Movie

รวม 10 หนังแอ็คชันดิสโทเปีย ที่เล่าเรื่องโลกภายหลังการล่มสลาย

หนังแอคชันบนโลกนี้มีมากมาย แต่ขอหยิบมาเล่าเฉพาะหนังแนวๆ ดิสโทเปียที่บอกเล่าเรื่องราวของโลกในวันล่มสลายก่อนก็แล้วกัน

โลกดิสโทเปียนั้น บ้างก็ว่า มันคือโลกที่อารยธรรมมนุษย์ล่มสลาย จากหลากหลายสาเหตุหนึ่ง ไม่ว่าจะทั้งโรคระบาดที่ทำให้มนุษย์เหลือน้อยลงทุกที จากภัยธรรมชาติที่ทำให้ผู้คนตายเป็นเบือ จากเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำกับจำนวนประชากรที่ล้นโลกจนทรัพยากรร่อยรอและต้องแก่งแย่งกัน จากเอไอที่มนุษย์นั่นแหละที่พัฒนาขึ้นมาฆ่าตัวเอง บ้างก็ว่า มันเป็นโลกแห่งความสมบูรณ์แบบ ที่ประชาชนต้องเชื่อฟังผู้ปกครองในทุกด้าน ทั้งที่มันคือความกดขี่ หนังดิสโทเปียส่วนใหญ่มาจากหนังและส่วนใหญ่ก็เป็นหนังแนวแอคชัน วันนี้ จึงมีความคิดจะรวบรวม 10 หนังแอคชันดิสโทเปียที่มีการสร้างมาให้เราได้ชม

และแน่นอนว่า มันก็แค่ส่วนหนึ่ง ส่วนหนึ่งเท่านั้น

เอาเข้าจริง โลกนี้ก็มีนิยายแนวดิสโทเปียมาเยอะมากเหมือนกันนะครับ และหลายเรื่องก็เขียนและพิมพ์มาขายกันทีละหลายเล่ม อ่านต่อเนื่องกันเพลินไปเลย และก็มีบางเล่มที่โด่งดังจนถูกค่ายหนัง ผู้กำกับ หยิบยกมาสร้างเป็นหนังให้เราได้ดูกัน บางเรื่องก็ไปรอด พาอีกหลายเรื่องให้ติดตามมา บางเรื่องก็จอดตั้งแต่ภาคแรก แม้อยากจะสร้างภาคต่อแต่เห็นแววว่าจะไม่ไหว สุดท้ายก็เลยไม่ได้ไปต่อ ว่าแต่มันมีเรื่องไหนกันบ้างน้าาา

The Hunger Games | เกมล่าเกม

อนาคตของอเมริกาที่ล่มสลายและแบ่งแยกปกครองกันเป็นพาเนม โดยมีแคปปิตอลเป็นผู้ควบคุม ท่ามกลางความอดอยากของบางเขต พวกเขาต้องส่งคนมาแข่งขันที่ชื่อ เดอะ ฮังเกอร์ เกมส์ เกมกีฬาที่สร้างความสนุกสนานให้กับเหล่าผู้ชม แต่มันก็เป็นเกมที่ใชเพื่อปกครองและกดในพาเนมต่างๆ ต้องตกอยู่ภายใต้แคปปิตอลไปด้วยในตัว

เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ กับบทแคทนิส ในหนัง The Hunger Games เกมล่าเกม

หนังมีสี่ภาค ไล่ไปตั้งแต่


Maze Runner | เมซรันเนอร์

โลกดิสโทเปีย เป็นเหมือนโลกแห่งจินตนาการที่อ้างอิงจากโลกปัจจุบัน ผู้คนสนุกกับการวาดฝันอนาคตที่ดูเลวร้ายแต่ความเป็นมนุษย์ก็ยังคงอยู่ในนั้น คนดูก็สนุกที่ได้ดูอนาคตที่รู้สึกมีอารมณ์ร่วม และแน่นอน มันคือสิ่งที่เราอยากรู้ ไม่ว่ามันจะใกล้เคียงความจริงมากหรือไม่มากก็ตาม

Dylan O'Brien ในหนัง Maze Runner: The Scorch Trials
Dylan O’Brien ในหนัง Maze Runner: The Scorch Trials 

นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สร้างจากนิยายเลื่องชื่อ เรื่องราวที่เล่าถึงชีวิตของคนหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งที่ถูกจับมาขังไว้ในใจกลางเขาวงกต พวกเขาบางส่วนหนีออกมาได้และพบเจอความจริงบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ ภายนอกนั้นไม่ได้สวยงามน่าอยู่เลยสักนิด ทั้งยังมีองค์กรๆ หนึ่งที่อยู่เบื้องหลัง อ้างการทดลองสร้างยาต้านไวรัสที่มนุษยชาติกำลังเผชิญอยู่

เมซรันเนอร์สร้างมาเป็นหนังด้วยกันสามภาค ได้แก่


Elysium

หนังภาคเดียวที่กำกับโดย Neill Blomkamp เล่าถึงโลกอนาคตที่มีคนสองกลุ่มในโลกอนาคตราวปี ค.ศ.2154 คนกลุ่มแรกรวยล้นฟ้า สามารถเป็นพลเมืองบนสถานีอวกาศอันทันสมัยและหรูหราขนาดยักษ์ที่ลอยอยู่นอกโลก ขณะที่คนบนพื้นโลกที่อยู่กันอย่างแออัดแย่งกันกินแย่งกันใช้ มันคือเรื่องราวของความเหลื่อมล้ำแห่งมนุษยชาติที่ยังคงอยู่แม้ในวันที่โลกถึงกาลล่มสลาย

ภาพสถานีอวกาศจากหนัง เอลลิเซียม

โดยรวมถือว่าทำได้น่าพอใจ แต่อาจจะไม่ได้ประทับใจเทียบเท่ากับงานชิ้นก่อนหน้าอย่าง District 9 ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน


Chaos Walking | จิตปฏิวัติโลก

เรื่องราวของโลกอนาคตอันไกลพอควร มนุษย์ที่ไปตั้งอาณานิคมบนโลกใหม่ แต่กลับพบว่า ผู้หญิงดันหายไปหมด เหลือเพียงแต่ผู้ชาย แถมผู้ชายก็ดันมีอาการประหลาด สมองคิดอะไรก็จะออกมาเป็นภาพและเสียงทั้งหมดเลย แต่เหตุมันพลิกผันตรงที่ว่า จู่ๆ ก็มียานอวกาศตกและคนที่รอดชีวิตกลับเป็นหญิงสาวผมบลอนด์คนหนึ่ง 

ทอม ฮอลแลนด์ และ เดซีย์ ริดลีย์ ในหนังเรื่อง จิตปฏิวัติโลก
ทอม ฮอลแลนด์ และ เดซีย์ ริดลีย์ ในหนังเรื่อง จิตปฏิวัติโลก

มันมีเงื่อนงำน่าสงสัย และพวกเขาจะเดินทางไปหาคำตอบ หนังแฝงเรื่องการปกครองแบบเผด็จการอยู่หน่อยๆ นะ แต่นี่มันภาคต้น อยากจะรู้เหมือนกันว่า ภาคสองสามจะเล่าเรื่องอะไร (พอดีไม่ได้อ่านหนังสืออะนะ)


Divergent | ไดเวอร์เจนท์ คนแยกโลก

ในโลกอนาคตที่เมืองถูกปิดล้อมด้วยกำแพงสูง ผู้คนถูกแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ผู้เสียสละ (Abnegation-แอ๊บเนเกชั่น), ผู้กล้าหาญ (Dauntless-ดอนท์เลส), ผู้มีปัญญา (Erudite-เออรูไดต์), ผู้ซื่อสัตย์ (Candor-แคนเดอร์) และผู้รักสงบ (Amity-อมิตี) แต่ก็ยังมีคนบางพวกที่ไม่อาจจัดเข้ากลุ่มไหนได้ คนพวกนี้จะถูกเรียกว่าไดเวอรเจนท์ พวกเขาคือภัยสังคมที่ต้องถูกกำจัด

ไชลีน วู้ดลีย์ และ ทีโอ เจมส์ ในหนัง ไดเวอร์เจนท์ คนแยกโลก

หนังสามภาคที่จากนิยายชื่อเดียวกันที่โปรดักชันในภาคแรกไม่ถึงอลังการมากมายนัก เรื่องราวอืดอาดช่วงต้นก่อนจะมาสนุกเอาช่วงท้าย ภาคถัดมาดูจะจัดเต็มด้านเทคนิคและฉากแอคชันมากขึ้น ภาคนี้ไดเวอร์เจนท์คนสำคัญกำลังมุ่งหมายสังหารตัวการร้ายให้สิ้นซาก มาถึงภาคสาม จึงได้เวลาปีนกำแพงออกสู่โลกภายนอกกันเสียที

