ภาพยนตร์

รีวิวหนัง The Covenant | ลุยเดี่ยวฝ่าดงตาลีบัน..ไปช่วยเพื่อน

ทหารเมกันผู้เสี่ยงตายลุยเดี่ยวกลางดงตาลีบัน เพื่อช่วยเพื่อนอัฟกันที่เป็นล่าม

บางที เราก็ชอบพาตัวเองไปพบกับหนังสงคราม ทั้งที่ไม่ได้เป็นคนชอบหนังสงคราม แต่เพราะพล็อตเรื่องมันน่าสนใจ ดูตัวอย่างแล้วพบว่าอยากดูหนังเต็ม หนังที่มีคำแปลว่า ข้อตกลงร่วมกัน พันธะผูกพัน นี่มันจะเล่าเรื่องยังไง การที่คนหนึ่งคน จะลุยเดี่ยวเข้าไปเพื่อช่วยอีกคนที่เขารู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ ให้รอดกลับออกมา นั่นแหละ คือหนังเรื่องนี้… ‘The Covenant’

ภาพจากหนังเรื่อง The Covenant
ภาพจากหนังเรื่อง ‘The Covenant’

จนถึงตอนนี้ เวลาให้เครดิตชายที่ชื่อ Guy Ritchie ก็ยังเห็นว่าเป็น ‘Sherlock Holmes’ ทั้งที่ความจริง เขากำกับหนังมามากมาย เขียนบทมาก็หลายเรื่อง เขาคือคนเขียนบทและกำกับหนังอย่าง ‘Snatch’, ‘Lock, Stock and Two Smoking Barrels’ , ‘RocknRolla’ และ ‘The Man from U.N.C.L.E.’ หรืองานล่าๆ ของเขาอย่าง ‘The Gentlemen’ และ ‘Aladdin’ ก็ถือว่าไม่เลวเช่นกัน อาจเป็นเพราะงานของเขาไม่ได้โดดเด่นจนประทับอยู่ในใจผู้คนมากพอ

แต่ในวันนี้ คุณอาจจะได้เจอหนังที่น่าประทับใจของเขาสักทีก็เป็นได้


เรื่องย่อหนัง ‘Guy Ritchie’s the Covenant’

หนังพาเราย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาหลัง 11 กันยา สหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยการส่งทหารลงไปในพื้นที่ตาลีบัน หนึ่งในนั้นคือ สิบเอก จอห์น คินลีย์ (Jake Gyllenhaal จากหนังเรื่อง ‘Prisoners’ และ ‘Nightcrawler’) ที่มีหน้าที่สืบหาแหล่งสะสมอาวุธและทำลาย เขากำลังมองหาล่ามคนใหม่เพื่อไปแทนคนเก่าที่เสียไป

ตัวอย่างหนังอย่างเป็นทางการของ ‘The Covenant’ [ซับไทย]

และเขาก็เลือก อาห์เหม็ด (Dar Salim จากซีรีส์เรื่อง ‘Game of Thrones’ และหนังเรื่อง ‘Black Crab’) แม้จะรู้ว่าชายอัฟกันคนนี้มีบุคลิกหัวดื้อ และควบคุมได้ยาก ก่อนที่ภารกิจที่เต็มไปด้วยอันตราย จะพาพวกเขาให้ต้องเผชิญชะตากรรมร่วมกัน และกลายเป็นเขารอดตายได้เพราะล่ามแปลภาษาคนนี้ แต่ก็ทำให้จอห์นรู้ตัวว่า เขาต้องกลับไปเพื่อช่วยล่ามคนนั้นออกมา ก่อนจะไม่เหลือลมหายใจให้ช่วยเหลือ


รีวิวหนัง ‘เดอะ โคเวแนนท์’

อาจคาดคิดว่าหนังของกาย ริทชี่ จะต้องมีฉากเปิดเท่ๆ งานสโลว์โมชันต้องมา มีความตลกกวนๆ หรือต้องหักเหลี่ยมเฉือนคม แต่ไม่ใช่สำหรับหนังเรื่องนี้ ที่แทบจะเหมือนหนังสงครามจากเรื่องราวจริงเลยด้วยซ้ำ นี่มันเป็นหนังแนวแอคชัน ผสมทริลเลอร์ และอาจจะรวมดราม่าเข้าไปด้วยซ้ำ หนังจึงดูเคร่งขรึมจริงจังแต่ก็มีมุกเล็กๆ แทรกเข้ามานิดหน่อย

มันคือภารกิจของทหารชาวอเมริกันที่ปฏิบัติภารกิจอยู่กลางแผ่นดินอัฟกัน พวกเขาคือคนขาวที่เป็นคนนอก ไม่เป็นที่ยอมรับของคนพื้นที่ และถือเป็นคนนอกศาสนา และแน่นอนว่า การที่คนในพื้นที่เลือกมาเป็นล่ามให้กับชาวอเมริกัน ย่อมถูกมองอย่างดูหมิ่น แต่สำหรับ อาห์เหม็ด ตัวเอกของเรื่อง เขามีเหตุผลที่ทำให้เกลียดตาลีบัน ซึ่งนั่นทำให้เขาทำงานร่วมกับทหารเมกันเหมือนแกงที่เคี่ยวจนเข้าเนื้อมากกว่าคนอื่น

Dar Salim ในหนังเรื่อง เดอะ โคเวแนนท์
Dar Salim ในหนังเรื่อง ‘เดอะ โคเวแนนท์’

