าไร เพราะตัวหนังเองก็ไม่ได้ต้องการรายละเอียดก่อนเก่ามากมาย ศึกษาเรื่องย่อมาเพียงเบาๆ หรือพอจะรู้เรื่องราวของเจ้าหญิงนิทรามาบ้างก็พอจะไปต่อได้แล้วล่ะ

เมื่อเด็กสาวที่นางรักดั่งลูก กำลังจะมีความรักและต้องการจะแต่งงานกับเจ้าชายผู้เป็นมนุษย์ แม่ทูนหัวอย่างมาเลฟิเซนต์จึงรู้สึกเหมือนกำลังจะถูกพรากสิ่งรักไป ขณะเดียวกันครอบครัวฝ่ายชายก็ดูเหมือนจะรักใคร่ออโรร่าดี แต่เบื้องหลังกลับซุกซ่อนจุดมุ่งหมายบางอย่างเอาไว้ แล้วเรื่องราวก็กลับกลายขยายใหญ่โตเป็นสงครามเผ่าพันธุ์

นอกเหนือจากเรื่องแม่ผัวแม่ยายผู้อยู่ในชนชั้นกษัตริย์

โปสเตอร์หนังเวอร์ชันไทยของ มาเลฟิเซนต์ นางพญาปีศาจ

งานภาพยังคงโดดเด่นยิ่ง

ฉากเริ่มต้นเรื่องนี่เล่นเอาตาย ไม่ว่าจะเป็นการแพนกล้องหมุนฉวัดเฉลียน เคลื่อนกล้องเร็วบนผิวน้ำ อาจเรียกได้ว่าเป็นลองช็อตเลยก็ว่าได้ ตะลึงตามาก ไม่พอ ฉากธรรมชาติในเมืองมัวร์สที่เน้นความชัดตื้นชัดลึก มีเศษฝุ่นละอองเกษรดอกไม้ เป็นช่วงเวลาโชว์ฝีมือ 3 มิติที่เด่นที่สุดในเรื่องแล้ว

ส่วนที่เหลือก็ถือว่าทำได้ตามมาตรฐาน

แองเจลินา โจลี ใน มาเลฟิเซนต์ 2

ความขัดแย้ง และสงครามเผ่าพันธุ์

เอาจริงๆ เรื่องราวในหนังภาคนี้ก็ไม่อาจนับได้ว่ามีอะไรแปลกใหม่ หากแต่เป็นการฉีกจากเรื่องราวเดิมๆ เพิ่มเติมตัวละครและฉากมันๆ ของสงครามเข้ามามากขึ้น ไม่มีสักช่วงที่รู้สึกง่วงเหงา จริตจะก้านความเป็นขุ่นแม่ทั้งฝ่ายโน้นและฝ่ายนั้นจัดมาเต็ม ชนิดที่ถ้าใครมีจริตชอบอะไรแบบนี้ก็คงจะสมใจกันไปแหละ

แต่ผมชอบที่หนังพาไปเราพบกับความซับซ้อนของจิตใจตัวละครและการชิงไหวชิงพริบกันไปมาระหว่างฝั่ง ทั้งยังมีตัวละครที่เราอาจไม่เคยรู้มาก่อน มีกองทัพใหม่ มีที่มาที่ไปที่สร้างความอึ้ง อีกทั้งยังมีมุกตลกแทรกซึมให้ได้หัวเราหึๆ กันเป็นพัก เรื่องราวจึงไม่ได้ดูเด็กจนเกินไปนัก

มันมีความขัดแย้งในจิตใจของตัวละครผสมอยู่ ต้องตัดสินใจชั่งน้ำหนักและเลือกจะอยู่ฝั่งฝ่ายใดดี มีแนวความคิดในการปรองดองสมานฉันท์ มีไอเดียของความบูลลี่สร้างความเชื่อผิดๆ หยิบโยนให้อีกฝ่าย

อะไรแบบนี้

บทลงเอยที่ง่ายดายไปนิด

หากจะมีความรู้สึกว่าไม่ชอบอยู่บ้าง ก็คงจะเป็นช่วงคลี่คลายของเรื่องราว หลังจากทั้งหมดดำเนินมาด้วยความกระชับฉับไวไม่เยิ่นเย้อ เมื่อมาถึงคราวลงเอยก็เหมือนตัวละครบางส่วนที่น่าจะยังมีปัญหาค้างคาใจอยู่กลับแปรผันได้อย่างฉับไวง่ายดายจนอาจจะทำให้ฉงนไปได้สักพักหน่อย

