ภาพยนตร์รีวิว

รีวิวหนัง​ Rebel Moon ภาค 1: บุตรแห่งเปลวไฟ | มหากาพย์สงครามอวกาศฉบับสไนเดอร์

หนังไซไฟพล็อต 7 เซียนซามูไรที่เน้นช็อตสโลว์โมชั่นพร่ำเพรื่อ

พูดถึง แซ็ค สไนเดอร์ วิสัยทัศน์ชายผู้นี้ไม่เคยหยุดนิ่ง สมองของเขายังคงคิดค้นและสร้างเรื่องราวใหม่ๆ มาสร้างเป็นผลงานหนังอย่างต่อเนื่อง ระยะหลังเขาผันตัวมาอยู่กับโลกแห่งสตรีมมิ่งมากขึ้น และดูจะเป็นที่ทางที่เหมาะกับตัวเขาเองไม่น้อย จนวันนี้ มันนำมาสู่ปฐมบทของมหากาพย์ไซไฟเรื่องใหม่ที่ถูกเล่าสไตล์แบ่งพาร์ท Rebel Moon – Part One: A Child of Fire หรือชื่อไทย ‘Rebel Moon ภาค 1: บุตรแห่งเปลวไฟ’ คือภาพยนตร์พาร์ทแรกของเรเบลมูน

Sofia Boutella นักแสดงนำในหนังเรื่อง Rebel Moon ภาค 1: บุตรแห่งเปลวไฟ
Sofia Boutella นักแสดงนำในหนังเรื่อง ‘Rebel Moon ภาค 1: บุตรแห่งเปลวไฟ’
source: IMDb

ความเห็นส่วนตัวของนายแพท

หนังภาคแรกจากวิสัยทัศน์ของ แซ็ค สไนเดอร์ ที่สร้างมหากาพย์สงครามอวกาศที่ใช้เครื่องปรุงที่หยิบเอามาจากหลากหลายเรื่องราว เพื่อบอกเล่าในสไตล์งานภาพของตนเอง มันจึงกลิ่นของหนังหลายเรื่อง รวมทั้งหนังของตนเองด้วย โครงเรื่องมันคือ 7 เซียนซามูไร ที่นางเอกต้องตามหากลุ่มคนตัวเล็กๆ ที่ร่วมกันต่อสู้เพื่อปกป้องหมู่บ้านชาวนาบนดวงจันทร์จากการถูกรุกรานและกอบโกยจากกองกำลังอันโหดเหี้ยม ของมหานักรบผู้ที่ทั้งลอบสังหารราชวงศ์และเคยชุบเลี้ยงตนมา หนังที่ควรบอกเล่าในแบบซีรีส์ แต่ถูกบอกเล่าแบบรวบรัดในเวลา 133 นาที เลยไม่อาจเข้าถึงตัวละครใดๆ ได้แม้กระทั่งคอร่าที่เป็นตัวเอกของเรื่อง

และเช่นเคย เขายังคงใส่สไตล์ของตนเองลงมา จึงอาจรู้สึกขัดใจกับการใช้เทคนิคสโลวโมชั่นแบบพร่ำเพรื่อของเขาอยู่พอสมควร


เรื่องย่อหนัง ‘Rebel Moon – Part One: A Child of Fire’

หลังการลอบปลงพระชนม์ ตำแหน่งผู้นำแห่งจักรวรรดิมาร์เธอร์เวิลด์กลายเป็นของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พวกเขานำกองทัพที่เดินทางมาด้วยยานลำใหญ่ที่น่าเกรงขาม หากไม่ได้มาเพื่อดูแลดาวเคราะห์ในเครือ แต่มาเพื่อกอบโกย

หนังเล่าเรื่องของ คอร่า (Sofia Boutella จากหนังเรื่อง ‘The Mummy’) หญิงสาวที่เคยมีอดีตใกล้ชิดกับราชวงศ์ เคยเป็นทหารที่แกร่งกล้า แต่วันนี้ เธอกลายหญิงสาวที่แฝงตัวอยู่ท่ามกลางเหล่าชาวนาที่ทำมาหากินอย่างสุขสงบบนดวงจันทร์อันห่างไกล หลังเวลาผ่านไป 2 ปี หมู่บ้านที่เงียบสงบก็ถูกกองทัพที่โหดเหี้ยมรุกราน และคอร่าก็กลายเป็นความหวังเพื่อการอยู่รอด

