แล้วมันก็ถึงวัน เวลาและหนังที่รอคอย หนังลำดับที่หกในซีรีส์หนังแนวสายลับที่ใช้ทั้งสมองและทักษะร่างกายขั้นสุดเพื่อปฏิบัติภารกิจที่แทบเป็นไปไม่ได้ให้บังเกิดผลสำเร็จ ‘Mission Impossible Fallout’ ชื่อไทย ‘มิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ล – ฟอลล์เอาท์’ นั่นเองครับ

Mission: Impossible - Fallout มิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ล – ฟอลล์เอาท์
ภาพจากหนัง ‘มิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ล – ฟอลล์เอาท์’

ผ่านมาถึงภาคที่หกแล้ว แต่ยังไม่มีทีท่าจะแผ่วลงไปเลย ขณะที่สังขารของพระเอกหน้าหล่อของเราก็ชักจะโรยราลงไปทุกวัน แต่ก็ยังไม่มียอมเลิกที่จะวิ่งสู้ฟัด ภาคนี้เขารวมภารกิจสุดหินหลายชนิดไว้ด้วยกัน

วี่แววความสนุกกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้!

เรื่องย่อหนัง ‘Mission Impossible Fallout’

ปฏิบัติการที่แข่งกับเวลากำเนิดขึ้นอีกครั้ง เมื่ออีธาน ฮันท์ (Tom Cruise) กับทีมจาก IMF อันประกอบไปด้วย อลัน (Alec Baldwin), เบนจี้ (Simon Pegg), ลูเธอร์ (Ving Rhames) โดยมีการสอดไส้เอาทางเลือกใหม่อย่าง ออกัส วอล์กเกอร์ (Henry Cavill จาก ‘Man of Steel’) มาร่วมทีมสืบด้วย

ภาคนี้เป็นการนำเอาตัวละครในภาคเก่ากลับมา โซโลมอน เลน (Sean Harris) ตัวเอ้ขององค์การซินดิเคทที่ถูกจับคุมขังอยู่ในคุกแน่นหนาสักแห่ง

ตัวอย่างหนัง ‘มิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ล – ฟอลล์เอาท์’ [ซับไทย]

ภารกิจของฮันท์และสหายก็คือการช่วงชิงเอาระเบิดพลูโตเนียมเพื่อช่วยโลกจากการถูกทำลายด้วยระเบิดนิวเคลียร์ โดยการเอาตัวเลนไปแลกมันมา ขณะอิลซ่า ฟอสต์ (Rebecca Ferguson) กลายเป็นสาวลึกลับผู้มาเพื่อชิงตัวเลนไป

นอกเหนือไปจากนี้ เรายังได้พบกับการกลับมาของคนรู้ใจฮันท์ เธอคือ จูเลีย (Michelle Monaghan) ที่เคยอยู่ในภาคสาม คราวนี้เธอมาทำไม ส่งผลอย่างไรต่อภารกิจของฮันท์ คงต้องไปตามดูกัน

รีวิว วิจารณ์หนัง ‘Mission Impossible Fallout’

หนังในตระกูล มิชชั่น อิมพอสสิเบิ้ล นั่นหาใช่แค่หนังที่ดูเอาสนุก มัน ไปกับการไล่ล่า ทำภารกิจ หากแต่ต้องใช้มันสมองที่มีสร้างกลเกมที่ทำให้อีกฝ่ายตามไม่ทัน แถมยังต้องแนบเนียนมากๆ ด้วย

ส่งให้คนดูต้องทำการบ้านเพิ่มตามไปด้วย ซึ่งไม่ได้ทำมา หลงลืมเรื่องราวภาคเก่าก่อนไป ก็จะเกิดผลแบบที่เกิดกับผมเนี่ยแหละครับ

หยิบคนภาคเก่ามาเล่าเพิ่ม เติมคนใหม่มาเสริมทัพ

อย่างที่ผมบอกว่า มิชชั่นที่เป็นไปไม่ได้นี้ มีการเล่าเรื่องที่ต่อเนื่อง เราจึงได้เห็นตัวละครที่เคยผ่านในภาคก่อน กลับมาสร้างสีสันในภาคล่าสุดกันบ้าง ซึ่งก็เป็นสาเหตุให้คนที่ติดตามหนังชุดนี้ต้องทำการบ้านกันมาก่อนดูเล็กน้อย

ภาคนี้ก็พากลับมาทั้ง โซโลมอน เลน ทั้งอิลซ่า ฟอสต์ ทั้งจูเลีย

แต่ก็ไม่ได้มีอยู่แค่นั้น เพราะภาคนี้ มีออกัสต์​ วอล์กเกอร์ เข้ามาเสริมทัพ เพิ่มตัวไม่น่าไว้วางใจเข้ามาทำให้คนเขียนบทเล่นปั่นหัวคนดูได้เพิ่ม เป็นประสบการณ์ดูหนังแอ็คชั่นที่ต้องใช้สมองมากขึ้นไปอีกเท่าตัว

ภาพนิ่งจากภาพยนตร์ Mission: Impossible - Fallout มิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ล – ฟอลล์เอาท์
ภาพจากหนัง ‘มิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ล – ฟอลล์เอาท์’

หลังจากภาคก่อนที่ตัวละครบางตัวถูกทิ้งไว้ให้ค้างคา ภาคนี้ก็กลับมาเพื่อเพิ่มเติมคำตอบให้ แนะนำว่าควรทบทวนเรื่องราวภาคเก่ามาก่อน เพื่อการทำความเข้าใจที่ครบถ้วนและตามทัน