จนอาจต้องทำใจปล่อยผ่านเพื่อจะหนังมันจบอย่างไม่ยืดยาวไปกว่านี้

สามนักแสดงในหนัง มาเลฟิเซนต์ นางพญาปีศาจ

มิเชล แอล และแองเจลิน่า

การเลือกเอา มิเชล ไฟเฟอร์ มาเป็นขุ่นแม่ของเจ้าชายที่ต้องมาปะทะทั้งคารมและการควบคุมศึกกับแม่มดร้ายที่แสดงโดยแองจิล่า โจลี่ คือคู่แข่งขันที่สมน้ำสมเนื้อกันดี นอกเหนือไปจากอินเนอร์ที่สาดใส่เข้ามาเต็มจอแล้ว หากจะดูเรื่องคอสตูม และการตกแต่งใบหน้า ก็นับได้ว่าเป๊ะดีไม่หยอก

นอกเหนือจากนั้น น้องแอลก็เป็นสิ่งดีที่ปรากฏอยู่ท่วมท้นในหนังเรื่องนี้

ความสว่างสดใสกระจายฟุ้งเต็มทั้งหนัง คือส่วนผสมที่จัดได้ว่าเหมาะเจาะและทำให้หนังที่มีดีที่งานภาพ ซีจี คอสตูม แคสติ้ง กับเรื่องราวที่ดูหนักแน่นและไปไกลกว่าที่เคยรับชมกันมาแม้ว่าจะไม่ได้พบเจออะไรใหม่นักก็ตาม แต่ก็นับว่านางพญาปีศาจดูสนุกกว่าภาคก่อนแทบจะเห็นๆ ล่ะครับ

อ่อ หนังเรื่องนี้ไม่มีฉากแถมเน่อ


ชื่อภาพยนตร์: Maleficent: Mistress of Evil / มาเลฟิเซนต์ นางพญาปีศาจ
ผู้กำกับภาพยนตร์: Joachim Rønning
ผู้เขียนบทภาพยนตร์: Micah Fitzerman-Blue , Noah Harpster 
นักแสดงนำ: Teresa Mahoney, Angelina Jolie, Elle Fanning, Michelle Pfeiffer
ความยาว: 118 นาที
ปี: 2019
แนว/ประเภท: Adventure, Family, Fantasy
อัตราส่วนภาพ: 2.39 : 1
เรท: ไทย/, MPAA/PG
วันที่เข้าฉายในประเทศไทย: 16 ตุลาคม 2562
สตูดิโอ/ผู้สร้าง/ผู้จัดจำหน่าย: Roth Films, Walt Disney Pictures

BlogComment
พล็อตและบท - 7.1
การแสดง - 7.8
เพลง/ดนตรีประกอบ - 7.1
การดำเนินเรื่อง - 7.1
งานภาพ - 7.8

7.4

สานต่อเรื่องราวเทพนิยายด้วยสงครามแห่งเผ่าพันธุ์ ตื่นเต้นระทึกใจดี ทั้งยังพบความขัดแย้งในตัวละครเอง ทั้งยังเป็นหนังที่เล่าเรื่องความไม่ลงรอยกันระหว่างครอบครัวฝ่ายชายและหญิงที่กำลังจะมาเกี่ยวดองกัน ทั้งยังมีเผ่าพันธุ์ลับที่ไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อน ฉากการต่อสู้ที่สนุกพลิกผันและชวนอึ้ง หากแต่บางตัวละครกลับเข้าใจสถานการณ์ได้ง่ายดายเกินคาดในช่วงลงเอย

User Rating: Be the first one !

อ่านเรื่องอื่นๆ
แท็ก

PatSonic

บล็อกเกอร์ผู้ชอบดูหนังหลากแนว ฟังเพลงหลายสไตล์ มีเวลาว่างก็จะออกไปท่องเที่ยว บางเวลาก็หยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน หยิบซีรีส์ขึ้นมาดู แล้วก็จะหยิบมาเขียนให้ทุกคนได้อ่านกัน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

คุณน่าจะชอบบทความนี้

Close
Back to top button
Close