ตัวอย่างอย่างเป็นทางการของหนังเรื่อง ‘Rebel Moon – ภาค 1: บุตรแห่งเปลวไฟ’

คอร่า จำเป็นต้องค้นหาเหล่านักรบที่จะร่วมมือกันต่อต้านมาร์เธอร์เวิลด์และปกป้องเหล่าชาวนา การเดินทางไปกับ กุนนาร์ (Michiel Huisman จากหนัง ‘The Age of Adaline’) ดังกล่าวทำให้เธอได้พบกองกำลังเล็กๆ ไม่ว่าจะเป็น ไค (Charlie Hunnam จากหนัง ‘Pacific Rim’), นายพลไททัส (Djimon Hounsou จากหนังเรื่อง ‘Gran Turismo’), เนเมสิส (Bae Doona จากหนังเรื่อง ‘Cloud Atlas’), ทารัค (Staz Nair จากซีรีส์ ‘Supergirl’) เดฟรา บลัดแอกซ์ (Cleopatra Coleman จากซีรีส์ ‘Dopesick’) และ ดาเรียน บลัดแอกซ์ (Ray Fisher จากหนัง ‘Justice League’) ที่บ้างก็ต้องการจะไถ่บาป และบ้างก็หมายมั่นจะแก้แค้น


รีวิวหนัง ‘Rebel Moon ภาค 1: บุตรแห่งเปลวไฟ

พูดถึง Zack Snyder อีกทีก็แล้วกัน เขาผู้สร้างภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงมากคนหนึ่ง เป็นผู้อยู่เบื้องหลังผลงานดังๆ อย่างเช่น ‘300’, ‘Man of Steel’ และ ‘Army of the Dead’ ยิ่งดูหนังของเขามากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งสัมผัสได้ถึงสไตล์งานของเขามากขึ้นเท่านั้น หลายคนอาจชื่นชอบ แต่หลายคนก็อาจจะหน้าเบ้ สิ่งที่คนทั่วไปมักจะรู้สึกเมื่อได้รับชมงานต่างๆ ของแซ็ค ก็การเล่นกับงานภาพแบบสโลว์โมชันที่มากจนมีหลายคนใช้คำว่า “พร่ำเพรื่อ” กับสไตล์งานภาพมีความไลท์โนเวล ไม่ดูเป็นของจริงมากนัก แต่ก็ไม่ได้เป็นการ์ตูนจ๋าขนาดนั้นเช่นกัน

ถ้าจะมองไปแล้ว ในเรื่องนี้ มันก็มีส่วนผสมของหนังหลากหลายเรื่องที่ถูกคนเคล้าเข้าด้วยกัน ด้วยเรื่องราวที่เล่ามา เป็นการเดินทางจากดาวโน้นทีไปดาวนี้ที มีกลิ่นความเป็นมหากาพย์สงครามจักรวาล ‘Star Wars’ อยู่ไม่น้อย ขณะที่ลีลาการต่อสู้ที่เน้นใช้สโลว์โมชันบ่อยๆ จนถูกมองว่าไม่จำเป็นนั้น ก็พอจะให้ความรู้สึกว่าเป็น ‘300’ ภาคจักรวาล พล็อตเรื่องก็เป็นเหมือนเควส ตัวละครหลักต้องทำภารกิจรวบรวมพันธมิตรเพื่อก่อสงครามย่อยก่อนถึงสงครามใหญ่ ทำให้รู้สึกได้ถึงความเป็น ‘เจ็ดเซียนซามูไร (Seven Samurai)’ อะไรแบบนั้น

ภาพจากหนังเรื่อง Rebel Moon ภาค 1: บุตรแห่งเปลวไฟ
ภาพจากหนังเรื่อง ‘Rebel Moon – Part One: บุตรแห่งเปลวไฟ’