มิฉะนั้น จะมึนงงไปตลอดทาง

ฉากเสี่ยงตายจัดมาเต็ม

เป็นเหมือนภาพจำของแฟรนไชส์หรือหนังชุดนี้ไปแล้ว ที่อีธาน ฮันท์ จะต้องใช้พละกำลัง รวมทั้งความสามารถเฉพาะตัวที่มี บวกเราเข้ากับดวงชะตาที่แข็งเกินใคร มารวมกันทำให้เขากลายเป็นคนที่ทำอะไรก็ได้

ไม่ใช่แค่วางแผนแยบยล หลอกปั่นหัวคนอื่นอย่างแนบเนียน คิด วิเคราะห์ แยกแยะ ได้เก่งกาจเกินหน้าเกินตา แต่เขายังมีทักษะที่หลากหลายอีกด้วย

โปสเตอร์หนัง Mission: Impossible - Fallout มิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ล – ฟอลล์เอาท์
โปสเตอร์หนัง ‘มิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ล – ฟอลล์เอาท์’ เวอร์ชั่นไทย

ในภาคนี้ อีธาน ฮันท์ ก็ยังเหมือนเดิม เก่งไปซะหมดทุกอย่าง กับภารกิจที่พระเอกของเราต้องทำได้ทุกอย่าง ที่แน่ๆ ก็คือฉากวิ่งนี่แหละที่ต้องมี แต่ต้องวิ่งที่ไหน คงต้องไปดูกันในโรง

ภาคนี้ เขาต้องได้ทั้งขี่ ขับ แถมยังไต่ได้อีก เก่งกว่าเจมส์ บอนด์ ก็คงเป็นอีธาน ฮันท์ นี่แหละ ซึ่งคงต้องบอกว่าแม้ว่าหนังจะมีความหนักหัวในการทำความเข้าใจเรื่องราว แต่ฉากแอ็คชั่นนี่จัดเต็มความลุ้นระทึกมากๆ

เรียกได้ว่า แค่ฉากพวกนี้ที่ไม่ต้องใช้สมอง ก็ถือว่าคุ้มค่าราคาตั๋วแล้วล่ะ

นอกเหนือความพีคคือความพลิกของเรื่องนี่แหละ

นอกเหนือจากฉากแอกชั่นลุ้นเอาตัวรอด ลุ้นฟันฝ่าไปเพื่อทำให้สำเร็จ ที่โอกาสของมันช่างน้อยนิดนั้น ก็คือ เรื่องราวที่พร้อมจะพลิกผันได้ตลอดเวลา คนดูที่ต้องถูกหลอกต้มทั้งเป็น ด้วยความชาญฉลาดของผู้เขียนบท และตัวละครมีเยอะพอตัว ยิ่งเสริมตัวใหม่เข้ามาอีก ยิ่งทวีความหลากหลายในทางที่จะเล่น

ก็อยู่ที่คนดูแล้วว่าจะตามทันหรือมึนงง

Mission: Impossible - Fallout
ภาพจากหนัง ‘มิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ล – ฟอลล์เอาท์’

นอกจากเรื่องของการหลอกต้มคนดูแบบพลิกกลับไปกลับมา อาจจะมีหลายคนมีความสับสนถ้าไม่ใช่คอหนังภาคนี้แบบเต็มตัว เพราะถ้าดูเผิน Rebecca Ferguson และ Michelle Monaghan นั้น หน้าตามีความคล้ายคลึงกันอยู่มาก ต่างกันแค่สีผม จนอาจทำให้หลายคนสับสนว่า กำลังเจอกับคนไหนในฉากนั้นอยู่

หนังเรื่องนี้สาวสวยหลายคนมาก นอกเหนือจากสองคนที่ว่ามา ก็ยังมีแม่หม้ายทรงเสน่ห์ที่รับบทโดย Vanessa Kirby ที่โดดเด่นสะดุดตาเป็นอย่างมาก รึนี่จะเป็นสูตรเด็ดของหนังสายลับที่แท้จริง

อาจจะมีบางคนที่รู้สึกไม่ตื่นตานักในช่วงแรก หนังยังมีการดำเนินเรื่องที่พูดจากันเยอะพอควร ซับซ้อนต้องทำความเข้าใจอะไรที่หนังหลอกต้มคนดูเข้าไปอีก แต่หนังก็มีฉากแอกชั่นที่เร้าตาตื่นใจเข้ามาทำให้คนดูได้สนุกลุ้นกระจายไปแทบทั้งเรื่อง

ไม่มีฉากแถมท้ายเหมือนหนังซูเปอร์ฮีโร่นะ ไม่ต้องรอดู

——————————–

ชื่อภาพยนตร์: Mission: Impossible – Fallout / มิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ล – ฟอลล์เอาท์
ผู้กำกับภาพยนตร์: Christopher McQuarrie
ผู้เขียนบทภาพยนตร์: Christopher McQuarrie
นักแสดงนำ: Tom Cruise, Henry Cavill, Ving Rhames, Simon Pegg, Rebecca Ferguson, Sean Harris, Michelle Monaghan, Vanessa Kirby
ความยาว: 131 นาที
ปี: 2018
แนว/ประเภท: Action, Adventure, Thriller
อัตราส่วนภาพ: 2.39 : 1
ประเทศ: สหรัฐอเมริกา
เรท: ไทย/, MPAA/PG-13
วันที่เข้าฉายในประเทศไทย: 26 กรกฎาคม 2561
สตูดิโอ/ผู้สร้าง/ผู้จัดจำหน่าย: Bad Robot, Paramount Pictures, Skydance Media

PatSonic Blog Comment

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.