หนังมีการสร้างกันออกมาเป็นสามภาค ได้แก่


Mad Max: Fury Road | แมดแม็กซ์ ถนนโลกันตร์

มันคือจินตนาการของคนที่มองเห็นโลกมนุษย์ในอนาคตที่ต้องผ่านความเปลี่ยนแปลงอันเลวร้ายของสภาพอากาศจน “น้ำ” กลายเป็นสิ่งหายากและเป็นสิ่งที่ชักจูงผู้คนให้เชื่อฟังและเป็นทาส แผ่นดินกลายเป็นทะเลทราย การเพาะปลูกแทบจะไม่เหลือให้เห็น มีคนเพียงคนเดียวที่ได้ครอบครองน้ำและเป็นใหญ่ได้กดขี่ผู้คน จนเกิดการกบฏและต่อต้านขึ้น

งานด้านวิชวลที่ตระการตา มุมกล้องและการถ่ายทำแต่เหมาะเหม็งจะรับชมในแบบ 3 มิติ การเลือกที่จะใช้สตันต์แสดงเป็นหลัก แทนที่จะเน้นให้คอมพิวเตอร์ช่วยงาน กลับทำให้มันดูสนุกและสมจริงมากกว่าเข้าไปอีก ในขณะที่ดนตรีประกอบนั้นทำได้ยอดเยี่ยม ส่งเสริมให้ฉากแอ็คชั่นดูยิ่งหวือหวาตื่นเต้นมากเป็นเท่าตัว โปรดักชั่นดีไซน์ก็น่าตื่นตา ออกแบบฉาก ออกแบบรถ ออกแบบการต่อสู้ ทุกอย่างหนังใส่เข้ามาอย่างเต็มที่

แต่ถนนโลกันตร์ไม่ใช่ภาคเดียวในจักรวาลแมดแม็กซ์ของ George Miller ยังมีภาคอื่นๆ อีกนะ

  • Mad Max (1979)
  • Mad Max 2: The Road Warrior (1981)
  • Mad Max Beyond Thunderdome (1985)
  • Mad Max: Fury Road (2015)
  • Furiosa (2023)

In Time | ล่าเวลาสุดนรก

ถ้าโลกนี้เกิดมีพวกหัวคิดประหลาด เลือกสร้างให้มนุษย์มีอายุขัยที่ 25 ปี หลังจากนั้นพวกเขาจะไม่แก่ แต่อายุจะถูกเพิ่มขึ้นเพียงจากการทำงาน การหยิบยืมส่งให้กัน และทุกอย่างที่พวกเขาไปใช้บริการ จะต้องถูกแลกเปลี่ยนด้วยอายุขัยที่เหลือของพวกเขาเหล่านั้น คงไม่ใช่อะไรที่สนุกเลย พวกเขามีชีวิตอยู่แบบวันต่อวัน หากไม่สามารถหาเวลามาต่อชีวิตได้ทันแล้วล่ะก็ ความตายก็จะมาเยือนในทันที

ภาพจากหนัง ล่าเวลาสุดนรก
ภาพจากหนัง ล่าเวลาสุดนรก

ผลงานจากผู้กำกับ Andrew Niccol ที่เคยมีงานที่คุ้นหูกันดีอย่าง Gattaca และ The Truman Show


Snowpiercer | ยึดด่วน วันสิ้นโลก

ผลงานของผู้กำกับชาวเกาหลี บงจุนโฮ ก่อนที่จะลือลั่นสร้างประวัติศาสตร์คว้าออสการ์กับ Parasite ผลงานของโลกที่เผชิญกับสภาวะอากาศอันเลวร้าย หลังมนุษย์คิดค้นเทคโนโลยีการควบคุมโลกร้อนจนผิดพลาดกลาย นำพายุคน้ำแข็งที่หนาวสุดขั้วกลับมาอีกครั้ง และมนุษยชาติเหลือเพียงกลุ่มคนที่อยู่บนรถไฟที่วิ่งวนไปทั่วโลกอย่างไม่หยุดยั้ง บนรถไฟจึงกลายเป็นโลกที่จำลองสภาพสังคมมนุษย์

Chris Evans และ Tilda Swinton ในหนัง ยึดด่วน วันสิ้นโลก
Chris Evans และ Tilda Swinton ในหนังรถไฟด่วน สโนว์เพียร์ซเซอร์