มันเป็นเรื่องราวที่มีแกนกลางเป็น คอร่า หญิงสาวผู้มีอดีตที่เลือกจะใช้ชีวิตแสนสงบบนดวงจันทร์อันห่างไกล เป็นชาวนาอยู่ในหมู่บ้านเกษตรกรรม เธอได้รับไมตรีจากคนที่นี่ให้พักพิงมาสองปี โดยไม่ได้ไถ่ถามว่า เธอคือใคร ไปทำอะไรมา จนถึงวันที่ยานลำใหญ่หน้าตาคล้ายด้ามปืนโผล่มาเหนือม่านเมฆ คอร่าวิ่งไปตีระฆังเตือนภัยให้ผู้คน ทุกคนจึงรู้สึกได้ว่ากำลังถูกคุกคาม แต่สิ่งที่พวกเขาทำกลับตรงกันข้าม บทสนทนาบอกว่า ชาวนาพวกนี้กลับคิดหยิบยื่นไมตรีให้กองกำลังโฉด ทั้งหวังจะได้รับมันกลับมา ซึ่งคนดูต่างก็รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่โง่เขลา และเป็นบทที่ดูตลกแทนที่จะดูฉลาด

ตัวหนังคงมองชาวนาเป็นคนจิตใจดีโลกสวยเกินไปนิด จึงมองไม่เห็นว่า กองกำลังที่มาต้องการกอบโกยทุกสิ่งไปจากพวกเขา หาได้มีไมตรีจิตอย่างที่พวกเขาคิดไม่ สุดท้ายก็กลายเป็นความสูญเปล่าและสูญเสีย จนคอร่าต้องออกมาจากพื้นที่ปลอดภัย ออกตามหาพันธมิตรนักรบร่วมอุดมการณ์ที่จะต่อต้านกองกำลังโหดเหี้ยมและปกป้องชาวหมู่บ้านทั้งปวง

แบดูนา กับบทยอดนักดาบ ในหนังเรื่อง ‘Rebel Moon – Part One: บุตรแห่งเปลวไฟ’
source: เว็บไซต์ Polygon

สิ่งหนึ่งที่รู้สึกว่า น่าเสียดาย ก็คงเป็นการหนังเล่ามาทั้ง 133 นาที แต่กลับไม่สามารพาคนดูรู้สึกอินเอาใจช่วยไปกับคอร่าได้ อีกทั้งมันยังเป็นการเล่าเรื่องที่คนดูอย่างเราๆ ทำได้แต่เดินตามตัวละครไป เจอคนนั้นแล้วไปต่อคนนี้ จนกว่าจะเจอคนสุดท้ายที่ทำให้ได้ทีมอะเวนเจอร์สแล้วออกไปสู้กับตัวร้าย

ซึ่งเอาเข้าจริง รายละเอียดของแต่ละตัวละครมันควรจะมีมากกว่านี้ คนดูเพียงได้รู้จักกับพวกเขาเพียงผิวเผิน รวมทั้งเรื่องราวหนหลังของตัวเอกอย่างคอร่า ที่เป็นทั้งเด็กกำพร้าที่ถูกตัวร้ายไว้ชีวิตและชุบเลี้ยงมาให้เป็นทหารหญิงสุดแกร่ง ที่เก่งกล้าและต้องเข่นฆ่าคนดาวอื่นเหมือนเช่นที่ดาวบ้านเกิดตนเองเคยถูกกระทำ ที่จริงแล้วมันควรถูกบอกเล่าในแบบซีรีส์เสียด้วยซ้ำ

โปสเตอร์หนังเรื่อง Rebel Moon - Part One: A Child of Fire
โปสเตอร์หนังเรื่อง ‘Rebel Moon – Part One: A Child of Fire’
source: Netflix