ในความรู้สึกของนายแพท หนังเรื่องนี้ก็ดูไม่ได้เร่งรีบจะเล่าให้เดินเรื่องฉับไวอะไรขนาดนั้น แต่กลับให้เวลาเล่าถึงสิ่งที่ตัวละคร 2 ตัวต้องใช้ร่วมกัน เพื่อบอกเล่าความหนักแน่นที่จะเกิดขึ้นภายหลัง หนังใช้ทัศนียภาพในแถบสเปนที่ถ่ายทำออกมาให้เหมือนกับเป็นอัฟกานิสถาน ผ่านมุมกล้องสวยๆ และบางจุดก็ใช้แฮนด์เฮลด์ที่ชวนให้รู้สึกสมจริงเข้าไปอีก เสริมด้วยเสียงสกอร์ที่ชวนรู้สึกอึดอัดแกมลุ้นระทึก

ทั้งหมดรวมกัน ทำให้เรารู้สึกเอาใจช่วยตัวละครให้รอดพ้นจากพวกตาลีบันได้สำเร็จ

ภาพจากหนังเรื่อง เดอะ โคเวแนนท์ The Covenant
ภาพจากหนังเรื่อง ‘Guy Ritchie’s The Covenant’

แม้เมื่อดูจะบทหนัง มันจะเป็นความอวยอเมริกาอยู่ประมาณหนึ่ง กับการที่ทหารอเมริกันสักคนจะเห็นอกเห็นใจเพื่อนร่วมโลกที่ไม่ใช่คนขาว ถึงขั้นลุยเดี่ยวเข้าไปช่วยออกมาด้วยตนเอง แม้รู้ตัวว่ามีโอกาสตายได้ก็ตาม แต่ด้วยความที่หนังสร้างความรู้สึกเอาใจช่วยให้เกิดขึ้นในใจผู้ชมได้ มุ่งเน้นเรื่องของมิตรภาพระหว่างคนสองคนที่ไม่ได้สนใจเรื่องเชื้อชาติ และบอกเล่าถึงความรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณที่ต้องตอบแทนเพื่อปลดเปลื้องความหนักอึ้งในใจ จึงทำให้แง่มุมพวกนั้นมันเบาบางลงไป

ส่วนหนึ่งของหนัง พยายามจะแทรกเล่าถึงความไม่เอาไหนในการทำงานของรัฐ จนเป็นสาเหตุใดหนึ่งทหารอเมริกันต้องลุยเดี่ยวซะเอง ก็พอจะบอกได้ว่า หนังไม่ได้เน้นจะอวยแต่เพียงถ่ายเดียว

โปสเตอร์หนังเวอร์ชันไทยของ The Covenant ของ Guy Ritchie
โปสเตอร์หนังเวอร์ชันไทยของ ‘The Covenant’ ของ Guy Ritchie

หนังมีฉากยิงต่อสู้แบบมันๆ อยู่หลายจุด ความเป็นความตายที่อยู่ตรงหน้า คนดูได้แต่ลุ้นว่าตัวเอกจะรอดมั้ย เมื่อรวมกับการแสดงของ เจค จิลเลนฮาล และ ดาร์ ซาลิม มันเสริมให้เรื่องราวที่เป็นเรื่องเล่านี้ดูสมจริงได้อย่างไม่น่าเชื่อ แม้กระทั่งตอนจบ เรายังสงสัยอยู่เลยว่า นี่เรื่องจริงหรือแต่งกันแน่


รายละเอียดเกี่ยวกับหนัง

ชื่อภาพยนตร์Guy Ritchie’s the Covenant / เดอะ โคเวแนนท์
กำกับGuy Ritchie
เขียนบทIvan Atkinson, Marn Davies, Guy Ritchie
แสดงนำJake Gyllenhaal, Dar Salim, Sean Sagar
แนว/ประเภทแอ็คชัน, ระทึกขวัญ
เรทR
ความยาว123 นาที
ปี2023
สัญชาติสหรัฐอเมริกา
เข้าฉายในไทย20 เมษายน 2023
ผลิต/จัดจำหน่ายFresco Film Services, STX Films, Toff Guy Films, T&B Media Global

เดอะ โคเวแนนท์

พล็อตและบท - 7
การแสดง - 8
การดำเนินเรื่อง - 8
เพลงและดนตรีประกอบ - 8
งานถ่ายภาพ เทคนิคพิเศษและโปรดักชัน - 7.5

7.7

Guy Ritchie's the Covenant

เหมือนจะเป็นอีกหนังที่อวยทหารเมกาอีกเรื่อง แต่ด้วยความที่หนังเน้นเล่าประสบการณ์ที่สองตัวละครเอกต้องเจอ จนหนึ่งในนั้นรู้สึกเป็นหนี้ชีวิตและต้องการปลดเปลื้องความรู้สึกนี้ด้วยการบุกเดี่ยวลุยช่วยเพื่อนล่าม งานภาพ ผสมดนตรีประกอบ ร่วมด้วยการแสดงของ เจค จิลเลนฮาล และ ดาร์ ซาลืม เสริมให้หนังเรื่องนี้ดูสนุกและพาให้เราเอาใจช่วยได้อย่างไม่น่าเชื่อ

User Rating: 5 ( 1 votes)

PatSonic

บล็อกเกอร์ผู้ชอบดูหนังหลากแนว ฟังเพลงหลายสไตล์ มีเวลาว่างก็จะออกไปท่องเที่ยว บางเวลาก็หยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน หยิบซีรีส์ขึ้นมาดู แล้วก็จะหยิบมาเขียนให้ทุกคนได้อ่านกัน
Back to top button

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save

Adblock Detected

เนื่องจากบล็อกนี้อยู่ได้ด้วยความเอื้อเฟื้อผู้เยี่ยมชม รบกวนไม่ใช้ Ad Blocker เพื่อการเยี่ยมชมที่สมูธครับ