หนังที่ได้ Chris Evans มาแสดงนำ ร่วมกับทีมนักแสดงหลากเชื้อชาติ แถมในไม่กี่ปีถัดมา มันก็ถูกสร้างอีกครั้งในรูปแบบซีรีส์ที่ฉายทางทีวีและออนไลน์


Blade Runner | เบลด รันเนอร์

ก่อนการมาของ เบลด รันเนอร์ 2049 นั้น ริดลีย์ สก็อตต์ ก็เคยสร้างหนังสไตล์ไซเบอร์พังก์ที่ล้ำเกินยุคสมัยอย่าง เบลด รันเนอร์ ขึ้นมาในปี 1982 หนังที่ดัดแปลงมาจากนิยายของ Philip K. Dick ที่เล่าเรื่องของโลกตอนต้นศตวรรษที่ 21 เมื่อ ไทเรลล์​ คอร์ปอเรชั่น ได้คิดค้นสร้างหุ่นยนต์เสมือนมนุษย์รุ่นเน็กซัส 6 ขึ้นมา เกิดเหตุจลาจลนองเลือดบนอาณานิคมนอกโลก พวกเน็กซัส 6 ถูกห้ามกลับโลก ฝ่าฝืนคือตายสถานเดียว และหน่วยตำรวจพิเศษ เบลด รันเนอร์ คือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้กำจัดพวกมันทันทีที่พบพวกมันเล็ดรอดเข้ามา

แฮริสัน ฟอร์ด ในหนัง เบลด รันเนอร์ ปี 1982
แฮริสัน ฟอร์ด ในหนัง เบลด รันเนอร์ ปี 1982

เมื่อผ่านมาถึงปี 2017 ริดลีย์ หยิบมันขึ้นมาปัดฝุ่นอีกครั้ง คราวนี้ เขาย้ายตัวเองขึ้นไปอำนวยการผลิต และส่งไม้ต่อให้ Denis Villeneuve มากำกับ ถ้าใครเพิ่งมาภาคนี้ก็อย่าลืมกลับไปดูภาคต้นก่อนเน้อ


The Matrix | เดอะเมทริกซ์

ผลงานของสองพี่น้อง Andi Wachowski และ Larry Wachowski ภาพยนตร์ที่อยู่ในความทรงจำของผู้คน ทั้งช็อตที่ถูกแชร์ครั้งแล้วครั้งเล่า หลายคนคงได้รับชมมาแล้วหลายหน ทั้งยังเป็นหนังที่ทำให้ชื่อของ คีอานู รีฟส์ สถิตย์อยู่ในหัวใจของผู้คนทั่วโลก เรื่องราวของโลกอนาคตที่เกิดสงครามระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร เรื่องราวของเมือง Zion ที่อยู่ใต้ดินแหล่งสุดท้ายของมนุษย์บนโลก เรื่องราวของมนุษย์กลุ่มที่พยายามจะปลดแอกมนุษยชาติจากเหล่าจักรกล และเรื่องราวตำนานผู้ปลดปล่อยนามนีโอ หนังบนจอยักษ์สามภาคที่ลือลั่นด้วยฉากแอคชันมันหยด และกำลังจะกลับมาด้วยภาคที่สี่

ภาพจากหนัง The Matrix
ภาพจากหนัง The Matrix

ได้ดูกันครบหรือยังนะทุกคน?

  • The Matrix (1999)
  • The Animatrix (2003)
  • The Matrix Reloaded (2003)
  • The Matrix Revolutions (2003)
  • The Matrix 4 (2021)

เอาจริงๆ หนังที่เล่าเรื่องของโลกดิสโทเปียมันไม่ได้มีเพียงเท่านี้หรอก มันยังมีอีกมากมายที่หยิบมาเขียนกันได้ยาวจนตาลายเลยแหละ นี่ก็ยังขาดไปอีกหลายเรื่องที่ได้ดู ไม่ว่าจะเป็น Mortal Engines สมรภูมิล่าเมือง, City of Ember, Minority Report, Upside Down, The Giver และ I, Robot เป็นต้น

PatSonic

บล็อกเกอร์ผู้ชอบดูหนังหลากแนว ฟังเพลงหลายสไตล์ มีเวลาว่างก็จะออกไปท่องเที่ยว บางเวลาก็หยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน หยิบซีรีส์ขึ้นมาดู แล้วก็จะหยิบมาเขียนให้ทุกคนได้อ่านกัน
Back to top button

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save