หนังมหากาพย์ไซไฟเรื่องนี้ เซ็ตโลกของมันให้เป็นสงครามจักรวาลที่ประกอบขึ้นด้วยดวงดาวน้อยใหญ่ที่ไม่ได้ดูเจริญตาหรือเงียบสงบดังเช่นที่เคยเห็น แต่มีความดาร์กที่แทรกซึมอยู่ในนั้น นัยว่าต้องการสร้างให้ต่างออกมา ขณะเดียวกันก็หยิบยืมไอเดียและเรื่องราวพวกนั้นมาใช้ ทุกอย่างจึงดูเหมือนเคยคุ้นมาหมดแล้วในสายตาของผู้ชม

ภาค 1 ของ Rebel Moon เหมือนจะเทไปในทางภารกิจหาพันธมิตรเพื่อต่อต้านกองทัพและปกป้องดวงจันทร์บ้านนา แม้ทุกอย่างจะดำเนินไปอย่างรวดเร็วไม่คิดจะแวะพักริมทาง แต่กลับใส่ฉากที่เชื่องช้าในช่วงเวลาบู๊แอ็คชัน รอคอยติดตามต่อกันในภาค 2 ก็แล้วนะครับผม


รายละเอียดเกี่ยวกับหนัง

ชื่อภาพยนตร์Rebel Moon – Part One: A Child of Fire / Rebel Moon ภาค 1: บุตรแห่งเปลวไฟ
กำกับZack Snyder
เขียนบทShay Hatten, Kurt Johnstad, Zack Snyder
แสดงนำSofia Boutella, Charlie Hunnam, Jena Malone, Ed Skrein, Anthony Hopkins, Michiel Huisman, Djimon Hounsou
แนว/ประเภทแอ็คชัน,​ ผจญภัย, แฟนตาซี, ไซไฟ , ดราม่า
เรทPG-13
ความยาว133 นาที
ปี2023
สัญชาติสหรัฐอเมริกา
เข้าฉายในไทย22 ธันวาคม 2023 [สตรีมทาง Netflix]
ผลิต/จัดจำหน่ายGrand Electric, The Stone Quarry

คะแนนรีวิวหนัง Rebel Moon ภาค 1: บุตรแห่งเปลวไฟ

พล็อตและบท - 5.6
การแสดง - 6.5
การดำเนินเรื่อง - 5.5
งานถ่ายภาพ และเทคนิคพิเศษ - 7.2
เพลงและดนตรีประกอบ - 6.9

6.3

Rebel Moon - Part One: A Child of Fire

หนังภาคแรกจากวิสัยทัศน์ของ แซ็ค สไนเดอร์ ที่สร้างมหากาพย์สงครามอวกาศที่ใช้เครื่องปรุงที่หยิบเอามาจากหลากหลายเรื่องราว เพื่อบอกเล่าในสไตล์งานภาพของตนเอง มันจึงกลิ่นของหนังหลายเรื่อง รวมทั้งหนังของตนเองด้วย โครงเรื่องมันคือ 7 เซียนซามูไร ที่นางเอกต้องตามหากลุ่มคนตัวเล็กๆ ที่ร่วมกันต่อสู้เพื่อปกป้องหมู่บ้านชาวนาบนดวงจันทร์จากการถูกรุกรานและกอบโกยจากกองกำลังอันโหดเหี้ยม ของมหานักรบผู้ที่ทั้งลอบสังหารราชวงศ์และเคยชุบเลี้ยงตนมา หนังที่ควรบอกเล่าในแบบซีรีส์ แต่ถูกบอกเล่าแบบรวบรัดในเวลา 133 นาที เลยไม่อาจเข้าถึงตัวละครใดๆ ได้แม้กระทั่งคอร่าที่เป็นตัวเอกของเรื่อง และเช่นเคย เขายังคงใส่สไตล์ของตนเองลงมา จึงอาจรู้สึกขัดใจกับการใช้เทคนิคสโลวโมชั่นแบบพร่ำเพรื่อของเขาอยู่พอสมควร

User Rating: Be the first one !

PatSonic

บล็อกเกอร์ผู้ชอบดูหนังหลากแนว ฟังเพลงหลายสไตล์ มีเวลาว่างก็จะออกไปท่องเที่ยว บางเวลาก็หยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน หยิบซีรีส์ขึ้นมาดู แล้วก็จะหยิบมาเขียนให้ทุกคนได้อ่านกัน
Back to top button

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save